
อุ้ย! ขาสั่น มือสั่น ไม่กล้าจะเขียนถึง "ตำรวจโจร" ที่อาศัยเครื่องแบบ อาศัยกฎหมายในมือไปทำผิดเยี่ยงโจร กลัวจะต้องขึ้นโรง ขึ้นศาล ได้ไปกินข้าวผัด ได้ไปกินโอเลี้ยง
แต่ "เหลืออด" จริงๆ กับพฤติกรรม "ตำรวจโจร" กลุ่มนี้ ที่ไม่ได้ทำความเสียหายให้ชาวบ้าน ไม่ได้สร้างความเสื่อมเสียแค่กับองค์กร "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" เท่านั้น
ครั้งนี้ถึงขนาดทำให้ "ประเทศชาติ" เสียหาย!!!
เพจ Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย โพสต์ข้อความเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ถึงกรณีพลเมืองจีนถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวและเรียกค่าไถ่ในจังหวัดสระแก้ว ประเทศไทย
เรียกร้องให้ฝ่ายไทยดำเนินการสอบสวนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เป็นธรรม และโปร่งใส เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงของคดีโดยเร็ว และนำตัวผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
"ฝ่ายจีนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าฝ่ายไทยจะเสริมสร้างการกำกับดูแลด้านการบังคับใช้กฎหมายและการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศอย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนสิทธิและผลประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของพลเมืองจีนในประเทศไทย รักษาสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการเดินทางไปมาหาสู่ระหว่างประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ รวมถึงความร่วมมือฉันมิตรระหว่างจีนและไทย"
ประเด็นสำคัญอยู่ช่วงท้ายโพสต์ สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยได้ออกประกาศเตือนพลเมืองจีนที่พำนักอยู่ในประเทศไทย หรือผู้ที่วางแผนจะเดินทางมายังประเทศไทยอีกครั้ง
"ให้ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของไทยอย่างเคร่งครัด เพิ่มความระมัดระวังด้านความปลอดภัย และใส่ใจต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตน หากเกิดเหตุฉุกเฉิน โปรดรีบแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และติดต่อสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่จีนประจำประเทศไทยเพื่อขอความช่วยเหลือโดยเร็ว"
การเตือนพลเมืองจีน โดยเฉพาะ "ผู้ที่วางแผนจะเดินทางมายังประเทศไทย" นี่แหละสุ่มเสี่ยงที่ไทยจะได้รับผลกระทบเต็มๆ อย่าลืมว่านักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาเที่ยวไทยเป็นลำดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ถ้าเกิดความไม่มั่นใจต่อความปลอดภัย ชะลอหรือไม่มาเที่ยวไทย
ปัญหาใหญ่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจ เกิดขึ้นกับธุรกิจท่องเที่ยวทุกๆ ด้านแน่
ถูกต้องแล้วที่ ผบ.ตร. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ดำเนินการกับกลุ่มตำรวจ 4 นาย และพลเรือน 1 คนที่ร่วมกันอุ้มชาวจีนทั้ง 5 คน ไปรีดทรัพย์ บ้านพักแห่งหนึ่งในตำบลวังใหม่ อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว ทั้งทางกฎหมาย ทั้งทางวินัยอย่างเด็ดขาด และให้ออกจากราชการ รวมทั้งสั่งขยายผลสอบไปถึงผู้เกี่ยวข้องให้หมด
อย่าปล่อยให้ขบวนการ "ตำรวจโจร" ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ทำให้องค์กรเสื่อมเสีย ทำให้ประชาชนเดือดร้อน
ปลาเน่าตัวเดียวก็เหม็นทั้งข้อง ต้องรีบกวาดล้างให้หมด
ไม่เช่นนั้นมีปี๊บกี่ใบ ก็ไม่พอคลุมหัว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายพัน...ยะเยือก!
เป็นอย่างไรล่ะ “สีกากี” ปล่อยจอยทำงานในช่วงคาบเกี่ยว รอนายใหม่ รอนโยบายใหม่ แล้วไปหรี่ตา ไปปล่อยปละละเลย ไม่เข้มงวดสถานบันเทิง ไม่เข้มงวดบ่อนพนัน
สตม.ยุค 'ซือแป๋นักสืบ'
ถ้านับถอยหลังกันตอนนี้ ก็เหลืออีกแค่ 10 กว่าวัน “กรมปทุมวัน” จะเข้าสู่การผลัดใบ จากยุค ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ นรต.รุ่น 41 มาสู่ยุค ผบ.ราญ-พล.ต.อ.สำราญ นรต.รุ่น 50
ถึงคิวตั้ง 'นายพัน'
ตำรวจไทยนี่ ถ้าใครใจไม่แข็ง ปอดไม่ดี แข้งขาไม่มีเรี่ยวแรง บอกเลยว่า “อย่ามาเป็น” เชียวนะ คำสั่งแต่งตั้งระดับ “นายพล” เพิ่งเผยแพร่ผ่านประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ วาระประจำปี 2569 จำนวน 281 นาย ในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ไปเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
ใช้งาน 'บิ๊กเต่า'
จบ...เรียบร้อยโรงเรียนจีน การแต่งตั้ง "นายพลสีกากี" วาระประจำปี 2569 ตั้งแต่ระดับ รอง ผบ.ตร.หรือเทียบเท่า ยศ พล.ต.อ. ลงมาถึง ผู้บังคับการ ยศ พล.ต.ต.
คุณ-นะ-ทำ
เอาซิ...คราวนี้ไม่รู้พวกปากหอย ปากปู ยังจะวิพากษ์วิจารณ์ "โผนายพลสีกากี" กันต่อหรือเปล่า ก็ระดับรุ่นใหญ่ นรต.42 ถึงไม่ใช่พี่ใหญ่สุดในซีรีส์ 4 ของกรมปทุมวัน ณ ตอนนี้ อย่าง บิ๊กนา-พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. หนึ่งในกรรมการบอร์ดกลั่นกรอง ตร. และยังเป็น ก.ตร. ได้ออกมายืนยันการันตี โผแต่งตั้งนายพล ระดับ รอง ผบ.ตร.-ผบก.วาระประจำปี 2569 ว่า
โผวัดใจ 'ก.ตร.'
ครึกครื้นจริงๆ การแต่งตั้ง "นายพลสีกากี" รอบนี้ "โผรายชื่อ" ปล่อยออกมาเป็นรายวัน บางวันไม่ได้มารอบเดียว เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา 2 รอบ 3 รอบ

