

ตลอด 3 วันของการแข่งขันมีผู้ชมในสนามรวมกว่า 200,000 คน และผู้รับชมถ่ายทอดสดผ่านสื่อต่าง ๆ อีกกว่า 800 ล้านคน จาก 220 ประเทศทั่วโลก ร่วมเป็นสักขีพยาน โดยมิชลินได้พิสูจน์ศักยภาพของยางในตระกูล ‘มิชลิน พาวเวอร์’ ซึ่งโดดเด่นด้วยประสิทธิภาพการยึดเกาะที่เหนือชั้นและสมรรถนะที่ดีเยี่ยมสม่ำเสมอในทุกสภาวะ ภายใต้แนวคิด We Race for Change (การลงสนามแข่งเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงสู่การสัญจรที่ยั่งยืน) ที่มุ่งพัฒนายางให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนยิ่งขึ้น เพื่อมอบประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือชั้นและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอนของวงจรชีวิตยาง
มร. ปิเอโร ทารามัสโซ่ (Piero Taramasso) ผู้จัดการฝ่ายมอเตอร์สปอร์ต กลุ่มผลิตภัณฑ์ 2 ล้อ ของมิชลิน เปิดเผยว่า “ในการทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล เราพบว่าสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เป็นสนามแข่งที่มีความท้าทายสูง โดยอุณหภูมิพื้นสนามร้อนและเส้นทางวิ่งที่เป็นทางตรงยาวทำให้เกิดแรงเค้นจากภาระความร้อน หรือ Thermal Load ต่อยางล้อหน้าและยางล้อหลังของรถ มิชลินจึงเลือกใช้ยางเสริมความแกร่งที่มีโครงสร้างพิเศษช่วยให้อุณหภูมิภายในของยางอยู่ในระดับต่ำ เพื่อสมรรถนะสูงสุดบนสนามแข่ง”

ในฐานะผู้สนับสนุนยางสำหรับการแข่งขัน ‘โมโตจีพี’ อย่างเป็นทางการ มิชลินได้จัดเตรียมยางในตระกูล ‘มิชลิน พาวเวอร์’ ทั้งยาง ‘พาวเวอร์ สลิค’ สำหรับพื้นแห้ง และ ยาง ‘พาวเวอร์ เรน’ สำหรับพื้นเปียก รวมทั้งสิ้น 1,100 เส้นไว้สำหรับการแข่งขันแต่ละสนามในฤดูกาลนี้ ขณะที่ทีมผู้เชี่ยวชาญประจำสนามแข่งของมิชลินรวม 25 ราย ซึ่งประกอบด้วยนักพัฒนาผลิตภัณฑ์, ช่างเทคนิค, ช่างประกอบติดตั้งยาง, ผู้จัดการและเจ้าหน้าที่ประสานงาน, เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ และเจ้าหน้าที่สื่อสารการตลาด จะจัดแบ่งกลุ่มออกประจำการทุกสนามแข่งเพื่อเก็บข้อมูลยาง ตรวจสอบ วิเคราะห์ ให้คำแนะนำ และเผยแพร่ข่าวสารต่าง ๆ
สำหรับมิชลิน กีฬามอเตอร์สปอร์ตเป็น “ตัวเร่งให้เกิดนวัตกรรม” เพราะการขับขี่อย่างหนักหน่วงในกีฬามอเตอร์สปอร์ตทำให้มีโอกาสสร้างสรรค์สิ่งใหม่, ทดลอง, เรียนรู้, คิดวิธีแก้ปัญหาใหม่ ๆ และเร่งการพัฒนาโซลูชั่นที่ยั่งยืนเพื่อยกระดับคุณภาพการขับขี่และเพื่อโลกที่ดีขึ้น ผลิตภัณฑ์ยางมิชลินล่าสุดซึ่งนำเทคโนโลยีจาก ‘โมโตจีพี’ มาพัฒนาต่อยอดเพื่อการใช้งานบนท้องถนน ได้แก่ ‘มิชลิน พาวเวอร์ 6’ (MICHELIN Power 6) ยางที่ออกแบบขึ้นสำหรับใช้งานกับรถจักรยานยนต์ประเภทโรดสเตอร์, สปอร์ต และไฮเปอร์สปอร์ต ขนาด 600 ซีซี ขึ้นไป, ‘มิชลิน โรด 6’ (MICHELIN Road 6) ยางที่ออกแบบมาเพื่อมอเตอร์ไซค์สปอร์ตสมรรถนะสูง และ ‘มิชลิน พาวเวอร์ ชิฟท์’ (MICHELIN Power Shift) ยางสำหรับรถจักรยานยนต์แบบ Maxi Scooter ที่ดีที่สุดในทุกสมรรถนะ
โดย นรินทร โชติภิรมย์กุล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
OMODA & JAECOO: JAECOO 6T REEV รถ SUV ไฟฟ้าเติมน้ำมันได้ วิ่งไกล 800 กม. ออปชั่นแน่น
JAECOO 6T REEV รถ SUV พลังงานทางเลือกใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ OMODA & JAECOO ที่มาพร้อมขุมพลังอัจฉริยะรถยนต์ไฟฟ้า 100%
อีซูซุ จัดเต็มครบทุกไลน์อัพทางเลือกแห่งความคุ้มค่า ในงาน FAST Auto Show Thailand 2026
“อีซูซุ” สะท้อนภาพลักษณ์ “Isuzu Trusted Buddy” อีซูซุเคียงข้างคุณ…เคียงคู่ไทย นำยนตรกรรมแห่งความคุ้มค่า 10 คันครบทุกไลน์อัพ
“โปรโมชั่นรถใหม่” คุ้มสุดในงาน FAST Auto Show Thailand 2026
สมรภูมิตลาดรถยนต์เดือด! “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2026” ชูแนวคิด “ดีลแรงจัดเต็มทั้งงาน อยากได้รถใหม่หรือมือสอง จัดให้ครบ จบในงานเดียว”
อีโวลท์ เปิดตัว “Evolt Station Hub” แห่งแรก บนถนนลาดกระบัง ชูสถานีชาร์จ Ultra Fast กำลังไฟแรง 960 kW
อีโวลท์ เทคโนโลยี (Evolt Technology) ผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย เดินหน้าขยายโครงสร้างพื้นฐาน
ฉลองครบรอบ 10 ปี YAMAHA NMAX สปอร์ตพรีเมียมสกู๊ตเตอร์ยอดนิยมอันดับ 1 ในยุโรป
YAMAHA NMAX เดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์ความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2015
CHERY Group และ OMODA & JAECOO ประเทศไทย จัดงาน TECH DAY 2026
CHERY Group และ OMODA & JAECOO (ประเทศไทย) จัดงาน TECH DAY 2026 ณ centralwOrld PULSE ชั้น 7–8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

