
ในวันที่โลกไม่ได้เปลี่ยนแค่ปีต่อปี แต่เปลี่ยนเร็วขึ้นแทบทุกด้าน การวางแผนชีวิตและการเงินจึงไม่อาจใช้สูตรเดิมได้ทั้งหมด เพราะสิ่งที่เคยเป็นเรื่องไกลตัวอย่างความขัดแย้งระหว่างประเทศ เทคโนโลยีใหม่ หรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ล้วนสามารถเดินทางมาถึงกระเป๋าเงินของผู้คนได้เร็วกว่าที่คิด
สำหรับคนทั่วไป ‘ความมั่งคั่ง’ อาจฟังดูเป็นเรื่องของการมีเงินมากขึ้น แต่ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ความหมายของคำนี้กำลังขยับไปไกลกว่าการเพิ่มผลตอบแทน เพราะโจทย์สำคัญคือ จะรักษาและต่อยอดทรัพย์สินที่มีอยู่ได้อย่างไร ขณะที่ต้นทุนชีวิต ความเสี่ยง และสภาพเศรษฐกิจรอบตัวเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
เช่นเดียวกับโลกการลงทุนที่ไม่มีสินทรัพย์หรือกลยุทธ์ใดสามารถรับประกันผลลัพธ์ได้ในทุกช่วงเวลา การตัดสินใจทางการเงินจึงจำเป็นต้องมองให้กว้างขึ้น ทั้งความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น โอกาสจากการเปลี่ยนแปลง และเป้าหมายทางการเงินของแต่ละคน โดยเฉพาะเป้าหมายระยะยาวที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการตัดสินใจเพียงครั้งเดียว
โจทย์จึงไม่ได้อยู่เพียงว่า ‘จะลงทุนอะไร’ แต่คือ ‘จะบริหารเงินอย่างไร’ ให้สามารถรับมือกับโลกที่เปลี่ยนเร็วขึ้นได้ เพราะความมั่งคั่งในระยะยาวไม่ได้เกิดจากการไล่ตามโอกาสเพียงอย่างเดียว หากต้องอาศัยการวางแผน วินัย และการปรับตัวให้ทันกับกติกาที่กำลังเปลี่ยนไป
คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า เมื่อกติกาของโลกเปลี่ยนไป วิธีสร้างและรักษาความมั่งคั่งควรเปลี่ยนตามอย่างไร และเราจะเตรียมตัวรับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างไร ประเด็นนี้สะท้อนผ่านมุมมองของ ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ที่มองว่า โลกการลงทุนกำลังเข้าสู่บริบทใหม่ ซึ่งประชาชนและนักลงทุนจำเป็นต้องปรับวิธีคิดและแนวทางบริหารเงินให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
โดยในการบรรยายในหัวข้อ ‘The New Rules of Wealth : สร้างความมั่งคั่งอย่างไร ในกติกาโลกใหม่’ ภายในงาน ลงทุนแมน SUMMIT 2026 นั้น ศรพล ชี้ให้เห็นว่า โลกการลงทุนในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จาก 4 แรงขับเคลื่อนสำคัญ ได้แก่ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics), การเปลี่ยนแปลงจาก AI และเทคโนโลยี, สังคมสูงวัย (Aging Society) และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ทำให้การสร้างความมั่งคั่งได้เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ประชาชนและนักลงทุนต้องปรับวิธีคิดและแนวทางบริหารเงินให้สอดรับกับบริบทใหม่ของโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
และจากบทเรียนที่ผ่านมา ทั้งวิกฤตโควิด-19 ความขัดแย้งระหว่างประเทศ หรือการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี สะท้อนให้เห็นว่าตลาดการเงินและเศรษฐกิจโลกมีความเชื่อมโยงกันมากขึ้น ความเสี่ยงจึงสามารถส่งผลกระทบข้ามประเทศและข้ามอุตสาหกรรมได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน การลงทุนที่พึ่งพาปัจจัยขับเคลื่อนหรือสินทรัพย์เพียงประเภทเดียว อาจเจอความผันผวนที่สูงขึ้น
ดังนั้น กบข. จึงได้ศึกษาและปรับแนวทางการบริหารพอร์ตการลงทุนตามแนวคิด Total Portfolio Approach (TPA) ซึ่งเป็นแนวทางที่กองทุนชั้นนำของโลกใช้มาอย่างยาวนาน โดยเปลี่ยนจากการบริหารสินทรัพย์แยกเป็นรายประเภท มาเป็นการมองทั้งพอร์ตการลงทุนเป็นภาพรวม โดยได้นำ Hybrid TPA มาประยุกต์ใช้ เริ่มจากการวิเคราะห์พอร์ตผ่านปัจจัยขับเคลื่อนการลงทุน (Factor Lens) เพื่อทำความเข้าใจปัจจัยที่ส่งผลต่อผลตอบแทนและความเสี่ยงอย่างแท้จริง ก่อนพัฒนาไปสู่การจัดสรรเงินลงทุนที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในอนาคต

ศรพล ยังชี้ให้เห็นอีกว่า สำหรับกฎการสร้างความมั่งคั่งก็ต้องเปลี่ยนตาม จากเดิมที่อาจพึ่งพาการฝากเงินหรือการลงทุนเพียงรูปแบบเดียว สู่การลงทุนเพื่อเอาชนะเงินเฟ้อ และลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดย กบข.แนะนำ 5 หลักสำคัญสู่ความมั่งคั่งในอนาคต ได้แก่ 1.เริ่มออมและลงทุนให้เร็ว 2.ลงทุนระยะยาวอย่างต่อเนื่อง 3.กระจายการลงทุน 4.เรียนรู้เรื่องการเงินอย่างสม่ำเสมอ และ 5.วางแผนเกษียณตั้งแต่เริ่มทำงาน
ทั้งนี้ จากตัวอย่างสมาชิก กบข.นั้น พบว่า การออมเพิ่มเพียง 1% มีโอกาสได้รับเงินก้อน ณ วันเกษียณมากกว่าผู้ที่ไม่ออมเพิ่ม และผู้ที่เลือกแผนสมดุลตามอายุมีเงินก้อน ณ เกษียณสูงกว่าแผนลงทุนพื้นฐานทั่วไป สะท้อนให้เห็นว่าการเริ่มออมเร็วและเลือกแผนการลงทุนที่เหมาะสมสามารถสร้างความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณได้
“โลกที่เปลี่ยนเร็ว และเปลี่ยนกติกา เราอาจควบคุมอนาคตไม่ได้ทั้งหมด แต่เราสามารถเตรียมความพร้อมทางการเงินได้ตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงเพียงใด สิ่งที่ทุกคนควบคุมได้คือการมีวินัยทางการเงิน การออมอย่างสม่ำเสมอ และการวางแผนการลงทุนที่เหมาะสมเพื่อเป้าหมายเกษียณที่มั่นคง” ศรพล กล่าว
ท้ายที่สุดแล้ว ‘ความมั่งคั่ง’ ในโลกที่เปลี่ยนเร็ว อาจไม่ได้วัดกันที่ว่าใครทำผลตอบแทนได้สูงที่สุดในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง แต่เป็นความสามารถในการรักษาความมั่นคงทางการเงินให้เดินต่อได้ แม้เงื่อนไขรอบตัวจะเปลี่ยนไปตลอดเวลา เพราะความเสี่ยงในวันนี้ไม่ได้มาเป็นเรื่องๆ แยกจากกัน หากสามารถเชื่อมโยงและส่งผลต่อทั้งเศรษฐกิจ ตลาดการเงิน รายได้ และค่าครองชีพได้พร้อมกัน
นั่นทำให้การลงทุนไม่ควรถูกมองเป็นเรื่องของ ‘การเลือกสินทรัพย์’ เพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของการจัดการความเสี่ยงและการวางแผนระยะยาว การกระจายเงินลงทุน การลงทุนอย่างต่อเนื่อง และการทำความเข้าใจว่าตัวเองกำลังรับความเสี่ยงอะไร ล้วนมีความสำคัญไม่แพ้การมองหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ว่าแรงเปลี่ยนแปลงครั้งต่อไปจะมาจากเศรษฐกิจ เทคโนโลยี หรือปัจจัยใด

ในอีกด้านหนึ่ง ‘เวลา’ ก็เป็นต้นทุนที่มองไม่เห็นของการสร้างความมั่งคั่ง ยิ่งเริ่มต้นเร็วและมีวินัยมากเท่าไร เงินออมก็มีโอกาสทำงานผ่านพลังของผลตอบแทนทบต้นได้นานขึ้น การเตรียมเงินเพื่อวัยเกษียณจึงไม่ใช่เรื่องที่ควรรอให้ถึงวัยใกล้เกษียณ แต่เป็นโจทย์ที่ควรเริ่มตั้งแต่วันที่รายได้ก้อนแรกเข้ามา เพราะสิ่งที่สร้างความแตกต่างในระยะยาวอาจไม่ใช่จำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นในแต่ละเดือนเพียงอย่างเดียว แต่คือระยะเวลาที่เงินมีโอกาสเติบโต
สุดท้ายแล้ว เราอาจควบคุมไม่ได้ว่าโลกจะเปลี่ยนไปทางไหน แต่สิ่งที่ควบคุมได้คือ วิธีรับมือกับความเปลี่ยนแปลงนั้น ‘กติกาใหม่ของความมั่งคั่ง’ จึงอาจไม่ได้หมายถึงการหาคำตอบว่าจะลงทุนอะไรให้ดีที่สุด หากคือการสร้างระบบการเงินของตัวเองให้แข็งแรงพอที่จะเดินไปได้ในหลายสถานการณ์ เพราะในโลกที่ความแน่นอนมีน้อยลง ความพร้อมทางการเงินอาจเป็นหนึ่งในทรัพย์สินที่มีค่าที่สุด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
หลบความวุ่นวายไปทักทายพี่เต่า เช็กอิน 'ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ สัตหีบ’
หากใครกำลังมองหาทริปพักผ่อนแบบไปเช้า-เย็นกลับใกล้กรุงเทพฯ ที่ได้หลีกหนีความเร่งรีบ ได้สูดกลิ่นอายลมทะเลเต็มปอด และได้สัมผัสเรื่องราวดีๆ ต่อใจ “อาทิตย์เอกเขนกฉบับนี้” ขอแนะนำ
‘ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์’กับภารกิจเร่งด่วน ปั้นบุคลากรการบินดันไทยฮับภูมิภาค
ถ้าพูดถึง “อุตสาหกรรมการบิน” ภาพที่หลายคนนึกถึงอาจเป็นเครื่องบินลำใหญ่กำลังทะยานขึ้นจากรันเวย์ ผู้โดยสารลากกระเป๋าเข้าเกต หรือสนามบินที่เต็มไปด้วยผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก แต่ในมุมของกระทรวงคมนาคม
‘SISTORY CAFE’ จากความชอบในกาแฟและซาวโดว์ สู่พื้นที่เล็กๆ ที่อยากให้ผู้คนมาใช้เวลาร่วมกัน
จากความตั้งใจเล็กๆ ของคนทำงานที่อยากมีพื้นที่สำหรับจิบกาแฟ กินขนมปังดีๆ อยู่ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ และได้ใช้เวลากับผู้คน ค่อยๆ เติบโตมาเป็น Sistory cafe
‘สุชาร์ มานะยิ่ง’ถอดแนวคิดปั้นแบรนด์Fleen Beauty จากวิกฤตสู่การเติบโต-สร้างระบบแข็งแกร่งสู่120ล้าน
ท่ามกลางตลาดเครื่องสำอางมูลค่ากว่า 200,000 ล้านบาท (ข้อมูลจากศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS) พร้อมกับกระแส ‘T-Beauty’ ที่ทำให้ความนิยมในกลุ่มแบรนด์ไทยเพิ่มขึ้นทุกวัน ‘Fleen Beauty’ (ฟลีน) เป็นหนึ่งในแบรนด์
‘ศรพล ตุลยะเสถียร’ พลิกโจทย์ กบข. เปลี่ยนเงินออมเพื่อวัยเกษียณ สู่ Financial Security ของสมาชิก
‘การเกษียณอายุราชการ’ อาจเป็นจุดสิ้นสุดของการทำงาน แต่ไม่ได้หมายความว่าภาระทางการเงินจะสิ้นสุดลงตามไปด้วย ตรงกันข้าม! ช่วงเวลาหลังพ้นจากการทำงานกลับเป็นช่วงที่

