คมนาคมปั้น"แลนด์บริดจ์" ชูฮับขนส่งภูมิภาคสะดวก ปลอดภัย ประหยัด

28 มี.ค. 2565 – ภายใต้รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโครงสร้างขนาดใหญ่ของประเทศ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน และได้เร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม เร่งโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทั้งทางบก น้ำ และอากาศในวงเงินสูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท ประกอบด้วย โครงการที่ได้ลงนามสัญญาแล้ว 516,000 ล้านบาท และโครงการลงทุนใหม่ 974,000 ล้าน

ขณะนี้หลายโครงการมีความคืบหน้าค่อนข้างมาก เมื่อโครงการต่างๆ แล้วเสร็จจะสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศกับนานาประเทศได้ และประชาชนคนไทยจะได้รับประโยชน์จากแผนการลงทุนด้านคมนาคม โดยเฉพาะในเชิงเศรษฐกิจ ซึ่ง ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า การดำเนินการก่อสร้างโครงการต่างๆ ของกระทรวงคมนาคมยังเป็นไปตามกรอบเป้าหมายที่วางไว้ ขณะที่โครงการขนาดใหญ่ เช่น โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (แลนด์บริดจ์) ชุมพร-ระนองนั้น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำต้องดำเนินการโครงการแลนด์บริดจ์ให้เกิดขึ้นให้ได้

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวนี้นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก และเมื่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้า เชื่อมโยงฐานการผลิต และยังเป็นประตูส่งต่อสินค้าไปยังกลุ่มประเทศ BIMSTEC หรือตะวันออกกลาง ยุโรปได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะสร้างความแข็งแกร่งด้านการค้าและเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต

ศักดิ์สยาม กล่าวว่า ล่าสุดได้มีโอกาสพูดคุยกับเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส พร้อมทั้งภาคเอกชน ซึ่งฝรั่งเศสซึ่งถือเป็นสายการเดินเรืออันดับสามของโลก มีความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนเพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือแห่งใหม่ของมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก และยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น Transshipment ศูนย์กลางการขนส่งทางน้ำของภูมิภาค ขณะนี้บริษัทที่ปรึกษาได้เข้ามารายงานแล้ว โดยเส้นทางยังเป็นตามแนวการศึกษาแผนพัฒนาโครงข่าย MR-MAP ชุมพร-ระนอง แต่ต้องศึกษาเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม โครงการแลนด์บริดจ์ไม่ควรทำในรูปแบบของอีอีซี เนื่องจากมีการแยกก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานแต่ละโครงการ บริษัทสายการเดินเรือระดับโลกให้มีความสนใจพร้อมจะลงทุนในรูปแบบเอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ หรือ PPP เพราะสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากแลนด์บริดจ์คือ พื้นที่หลังท่าที่สามารถสร้างรายได้จากการบริหารท่าเรือ ได้แก่ ศูนย์กระจายสินค้า คลังน้ำมันอุตสาหกรรมต่อเนื่อง การเติมน้ำมันกลางทะเล และการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ เช่น ก่อสร้างอาคารสำนักงาน อาคารพาณิชย์ และโรงแรม เป็นต้น

“แลนด์บริดจ์จะไม่ใช่แค่เรื่องของท่าเรือ มอเตอร์เวย์ และรถไฟ แต่ต้องมีระบบท่อขนส่งน้ำมันด้วย ที่ผ่านมามีหลายประเทศที่ให้ความสนใจเสนอให้ทุน แต่สิ่งที่ต้องคำนึงคือการลงทุนเหล่านั้นจะทำอย่างไรให้ผลประโยชน์ตกอยู่ที่ประเทศไทยมากที่สุด เชื่อว่าศักยภาพของแลนด์บริดจ์จะทำให้เกิดความคุ้มค่าในการลงทุน ทำให้การขนส่งสะดวก ปลอดภัย และประหยัด รวมถึงเป็นศูนย์กลางการขนส่งของภูมิภาค” ศักดิ์สยาม กล่าว

ด้าน นายปัญญา ชูพานิช ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า ขณะนี้ สนข.อยู่ระหว่างการพิจารณาคัดเลือกตําแหน่งท่าเรือที่เหมาะสม ทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน โดยจากผลการศึกษาเบื้องต้นพื้นที่ที่มีศักยภาพและมีความเหมาะสม พบว่ามีฝั่งละ 3 แห่ง ที่จะพัฒนาเป็นท่าเรือแห่งใหม่ของประเทศไทย

ทำเลที่ตั้งฝั่งละ 3 แห่ง ซึ่งเป็นทางเลือกเชื่อมท่าเรือเพื่อรองรับเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ แบ่งเป็น ฝั่งอ่าวไทย จ.ชุมพร ประกอบด้วย 1.แหลมประจําเหียง 2.แหลมริ่ว 3.แหลมคอเขา ส่วนฝั่งอันดามัน จ.ระนอง ประกอบด้วย 1.เกาะตาวัวดํา 2.เกาะสน 3.แหลมอ่าวอ่าง โดยในแต่ละแห่งนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน

ขณะนี้ สนข.เตรียมสรุปผลการศึกษารูปแบบเบื้องต้นเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา จากนั้นจะเสนอไปยังคณะกรรมการร่วมฯ ระหว่างกระทรวงคมนาคม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากจะต้องมีการพิจารณาพื้นที่มรดกโลกและพื้นที่อุทยานแห่งชาติก่อนเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบต่อไป คาดว่าการศึกษาทั้งโครงการจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2567 ก่อนที่จะหาตัวผู้รับจ้างในรูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (PPP) และเริ่มก่อสร้างโครงการในปี 2568 พร้อมเปิดให้บริการในปี 2573

“สัปดาห์หน้าเราจะเสนอผลการศึกษาเบื้องต้นต่อกระทรวงคมนาคม จากนั้นกระทรวงคมนาคมจะพิจารณาร่วมกับกระทรวงทรัพยากรฯ ก่อนรายงาน ครม. และกระทรวงคมนาคมมีแผนจะเริ่มโรดโชว์โครงการหลังจากเดือนมิถุนายนนี้ ส่วนผลสรุปการศึกษาที่ชัดเจนจะแล้วเสร็จช่วงปลายปี 2566 คาดว่าจะเริ่มการประกวดราคาหาผู้ร่วมทุนได้ในปี 2567” ปัญญา กล่าว

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลพบว่าในปัจจุบันการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศไทยกับกลุ่มประเทศทางด้านมหาสมุทรอินเดีย ต้องเปลี่ยนถ่ายสินค้าทั้งนำเข้าและส่งออกผ่านช่องแคบมะละกา (สิงคโปร์) ซึ่งเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางที่อ้อมและมีระยะทางไกล การจราจรทางน้ำคับคั่ง จากข้อมูลปี 2561 ช่องแคบมะละกามีความหนาแน่นของปริมาณเรือสูงถึง 85,000 ลำ/ปี และในอีก 10 ปีข้างหน้าปริมาณเรือจะเพิ่มขึ้นกว่า 128,000 ลำ ซึ่งเกินกว่าความจุของช่องแคบมะละกาที่รองรับได้ 122,000 ลำต่อปี ก่อให้เกิดปัญหาการติดขัดและเสียเวลาในการเดินทาง ดังนั้นแน่นอนว่าในอนาคตหากมี “แลนด์บริดจ์” จะช่วยรองรับการขนส่งสินค้า เพิ่มศักยภาพด้านโลจิสติกส์ทางน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' โชว์วิสัยทัศน์เวที ASEAN Future Forum ผนึกกำลังสมาชิก วางรากฐานสันติภาพ-ความมั่นคง ดันแลนด์บริดจ์

เวลา 08.30 น. ณ โรงแรม Melia Hanoi กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าก

'มท.4' ยัน 'แลนด์บริดจ์' รบ.ฟังความเห็นรอบด้าน ย้ำให้ความสำคัญผลกระทบทรัพยากรธรรมชาติ 

มท.4 สายใต้ภูมิใจไทยยันแลนด์บริดจ์ รัฐบาลฟังความเห็นรอบด้าน ก่อนตัดสินใจเดินหน้าหรือเก็บเข้าลิ้นชัก ย้ำให้ความสำคัญเรื่องผลกระทบทรัพยากรธรรมชาติ 

สส.ภูมิใจไทย แถลงไขทำไมไม่ตั้ง กมธ.ศึกษาแลนด์บริดจ์

นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ทำไม สส.ส่วนใหญ่ จึงมีมติไม่ตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแลนด์บริดจ์ขึ้นมาใหม่?

'จตุพร' เตือนหายนะ 'แลนด์บริดจ์' ไม่คุ้มค่า ถ้าไม่มี 'คลองไทย' มีแต่เจ๊งกับเจ๊ง

'จตุพร' เตือนหายนะ 'แลนด์บริดจ์' ไม่คุ้มค่า เสียที่ดิน 99 ปีเอาคืนไม่ได้ ย้ำ 90 วันศึกษาคลองไทยไปพร้อมด้วย ลั่นแลนด์บริดจ์เพรียวๆ อย่าริทำ มีแต่เจ๊งกับเจ๊ง เสนอใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์เซาท์เทิร์นซีบอร์ดเดิมเกิดประโยชน์กว่า ไม่เสียค่าเวนคืนที่ดินอีก

'กรณ์' เสนอสร้างมอเตอร์เวย์ กทม.-นราธิวาส ได้ประโยชน์มากกว่า ไร้ความเสี่ยงเทียบแลนด์บริดจ์

สภาฯถกแลนด์บริดจ์ "กรณ์" ซัดขาดความโปร่งใส ไม่ตอบโจทย์คนใต้ ไม่คุ้มทุน เหตุมาเลเซียมีท่าเรือหลายแห่ง ฉะนายกฯลืม -ตอนนั้นยังไม่ได้คิดเรื่องนี้ -จงใจที่จะปกปิด จึงไม่มีในนโยบาย เสนอทำ "เซาท์เทิร์น คอนเน็ค" สร้างมอเตอร์เวย์เชื่อมกรุงเทพฯ-นราธิวาส-มาเลย์ ยันไม่มีความเสี่ยงเท่าแลนด์บริดจ์