โตโยต้า เปิดตัว “ALL NEW HILUX CHAMP” รถกระบะท้ายเรียบพร้อมดัดแปลง

มร.มาซาฮิโกะ มาเอดะ เจ้าหน้าที่บริหารภูมิภาคเอเชีย บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ร่วมกับ มร.โยชิกิ โคนิชิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และ ดร.จุฬชาติ  จงอยู่สุข หัวหน้าวิศวกรระดับภูมิภาค บริษัท โตโยต้า ไดฮัทสุ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด พร้อมด้วย นายกลินท์ สารสิน ประธานคณะกรรมการ มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ นายสุรภูมิ อุดมวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมด้วย นางชื่นกมล ทัพพะรังสี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมเปิดตัว “ALL NEW HILUX CHAMP” รถกระบะมหาชนขวัญใจคนไทยรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมการสร้างประสบการณ์ในการซื้อแบบใหม่ให้แก่ลูกค้า ด้วยการนำเสนอโซลูชั่นในการดัดแปลงตัวรถได้หลากหลายรูปแบบ ตอบโจทย์ทุกการใช้งานทั้งในเชิงธุรกิจ และการใช้งานส่วนบุคคล เพื่อให้ทุกโอกาสเป็นไปได้

มร. โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า สำหรับท่านประธาน มร.อากิโอะ โตโยดะ โครงการ IMV เป็นหนึ่งในผลงานที่ประทับใจที่สุดในความทรงจำของท่าน ท่านรักประเทศไทย เพราะประเทศไทยเป็น "ดินแดนแห่งรอยยิ้ม" อย่างแท้จริง ด้วยความอบอุ่น และความเป็นมิตรของคนไทย ล้วนเป็นแรงบันดาลใจให้กับท่านและผม ในการทำงานอีกด้วย นอกจากนี้โครงการ IMV ได้สร้างสายสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างคนไทย และโตโยต้าขึ้นมา ดังนั้นเราจึงสามารถกล่าวคำว่า “ขอบคุณ” ซึ่งกันและกัน

นับตั้งแต่เปิดตัว IMV รุ่นแรกเมื่อปี พ.ศ. 2547 ได้มีการส่งมอบรถ IMV ให้กับลูกค้าชาวไทยแล้วจำนวนทั้งสิ้นกว่า 2.7 ล้านคัน โดยผู้ใช้จำนวนมากมีประสบการณ์ และความทรงจำที่ดีกับโครงการ IMV ลูกค้าชาวไทยแต่ละคนจึงมีเรื่องราวเป็นของตัวเองด้วยรถ IMV ที่ปรับแต่งตามไลฟ์สไตล์การใช้งานของตน ด้วยเหตุผลนี้รถ IMV จึงได้รับการหล่อหลอมให้เป็น "รถอันเป็นที่รัก" ที่ถักทอ "เรื่องราวต่างๆ ที่น่าจดจำ" เอาไว้อย่างมากมาย นอกจากประสบความสำเร็จด้วยการขายภายในประเทศแล้ว เราได้ส่งออกรถในโครงการ IMV กว่า 4 ล้านคัน ไปจำหน่ายยังประเทศอื่นๆ กว่า 120 ประเทศ ด้วยการใช้ชิ้นส่วนการผลิตภายในประเทศ โครงการ IMV จึงสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ และสร้างงานให้แก่คนไทย ผมเชื่อว่าด้วยความไว้วางใจจากลูกค้าชาวไทยในโครงการ IMV และแบรนด์โตโยต้า พร้อมด้วยการสนับสนุนจากรัฐบาลไทย จนโครงการ IMV ถูกขนานนามว่า "รถกระบะมหาชน" และได้สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างคนไทยกับโตโยต้า ผมจึงขอแสดงความขอบคุณต่อทุกท่าน” มร.ยามาชิตะ กล่าวขอบคุณลูกค้าและการสนับสนุนจากภาครัฐ นอกจากนี้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เรามีการตรวจสอบให้แน่ใจว่า รถกระบะ IMV 0 จะสามารถนำความสุข  มาสู่คนไทยได้อย่างแท้จริง และนั่นคือเหตุผลที่ทีมงานพัฒนา IMV 0 ใช้เวลาหลายเดือนในการร่วมมือกับผู้แทนจำหน่ายในแต่ละภูมิภาค เพื่อสังเกตไลฟ์สไตล์ และความต้องการของผู้ที่มีแนวโน้มจะเป็นเจ้าของรถกระบะคันนี้มร.อากิโอะ โตโยดะ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ได้กล่าวเมื่อเริ่มต้นโครงการ IMV 0 ว่า โปรเจ็กต์ใหม่นี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนรุ่นใหม่ของ IMV เท่านั้น แต่มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำให้อนาคตของเราดีขึ้น และสดใสยิ่งขึ้นไปพร้อมกับคนไทย” ด้วยคำพูดนี้ทำให้การพัฒนา IMV 0 กลับสู่แนวคิดเดิมของ IMV อีกครั้ง และตั้งชื่อรถรุ่นนี้ว่า “HILUX CHAMP” เพื่อแสดงถึงเจตจำนงค์อันคืนสู่ความยอดเยี่ยมจากจุดกำเนิดของ “HILUX VIGO CHAMP" หลังจากที่ มร.อากิโอะ โตโยดะ ได้นำเสนอแนวคิดของโครงการ IMV 0 เมื่อปีที่ผ่านมา รถต้นแบบ IMV 0 ได้ถูกนำไปใช้เป็น Pace Car ในการแข่งขัน Endurance Race บุรีรัมย์ 25 ชั่วโมง และมีการเปิดตัวในอินโดนีเซีย ต่อด้วยฟิลิปปินส์ จากนั้นจึงนำไปแสดงในงาน Japan Mobility Show เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีอย่างล้นหลาม เนื่องจากเป็นรถที่สามารถสร้างอนาคตให้กับโลกได้ และเพื่อเติมเต็มแนวคิด IMV 0 ให้สมบูรณ์ จึงได้มีการร่วมมือกับผู้ประกอบการดัดแปลงรถยนต์ในประเทศจำนวนมาก ซึ่งได้เข้าร่วมงานเปิดตัว อย่างเป็นทางการในวันนี้ด้วย โดยตั้งเป้าที่จะพัฒนารถดัดแปลงต่างๆ ร่วมกัน ตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนารถยนต์จึงเป็นความท้าทายใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

 “HILUX CHAMP จะเป็นที่หนึ่งในใจลูกค้าชาวไทย และเป็นรถยนต์ที่สร้างรอยยิ้ม สร้างความสุขให้กับคนไทยมากขึ้นเรื่อยๆ ดังที่ทุกท่านทราบดีว่าตลาดรถกระบะในปีนี้มีแนวโน้มชะลอตัวตามสภาพเศรษฐกิจ เราจึงอยากกระตุ้นตลาดรถกระบะด้วย HILUX CHAMP ร่วมกับคนไทยอีกครั้ง ภายใต้การพัฒนาเพื่อแสดงความมุ่งมั่นของเรา เพื่อสื่อถึงความขอบคุณของเราแก่คนไทยทุกคนในฐานะรถกระบะมหาชน เราต้องการที่จะสร้างอนาคตที่ดีร่วมกันกับลูกค้าของเรา จึงอยากกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างคนไทยกับโตโยต้า โดยแสดงออกถึงความชื่นชมซึ่งกันและกัน” มร.ยามาชิตะ กล่าวด้วยความภาคภูมิใจดร.จุฬชาติ จงอยู่สุข หัวหน้าวิศวกรระดับภูมิภาค บริษัท โตโยต้า ไดฮัทสุ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่สอบถามกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย IMV 0 ประมาณ 130 ราย และ ผู้ประกอบการดัดแปลงรถยนต์หลักๆ 10 บริษัท เพื่อให้เข้าใจลักษณะการใช้งานรวมทั้งความต้องการลูกค้า เมื่อนำผลที่ได้มาเปรียบเทียบกับ HILUX Revo B-cab ซึ่งเป็นรุ่นที่ประสบความสำเร็จ และได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนาน สำหรับลูกค้าที่เคยใช้งาน HILUX Revo B-cab ส่วนใหญ่เน้นไปที่การบรรทุกหนัก พร้อมฟังก์ชั่นสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมถึงขนาดของเครื่องยนต์ที่ใหญ่กว่า เหมาะสมกับการใช้งานในระยะทางไกล ดังนั้น HILUX CHAMP ภายใต้โปรเจกต์ IMV 0 หรือ “Innovative International Multi-purpose Vehicle Zero” จึงได้รับการพัฒนา และออกแบบให้แตกต่าง โดยเน้นที่ความเข้าใจลักษณะการใช้งาน และความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก โดยจะเน้นเรื่องกระบะพื้นเรียบเหมาะกับการบรรทุกเบา และการดัดแปลงที่ง่ายกว่า เพื่อให้ตรงกับลักษณะการใช้งาน ธุรกิจของลูกค้า และการติดตั้ง Accessory เพิ่มเติมเพื่อใช้ในกิจกรรมวันว่างอีกด้วย

คุณลักษณะเด่นของ HILUX CHAMP

-Affordable Price ราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่าย ถูกกว่ารถกระบะตอนเดียวทั่วไป เหมาะสำหรับลูกค้าที่มีรายได้ระดับพื้นฐานเพื่อเริ่มต้นธุรกิจ

-Business – Focused ครอบคลุมธุรกิจทุกรูปแบบ ด้วยทางเลือกรุ่นย่อยที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นฐานล้อที่มีทั้งช่วงสั้น “Short Wheel Base” และช่วงยาว “Long Wheel Base” 2 รูปแบบการบรรทุกทั้งกระบะท้ายเรียบ และไม่มีกระบะท้าย รวมไปถึงเครื่องยนต์ที่มีถึง 3 ขนาด และมีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา และเกียร์อัตโนมัติ ที่สำคัญกระบะท้ายยังเป็นพื้นเรียบเปิดได้ 3 ทาง และมีขนาดความจุมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในตลาด

-Compact Pick Up ขนาดกะทัดรัดคล่องตัว ด้วยรัศมีวงเลี้ยวที่แคบเทียบเท่ารถยนต์นั่งขนาดเล็ก สามารถเข้า-ออก ตามซอกซอยได้อย่างคล่องตัว

-Durability ทนทาน เนื่องจากใช้พื้นฐานโครงสร้าง และเครื่องยนต์เดียวกับ HILUX REVO จึงไม่มีข้อกังขาเรื่องความทนทานอย่างแน่นอน

-Easy for Conversion ง่ายต่อการดัดแปลง จุดขายหลักที่จะช่วยให้ลูกค้าสามารถลดต้นทุน และเวลาการดัดแปลงรถ เนื่องจากโครงสร้างแบบ “Monozukuri” ออกแบบมาเพื่อให้ง่ายต่อผู้ประกอบการดัดแปลงรถ อาทิเช่น การเตรียมพื้นที่สำหรับเจาะไว้ตามจุดต่างๆ กันชนที่สามารถถอดแยกชิ้นเปลี่ยนได้ ทำให้ลดค่าใช้จ่ายเรื่องการซ่อมบำรุง

 

ด้าน นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ เปิดเผยว่า จุดเด่นของ “HILUX CHAMP” นอกเหนือจากกระบะพื้นเรียบ แบบเปิดได้ 3 ทางแล้ว โครงสร้างรถที่ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “Monozukuri” หรือ "Easy for Conversion" จึงทำให้ “HILUX CHAMP เป็นโซลูชั่นในอุดมคติสำหรับภาคธุรกิจ หรือ Start up นอกจากนี้ยังสามารถนำไปตกแต่ง หรือต่อเติมให้เข้ากับกิจกรรมสันทนาการ ได้หลากหลายไลฟ์สไตล์ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สนองความต้องการของลูกค้าชาวไทยให้ได้มากที่สุด ทีมวิศวกรของเราได้ร่วมทำงาน และรับฟังมุมมองเชิงลึกจากผู้ประกอบการดัดแปลงรถยนต์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ รวมไปถึงปัญหาที่ประสบในปัจจุบัน เพื่อนำมาแก้ไขใน HILUX CHAMP และพัฒนาเป็นโครงสร้างการดัดแปลงที่ง่าย เพื่อให้ผู้ประกอบการดัดแปลงรถยนต์สามารถดัดแปลง HILUX CHAMP ในระยะเวลาที่สั้น และต้นทุนที่ต่ำลง ซึ่งจะส่งผลดีต่อลูกค้าผู้ใช้งาน ที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้นในที่สุด ในครั้งนี้ เราอยากให้ลูกค้า HILUX CHAMP ได้พบประสบการณ์การซื้อในรูปแบบใหม่ที่รวมครบจบในที่เดียว เราจึงขอนำเสนอวิธีการขายแบบ One Stop Service ผ่านผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศเพื่อให้บริการแบบครบวงจร โดยเราได้รวบรวมรายชื่อผู้ประกอบการดัดแปลงทั้งในเว็บไซต์เรียกว่า “Conversion Portal” และจัดเตรียมไดเร็กทอรีสำหรับพนักงานขาย  ซึ่งได้รวบรวมข้อมูลผู้ประกอบการดัดแปลงรถยนต์ ข้อมูลผลิตภัณฑ์รถดัดแปลง แพ็คเกจการขาย ราคาประมาณการ และการคำนวณราคาเช่าซื้อ ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าได้รับความสะดวกจากการคำนวณต้นทุนการดัดแปลงเบื้องต้น และหลังจากนั้น เมื่อลูกค้าสามารถตัดสินใจเลือกซื้อส่วนดัดแปลงได้แล้ว เรายังสามารถรวมค่าใช้จ่ายของส่วนดัดแปลงนั้นๆ ลงในยอดจัดได้สูงสุดถึง 350,000 บาทอีกด้วย

สำหรับเป้าหมายการขายจะอยู่ที่ประมาณ 1,500 คันต่อเดือน โดยหลังจากการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในวันนี้จะมีการเริ่มรับจอง ต่อด้วยการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป วันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ และเริ่มจัดส่งให้กับลูกค้าตั้งแต่เดือนมกราคมปีหน้าเป็นต้นไป

ราคา “ALL NEW HILUX CHAMP” มีดังนี้

  • 2.4 ดีเซล เกียร์อัตโนมัติ ช่วงล้อสั้น รุ่นตกแต่งพิเศษ    577,000 บาท
  • 2.4 ดีเซล เกียร์อัตโนมัติ ช่วงล้อยาว                             562,000 บาท
  • 2.4 ดีเซล เกียร์อัตโนมัติ แบบไม่มีกระบะ ช่วงล้อสั้น     536,000 บาท
  • 2.4 ดีเซล เกียร์ธรรมดา ช่วงล้อยาว                              527,000 บาท
  • 2.4 ดีเซล เกียร์ธรรมดา แบบไม่มีกระบะ ช่วงล้อยาว     499,000 บาท
  • 2.7 เบนซิน เกียร์อัตโนมัติ ช่วงล้อสั้น                            499,000 บาท
  • 2.7 เบนซิน เกียร์อัตโนมัติ แบบไม่มีกระบะ ช่วงล้อสั้น   487,000 บาท
  • 2.0 เบนซิน เกียร์ธรรมดา ช่วงล้อสั้น                             459,000บาท
  • สำหรับรุ่น 2.4 ดีเซล เกียร์อัตโนมัติ ช่วงล้อสั้น รุ่นตกแต่งพิเศษ มีเฉพาะสี SUPER WHITE2, DARK GREY METALLIC*   และ SILVER METALLIC*
  • สำหรับรุ่น 2.7 เบนซิน เกียร์อัตโนมัติ ช่วงล้อสั้น และ 2.0 เบนซิน เกียร์ธรรมดา ช่วงล้อสั้น มีเฉพาะสี OFF WHITE, DARK GREY METALLIC*   และ SILVER METALLIC*
  • สำหรับรุ่น 2.4 ดีเซล เกียร์อัตโนมัติ ช่วงล้อยาว และ 2.4 ดีเซล เกียร์ธรรมดา ช่วงล้อยาว  มีเฉพาะสี OFF WHITE, DARK GREY METALLIC*  และ SILVER METALLIC*
  • สำหรับรุ่น 2.4 ดีเซล เกียร์ธรรมดา แบบไม่มีกระบะ ช่วงล้อยาว มีเฉพาะสี OFF WHITE และ SILVER METALLIC*
  • สำหรับรุ่น 2.7 เบนซิน เกียร์อัตโนมัติ แบบไม่มีกระบะ ช่วงล้อสั้น และ 2.4 ดีเซล เกียร์อัตโนมัติ แบบไม่มีกระบะ ช่วงล้อสั้น มีเฉพาะสี SUPER WHITE2 , DARK GREY METALLIC และ SILVER METALLIC*

หมายเหตุ : สำหรับสี Dark Grey Metallic , Silver Metallic ราคาจะเพิ่ม 7,000 บาท จากราคาด้านบน


โดย นรินทร โชติภิรมย์กุล

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ขับ Mitsubishi TRITON ATHLETE ลุยดอยสอยมาลัย

เสียงกรีดจากกิ่งไม้ที่ขูดตัวถังรถ ดังอยู่ตลอดเวลาที่ขับ ทำเอาคนในรถ “ซี๊ดซ้าด” ตลอดทาง เพราะถ้าเป็นรถตัวเองจะไม่เอามาแน่นอน

ดูคาติ เพิ่มระยะเวลารับประกันตัวรถทุกคันจากเดิม 3 ปี เป็น 4 ปี

นายดอม เหตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โมโตเร อิตาเลียโน จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย รถจักรยานยนต์ ดูคาติ ในประเทศไทย

BMW Group รุกปี 67 พร้อมเปิดตัวรถใหม่รวม 10 รุ่น จาก 3 แบรนด์

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ครองแชมป์ตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์พรีเมียมของประเทศไทยติดต่อกันเป็นปีที่สี่ ซึ่งเป็นผลลัพธ์

ส่งภาพความประทับใจกับรถมาสด้า แชร์ประสบการณ์ “You and Mazda Moments”

นิยามความสุขของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน บางคนมีความสุขกับการให้ บางคนสุขกับการรับ บางทีความสุขอาจหาได้จากสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวเรา