สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

รัฐบาลได้เดินหน้ายกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยทั่วประเทศอย่างเข้มข้น โดยบูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานด้าน ความมั่นคงทุกภาคส่วน ทั้งระดับท้องถิ่น จังหวัด และระดับประเทศ เพื่อป้องกันและปราบปรามภัยคุกคามทุกรูปแบบ ควบคู่กับการเร่งจัดระเบียบอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายในรูปแบบ “นอมินี–ทัวร์เถื่อน–ไกด์เถื่อน” ที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศและระบบเศรษฐกิจท่องเที่ยว พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น “จุดหมายปลายทางคุณภาพระดับโลก” หรือ “Quality Destination” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว นักลงทุน และผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้ข้อมูลว่า จากการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาล เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่ประชุมได้กำหนดแนวทางสำคัญในการบูรณาการความร่วมมือของ “4 เสาหลักความมั่นคง” ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อยกระดับการป้องกันภัยคุกคามในทุกมิติอย่างเป็นระบบ

แนวทางดังกล่าวจะเริ่มตั้งแต่ระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ทำหน้าที่เป็นเครือข่ายเฝ้าระวังภัยในพื้นที่ ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจะทำงานในรูปแบบ “ทีมจังหวัด” ร่วมกันประสานข้อมูล วางแผนเชิงรุก และป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทุกประเภท โดยนำเทคโนโลยีและฐานข้อมูลมาใช้ติดตามสถานการณ์ รวมถึงบริหารจัดการด้านความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยง เมืองท่องเที่ยว และเขตเศรษฐกิจสำคัญทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน รวมถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ว่า ประเทศไทยเป็นพื้นที่ปลอดภัย สามารถเดินทางและดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างมั่นใจ

ในส่วนของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลได้กำหนดนโยบายยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน โดยให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัย และสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม

ขณะที่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และหน่วยงานด้านความมั่นคง ได้ร่วมกันเดินหน้าตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้ประกอบการที่กระทำผิดกฎหมายในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจนอมินี ทัวร์เถื่อน และไกด์เถื่อน ซึ่งสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและการแข่งขันในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญเพื่อสร้างมาตรฐานการแข่งขันที่เป็นธรรมให้แก่ผู้ประกอบการไทย รวมถึงป้องกันการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว และยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยในสายตานานาชาติโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้เร่งผลักดันมาตรฐานความปลอดภัยของสถานประกอบการด้านการท่องเที่ยว 4 ประเภทหลัก ได้แก่ โรงแรม ที่พักและโฮมสเตย์ ภัตตาคารและร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า ตลอดจนสถานที่นันทนาการและแหล่งท่องเที่ยว ผ่านตราสัญลักษณ์ “Trusted Thailand” เพื่อใช้เป็นมาตรฐานสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้บริการ เพื่อผลักดันประเทศสู่การเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัย เป็นมิตร และได้รับความไว้วางใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก

สำหรับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้าง “Tourism Safety Ecosystem” หรือระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่ปลอดภัย ครอบคลุมทั้งการดูแลนักท่องเที่ยว การยกระดับมาตรฐานผู้ประกอบการ และการสร้างความเชื่อมั่นเชิงรุกในระดับสากล ระบบดังกล่าวจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย จากรูปแบบ “Mass Tourism”ไปสู่ “High Value & Sustainable Tourism” หรือการท่องเที่ยวคุณภาพและยั่งยืน ที่เน้นคุณภาพของนักท่องเที่ยว รายได้ และมาตรฐานบริการ มากกว่าปริมาณเพียงอย่างเดียว

ดังนั้น ททท.เชื่อมั่นว่า การบูรณาการความร่วมมือกันของทุกหน่วยงานในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย โดยยึด “ความปลอดภัย–คุณภาพ–ความยั่งยืน” เป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระยะยาว จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติในการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทย ส่งผลดีโดยตรงต่อเศรษฐกิจท่องเที่ยวไทย ทั้งในด้านการกระตุ้นการใช้จ่าย การดึงดูดการลงทุน และการสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีความโปร่งใสและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น “Trusted Thailand” อย่างเป็นรูปธรรมในทุกมิติของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย.

 

กัลยา ยืนยง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โจทย์การเงิน...การฟื้นตัวหลังน้ำท่วม

หลังน้ำลด หลายคนเริ่มกลับเข้าบ้าน ร้านค้าเริ่มสำรวจความเสียหาย และผู้ประกอบการทยอยเตรียมกลับมาเปิดกิจการ แต่การกลับสู่ความปกติไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกับวันที่น้ำลด เพราะค่าใช้จ่ายหลายอย่างต้องจ่ายทันที ขณะที่รายได้อาจยังไม่กลับมาเต็มที่ ค่าซ่อมบ้าน อุปกรณ์ทำมาหากิน สินค้าที่ต้องเติมใหม่ ค่าเดินทาง หรือค่าที่พักชั่วคราว ล้วนเป็นเงินที่ต้องใช้ก่อนจะกลับไปสร้างรายได้ได้อีกครั้ง

จากเจ้าภาพสู่‘Trusted Connector’

ท่ามกลางระเบียบเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่าน ความท้าทายของประเทศต่างๆ ไม่ได้อยู่เพียงการประคองเศรษฐกิจให้ผ่านพ้นแรงกระแทก แต่คือการสร้างความเข้มแข็งจากภายใน

ชูR&D-ฮาลาลขับเคลื่อนอาหารอนาคต

ในยุคที่เทรนด์สุขภาพและมาตรฐานอาหารระดับสากลกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของโลก สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ร่วมกับสถาบันอาหาร เดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารไทย

คาราวานจิตอาสา

ท่ามกลางสถานการณ์ อุทกภัย ที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในหลายพื้นที่ น้ำใจของคนไทยยังคงหลั่งไหลส่งต่อถึงกัน สะท้อนพลังของคำว่า “คนไทยไม่ทิ้งกัน” ล่าสุด กระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบก

ประกันภัยเกราะกันกระแทกเศรษฐกิจใหม่

หลังปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้โลกเปลี่ยนผ่านเข้าสู่กติกาทางเศรษฐกิจและการค้าใหม่ ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและความยั่งยืน ส่งผลให้พฤติกรรมการดำเนินชีวิตต้องเปลี่ยนแปลงไปด้วย ดังนั้นทุกภาคส่วนจึงต้องปรับตัวเพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลง

เปิดลิสต์ฟื้นรถก่อนเป็นค่าซ่อมก้อนใหญ่

น้ำลดแล้ว แต่บิลอาจเพิ่งเริ่ม เพราะสำหรับเจ้าของรถ ปัญหาที่แพงที่สุดอาจเป็นสิ่งที่ยังมองไม่เห็น ทั้งระบบเบรก ช่วงล่าง ระบบไฟฟ้า ไปจนถึงเครื่องยนต์ ความเสียหายเล็กๆ ที่ตรวจไม่พบวันนี้ อาจกลายเป็นค่าซ่อมก้อนใหญ่ในวันข้างหน้า ข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 ระบุว่า สถานการณ์น้ำท่วมยังครอบคลุม 31 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร กระทบประชาชนกว่า 1.04 ล้านครัวเรือน สะท้อนว่าเมื่อน้ำลด ภาระฟื้นฟูบ้าน รถยนต์ และทรัพย์สินกำลังเป็นค่าใช้จ่ายอีกก้อนที่หลายครอบครัวต้องรับมือพร้อมกัน