
เขตการปกครองของเทศบาลตำบลท่าช้างมีจำนวนทั้งสิ้น 9 หมู่บ้าน ประกอบไปด้วย ตำบลท่าช้างจำนวน 6 หมู่บ้าน และตำบลสี่ร้อยจำนวน 3 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 4 หมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 7 มีจำนวนครัวเรือนทั้งสิ้น 1,790 ครัวเรือน ประชากรรวมจำนวน 4,895 คน ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านเกษตร ได้แก่ การทำนา ทำสวน และเลี้ยงสัตว์ ควบคู่กับการประกอบอาชีพรับจ้างและค้าขายในพื้นที่ใกล้เคียง มีวิถีชีวิตเรียบง่าย ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และมีความสามัคคีเข้มแข็งของชุมชนเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนา
ในอดีตเกษตรกรในพื้นที่ตำบลท่าช้างต้องพึ่งพาการสูบน้ำด้วยพลังงานน้ำมันเป็นหลัก โดยใช้เครื่องสูบน้ำแบบท่อพญานาคจำนวน 3 ชุด ทำงานวันละ 8 ชม. และใช้น้ำมันเฉลี่ยวันละ 8 ลิตร เมื่อคิดเป็นค่าใช้จ่ายแล้ว น้ำมันดีเซลราคาลิตรละ 40.8 บาท ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการสูบน้ำสูงถึงวันละ 326.4 บาท และเมื่อคำนวณตลอดทั้งปี เกษตรกรต้องแบกรับต้นทุนค่าน้ำมันสูงถึง 119,136 บาทต่อปี ซึ่งเป็นภาระต้นทุนที่สูงและส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของเกษตรกร

จากปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้เทศบาลตำบลท่าช้างเห็นถึงความจำเป็นในการลดต้นทุนการผลิต จึงได้ดำเนินนโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อจัดทำโครงการระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับผิวดิน
รัฐฉัตร ศิริพานิช ผู้จัดการสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เล่าให้ฟังว่า กองทุนได้สนับสนุนภาคเกษตรและเศรษฐกิจฐานรากอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2561–2565 รวมทั้งสิ้น 2,406 โครงการ วงเงินกว่า 4,500 ล้านบาท โดยเฉพาะโครงการระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับแหล่งน้ำผิวดิน ได้สนับสนุนแล้ว 30 ระบบ วงเงินรวมกว่า 87 ล้านบาท สะท้อนบทบาทสำคัญของกองทุนในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่เข้าถึงได้สำหรับชุมชน
สำหรับตำบลท่าช้างนั้น ในปี 2565 กองทุนได้สนับสนุนงบ 1.17 ล้านบาท ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดรวม 28,800 วัตต์ จากแผงโซลาร์เซลล์ขนาด 480 วัตต์ จำนวน 60 แผง พร้อมติดตั้งอินเวอร์เตอร์และเครื่องสูบน้ำขนาด 4 กิโลวัตต์ จำนวน 5 ชุด อัตราการสูบน้ำรวม 125 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง เพื่อกระจายน้ำไปยังพื้นที่การเกษตร ระบบสามารถผลิตไฟฟ้าได้เฉลี่ยประมาณ 32,452.15 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี ช่วยให้ชุมชนมีแหล่งพลังงานของตนเอง ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่เทศบาลตำบลท่าช้าง สามารถผลิตพลังงานทดแทนไฟฟ้าได้ 33,849.75 กิโลวัตต์ต่อปี และช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานในพื้นที่ได้รวม 119,136 บาท/ปี เมื่อเกษตรกรสามารถลดต้นทุนด้านพลังงานได้อย่างชัดเจน มีน้ำใช้เพียงพอตลอดทั้งปี ทำให้สามารถเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้จากการทำการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นนาข้าว สวนชะอม มะม่วง และกระท้อน รวมพื้นที่เกษตรที่ได้รับประโยชน์มากกว่า 200 ไร่ ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของเกษตรกรดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ เทศบาลตำบลท่าช้างยังได้ขยายผลการใช้พลังงานสะอาด โดยติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ภายในสำนักงานจำนวน 2 โครงการ และมีแผนดำเนินการเพิ่มเติมอีก 5 โครงการ ประกอบด้วย โครงการสำหรับระบบผลิตกิจการประปา 3 โครงการ สำนักงานเทศบาลตำบลท่าช้าง 1 โครงการ และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอีก 1 โครงการ ทั้งหมดนี้คือก้าวสำคัญของเทศบาลตำบลท่าช้างในการลดต้นทุนด้านพลังงาน ยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร และมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต

“โครงการระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายพลังงานของประเทศ ที่ไม่เพียงตอบโจทย์ด้านพลังงาน แต่ยังเชื่อมโยงไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ลดฟอสซิล ลดต้นทุน ปลดล็อกศักยภาพเกษตรกรไทยให้ผลิตไฟฟ้าใช้เอง เข้าถึงน้ำได้ในต้นทุนต่ำ และยิ่งในสถานการณ์วิกฤตราคาพลังงานที่ควบคุมไม่ได้เช่นปัจจุบัน ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์จะมีส่วนช่วยเปลี่ยนเกษตรกรจากผู้รับผลกระทบ เป็นผู้กำหนดความมั่นคงพลังงานได้ด้วยตนเอง” รัฐฉัตร กล่าว
รัฐฉัตร ยังย้ำว่า กองทุนอนุรักษ์ฯ ยังคงเดินหน้าจัดสรรทุนเพื่อสนับสนุนงานส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานรากอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และกลุ่มเกษตรกร ประชาชนในพื้นที่ห่างไกล โดยใช้ศักยภาพด้านพลังงานชุมชนอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสในการเข้าถึงการใช้พลังงานแบบพึ่งพาตนเอง และมีโอกาสเป็นเจ้าของกิจการอย่างเป็นรูปธรรม.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘เอมโอชา’ปลุกเสน่ห์อาหารไทยด้วยไอเดียใหม่ ชูนวัตกรรมน้ำพริกไทยสยายปีกสู่ตลาดโลก
“เรานำเสนออาหารไทยในรูปแบบที่คนรุ่นใหม่และผู้บริโภคทั่วโลกเข้าถึงได้ง่ายที่สุด โดยที่เราไม่เคยลดทอนความเป็นไทย แต่เราเปลี่ยนวิธีการเข้าถึงความเป็นไทยแทน
ไทยบนเทวีประชุม IMF-World Bank 2026 ‘โอลิมปิกการเงิน’กับโอกาส-ความคาดหวังและโจทย์ใหม่ของศก.
ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่กำลังเผชิญความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และโครงสร้างประชากรที่กำลังพลิกโฉมระบบเศรษฐกิจของหลายประเทศ การ
GULF ชูความเชี่ยวชาญด้านพลังงานสะอาด ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ ม.มหิดล เสริมแกร่งการวิจัยพัฒนา 'Nature-based Innovation' พร้อมหนุนศักยภาพเด็กกลุ่มเปราะบาง
GULF เดินหน้าพันธกิจด้านความยั่งยืน จับมือ อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล สนับสนุนการปรับปรุงหลังคา และติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) มูลค่า 3.6 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในพื้นที่อุทยานฯ มุ่งยกระดับงานวิจัยด้านสมุนไพรไทยสู่ระดับอุตสาหกรรม และสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ให้กับกลุ่มเด็กที่มีความเปราะบางและประชาชนทั่วไป
Café Amazon Experience Flagship Store Ari พิกัดใหม่ใจกลางอารีย์ผสานทุกไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว
หากเราคุ้นเคยกับภาพจำของคาเฟ่ อเมซอน ในฐานะ “ร้านกาแฟระหว่างทาง” ยามเดินทาง แต่ถึงเวลาแล้วที่จะได้สัมผัสกับความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เพราะวันนี้แบรนด์กาแฟสัญชาติไทยได้ยกระดับสู่การเป็น “จุดหมายปลายทางแห่งใหม่” (Destination) ใจกลางเมือง ด้วยการเปิดตัว

