ฟอร์ด ประเทศไทย เดินหน้ารุกตลาดรถกระบะไลฟ์สไตล์ต่อเนื่อง เปิดตัว "ฟอร์ด เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค" (Ford Ranger WOLFTRAK) รุ่นย่อยใหม่ของตระกูลเรนเจอร์ เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้ใช้รถที่มองหาความคุ้มค่าควบคู่กับภาพลักษณ์ที่แตกต่าง โดยชูจุดขายด้านดีไซน์สไตล์ออฟโรด สมรรถนะจากเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ และเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้น 949,000 บาทในช่วงแนะนำตลาด
การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นในวาระครบรอบ 30 ปีของการดำเนินธุรกิจฟอร์ดในประเทศไทย ซึ่งบริษัทใช้เป็นจังหวะในการเสริมความแข็งแกร่งของไลน์อัป "ฟอร์ด เรนเจอร์" ที่ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์หลักในการแข่งขันในตลาดรถกระบะ ซึ่งมีการแข่งขันด้านราคา อุปกรณ์ และภาพลักษณ์ของแบรนด์อย่างเข้มข้น

นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา ฟอร์ดให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดรถกระบะที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทย "ฟอร์ด เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค ได้รับการพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ชื่นชอบการใช้ชีวิตนอกเมืองและกิจกรรมกลางแจ้ง รวมถึงผู้ที่ต้องการรถกระบะที่มีทั้งความแข็งแกร่ง ฟังก์ชันการใช้งาน และดีไซน์ที่สะท้อนตัวตน เราเชื่อว่ารุ่นนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับไลน์อัปเรนเจอร์ และขยายฐานลูกค้าในกลุ่มรถกระบะไลฟ์สไตล์ได้มากขึ้น

ฟอร์ด เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค มีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อยกสูง และขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ เปิดตัวในราคาพิเศษ 949,000 บาท จากราคาปกติ 999,000 บาท สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถภายในระยะเวลาที่กำหนด ส่วนรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคา 1,089,000 บาท
ด้านขุมพลัง ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ ที่ได้รับการปรับจูนใหม่ ให้กำลังสูงสุด 170 แรงม้า และแรงบิด 405 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด รองรับทั้งการใช้งานในเมือง การเดินทางระยะไกล และเส้นทางออฟโรด
ด้านการออกแบบ ฟอร์ดวางตำแหน่ง วูล์ฟแทรค ให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยการตกแต่งสีเขียว Lime Green ทั้งภายนอกและภายใน ไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้า ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว สัญลักษณ์ WOLFTRAK โรลบาร์สีดำ และชุดตกแต่งซุ้มล้อ ขณะที่ห้องโดยสารเลือกใช้เบาะหนังและหนังสังเคราะห์โทนทูโทน พร้อมรายละเอียดตกแต่งเฉพาะรุ่น เพื่อสร้างความแตกต่างจากรุ่นย่อยอื่นในตระกูลเรนเจอร์
ด้านสมรรถนะการใช้งาน รถมีระยะต่ำสุดจากพื้น 229 มิลลิเมตร และสามารถลุยน้ำได้ลึกสูงสุด 800 มิลลิเมตร ส่วนรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ติดตั้งระบบดิฟล็อกหลังไฟฟ้า (Electronic Locking Rear Differential) พร้อมโหมดการขับขี่ 4 รูปแบบ ได้แก่ Normal, Eco, Tow/Haul และ Slippery เพื่อรองรับการใช้งานในสภาพถนนที่หลากหลาย
ฟอร์ดยังติดตั้งเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยมาอย่างครบครัน อาทิ หน้าจอสัมผัสขนาด 12 นิ้ว พร้อมระบบ SYNC 4A รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย หน้าจอแสดงข้อมูลผู้ขับขี่ขนาด 8 นิ้ว ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง กล้องมองหลัง ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESP) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ สำหรับสีตัวถัง มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ Arctic White, Absolute Black, Command Grey และ Traction Green ซึ่งเป็นสีพิเศษ เพิ่มเงิน 10,000 บาท
การเปิดตัวเรนเจอร์ วูล์ฟแทรค สะท้อนทิศทางของฟอร์ดในการเดินหน้าขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดรถกระบะไลฟ์สไตล์ ซึ่งยังเป็นเซ็กเมนต์ที่มีศักยภาพเติบโตจากความต้องการของผู้บริโภคที่ไม่ได้มองรถกระบะเพียงเพื่อการบรรทุก แต่ยังใช้เป็นรถสำหรับการเดินทาง ท่องเที่ยว และสะท้อนไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ โดยฟอร์ดหวังว่าการเพิ่มรุ่นย่อยใหม่จะช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันของแบรนด์ในตลาดรถกระบะไทยที่ยังคงเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของภูมิภาค
โดย นรินทร โชติภิรมย์กุล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฟอร์ด พร้อมลุยศึกออฟโรด AXCR ปีที่ 4 ส่งแร็พเตอร์ 2 คัน ป้องกันแชมป์
ฟอร์ด ประเทศไทย ประกาศความพร้อมในการลงแข่งสนามออฟโรดระดับนานาชาติ รายการเอเชีย ครอส คันทรี่ แรลลี่ หรือ AXCR
ฟอร์ดชู ‘Rapid Hub’ เครือข่ายวิศวกรภาคสนาม 10 แห่งทั่วไทย ยกระดับบริการหลังการขาย
ความเชื่อมั่นในแบรนด์ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในวันที่ลูกค้าซื้อรถ แต่วัดกันที่บริการหลังการขาย ฟอร์ด ประเทศไทย จึงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมบริการลูกค้ามาโดยตลอด
ฟอร์ด เดินหน้ากลยุทธ์แบรนด์ระดับโลก ‘Ready Set Ford’
ฟอร์ด ประเทศไทย เดินหน้าสร้างประสบการณ์และขับเคลื่อนกลยุทธ์แบรนด์แคมเปญระดับโลก ‘Ready Set Ford’ เพื่อสะท้อนทิศทางใหม่
ฟอร์ดเปิดตัวไลน์อัพทีมแข่ง ส่งฟอร์ด เรนเจอร์ เครื่องยนต์ วี 6 ลุย TSS 2569
ฟอร์ด ประเทศไทย พร้อมสร้างปรากฏการณ์ความตื่นเต้นในสนามแข่งรถทางเรียบต่อเนื่องปีที่ 7 โดยทีมฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง หรือ FTR
ฟอร์ด ชู ‘ทักษะคนและกระบวนการ’ กุญแจยกระดับบริการหลังการขาย
ในยุคที่ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยคึกคักไปด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายกว่าแต่ก่อน การตัดสินใจซื้อรถจึงไม่สามารถพิจารณาแค่

