CKPเดินหน้าครึ่งปีหลัง COD โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เพิ่ม 5 MW รับปัจจัยหนุนน้ำ XPCL – NN2 พร้อม BIC กลับมาเดินเครื่องเต็มความพร้อม
8 ก.ย. 2569 – นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPหนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ว่า บริษัทได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เพิ่มเติม ขนาดกำลังการผลิตรวม 5 เมกะวัตต์ในเดือนกันยายน เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนในพอร์ตของบริษัท พร้อมสนับสนุนการนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ในระบบคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และขยายโอกาสการเติบโตของธุรกิจพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน CKP ยังคงติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรีสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 17.7% ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 11.2 %สะท้อนสภาพน้ำในแม่น้ำโขงที่เอื้อต่อการผลิตไฟฟ้าในช่วงครึ่งปีแรก
สำหรับช่วงครึ่งปีหลัง CKP ประเมินว่าสถานการณ์น้ำยังมีปัจจัยสนับสนุนต่อการผลิตไฟฟ้าของบริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL) จากปริมาณฝนในลุ่มน้ำโขง ประกอบกับแนวโน้มการระบายน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำ โดยคาดว่าการระบายน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำในประเทศจีนจะยังอยู่ในระดับสูงในช่วงเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน และอาจมีการระบายน้ำเพิ่มเติมในบางช่วงของเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงในช่วงไตรมาส 4 ทั้งนี้ บริษัทประเมินว่าในช่วงปลายปี โดยเฉพาะไตรมาส 4/2569 ปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรีมีแนวโน้มอยู่ในเกณฑ์ดีและสูงกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย โดย CKP ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดผ่านระบบ Hydrometeorological Monitoring and Forecasting System เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการคาดการณ์ปริมาณน้ำและการวางแผนการผลิตไฟฟ้า
ด้านบริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด (NN2) ปริมาณน้ำใช้การได้ในอ่างเก็บน้ำของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 32.53 %ของความจุน้ำใช้การได้ โดยยังมีพื้นที่รองรับปริมาณน้ำที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝน และในช่วงที่เหลือของไตรมาสที่ 3 คาดว่าจะมีปริมาณน้ำไหลเข้าเพิ่มขึ้นจากปัจจัยฤดูฝนและสถานการณ์น้ำจากพื้นที่ต้นน้ำ ซึ่งคาดว่าจะช่วยเสริมความพร้อมด้านน้ำสำหรับการผลิตไฟฟ้าในช่วงครึ่งปีหลัง ตามแผนการดำเนินงานของบริษัท หลังจากบริษัทบริหารการประกาศความพร้อมจ่ายไฟฟ้าอย่างระมัดระวังในช่วงครึ่งปีแรก
ส่วนบริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด (BIC) ภายหลังการซ่อมบำรุงในไตรมาสที่ 1 ปัจจุบันโรงไฟฟ้าสามารถกลับมาดำเนินงานได้เต็มกำลังการผลิต ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าในช่วงครึ่งปีหลัง
นายธนวัฒน์กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีหลัง CKP มีปัจจัยสนับสนุนจากหลายส่วน ทั้งกำลังการผลิตใหม่จากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับ BEM สถานการณ์น้ำที่ยังเอื้อต่อการผลิตไฟฟ้าของ XPCL แนวโน้มปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นของ NN2 ตลอดจนการกลับมาเดินเครื่องตามปกติของ BIC หลังการซ่อมบำรุงตามแผน ซึ่งช่วยเสริมศักยภาพการผลิตของพอร์ตโดยรวม บริษัทจะมุ่งบริหารสินทรัพย์ที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่กับการทยอยเพิ่มกำลังการผลิตจากพลังงานหมุนเวียน เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่องและสร้างความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตพลังงานในระยะยาว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
BEM คว้า 3 รางวัลเกียรติยศจากเวที IAA Awards 2026
BEM คว้า 3 รางวัลเกียรติยศ จากเวที IAA Awards for Listedตอกย้ำศักยภาพและความเป็นเลิศของผู้บริหารที่มีขับเคลื่อนองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ
"กฟผ. ผนึกกำลัง 8 พันธมิตรเบอร์ 5 ส่งมอบพลังงานสะอาด หนุนภารกิจอนุรักษ์เต่าทะเลกองทัพเรือสัตหีบ"
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดกิจกรรม “No.5 Forward รวมพลังความดี ส่งต่อสู่สังคม” โดยมี นายไชยยศ ตั้งวรกุลชัย
EGCO Group ซื้อหุ้นโรงไฟฟ้า Linden Cogen เพิ่มเป็น50%
EGCO Group ปักธงฐานสหรัฐฯ ซื้อหุ้นเพิ่มเป็น 50% ในโรงไฟฟ้าLinden Cogen 980 MW ฐานผลิตไฟฟ้าป้อนนิวยอร์ก-นิวเจอร์ซีย์ รับรู้กำไรสุทธิ-เงินปันผลทันที
โครงการนาทับพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ NSP-I เริ่มก่อสร้างอย่างเป็นทางการ ตอกย้ำกลยุทธ์ขยายธุรกิจพลังงานสะอาด
โครงการนาทับพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ โครงการ 1 (NSP-I) ก้าวสู่ระยะก่อสร้างอย่างเป็นทางการ โดยมี นายศิริเมธ ลี้ภากรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี
นายกฯ หารือ Temasek Trust ผนึกพลังขับเคลื่อน นวัตกรรมพลังงานสะอาด-สาธารณสุข
นายกฯ หารือ Temasek Trust ผนึกพลังภาครัฐ–เอกชน–ภาคการกุศล ขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานสะอาดและสาธารณสุข มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

