
ขิงกันน่าดูครับ...
นโยบายแจกเงินของรัฐบาลอนุทิน ถูกถล่มจากพรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคส้ม เป็นรายวัน
ความโดยรวมคือ กู้มาแจก ไม่ถูกวัตถุประสงค์
ซาร์เศรษฐกิจมือหนึ่งของพรรคส้ม “ศิริกัญญา ตันสกุล” เธอกัดไม่ปล่อย
วานนี้ (๘ มิถุนายน) ไปร้องให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ตรวจสอบการใช้เงินกู้ที่ส่อผิดกฎหมาย
พุ่งเป้าไปที่ มติ ครม.อนุมัติ โครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในส่วนที่อนุมัติเงิน ๑๘,๘๐๐ ล้านบาท เพื่อใช้ในสวัสดิการตามปีงบประมาณ ๒๕๖๙ ตลอดปี
ไม่ใช่ ๖๐/๔๐ แต่เป็นการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ๗๐๐ บาท
เจ๊ไหมให้เหตุผลว่ากรณีนี้เป็นสวัสดิการเดิมที่มีอยู่แล้วที่เติม ๓๐๐ บาท บวกกับค่าน้ำค่าไฟค่าแก๊สและค่าโดยสารสาธารณะ ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐจัดงบประมาณตามปกติได้อยู่แล้ว และมีการจัดสรรงบประมาณประจำปี เพียงแต่งบประมาณไม่เพียงพอ เป็นเหตุให้ต้องกู้ ๒ แสนล้านบาท
ทีนี้ พ.ร.ก. มาตรา ๕ เขียนว่าจะใช้จ่ายได้ต้องเป็นส่วนของการช่วยเหลือประชาชน ผู้ประกอบการ เกษตรกร ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์วิกฤตพลังงาน ไม่ใช่เป็นสถานการณ์ปกติ ประกอบกับเหตุผลแนบท้าย พ.ร.ก. ก็ชัดเจนว่าจะเป็นเฉพาะเงินกู้ที่ใช้งบประมาณตามปกติไม่ได้และจำเป็นเร่งด่วน
"...หากไปดู พ.ร.ก. ได้กำหนดวัตถุประสงค์เอาไว้ชัดเจน ดังนั้นต้องใช้จ่ายเงินกู้ในส่วนนี้ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ จึงทำให้ต้องยื่นผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นต่อศาลปกครอง
เนื่องจากดิชั้นเป็นประชาชนผู้เสียภาษีและได้รับความเดือดร้อนจากการอนุมัติโครงการ ตามมติ ครม.ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีสิทธิ์ไปฟ้องศาลปกครองได้ด้วยตัวเอง จึงเป็นข้อจำกัดที่เราไม่สามารถใช้สิทธิได้เต็มที่ ในฐานะผู้เสียภาษี..."
เธอว่างั้น..
ในโซเชียลเขาเรียกกันว่า ภาษีกู
มีทั้ง กู ที่ไม่เคยเสียภาษี และกู ที่หลบเลี่ยงภาษี
ก็ตีความกันสิครับ
วันนี้มีประชาชนคนไหนไม่เดือดร้อนเพราะวิกฤตพลังงานบ้างช่วยรายงานตัวด้วยครับ
มีใครบ้างที่คิดว่าบ้านเมืองอยู่ในภาวะปกติ
ของเดิมมีอยู่แล้วจริงครับ แต่ดูแล้วไม่น่าจะพอ รัฐบาลก็เพิ่มไปให้
คิดเล่นๆ ถ้าผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องไปให้ศาลปกครอง แล้วศาลมีคำสั่งออกมาว่ารัฐบาลทำผิดเงื่อนไขในพ.ร.ก. ชาวบ้านที่ได้รับเงินในบัตรคนจน “อด” เลยนะครับ
ก็ไม่รู้สิครับคนเสียภาษีเป็นล้านๆ คน ไม่มีใครเดือดร้อนเพราะรัฐบาลเอาเงินงบประมาณไปช่วยเหลือคนจน แต่ “เจ๊ไหม” แกไม่ยอม อ้างว่ารัฐบาลทำผิด พ.ร.ก.กู้เงิน
ก็ลองไปอ่านเนื้อหา พ.ร.ก.กู้เงิน ๔ แสนล้าน หรือที่เรียกเป็นทางการว่า พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. ๒๕๖๙ ดูครับ
แต่จะว่าไปแล้ว พรรคประชาชนมีนโยบายรัฐสวัสดิการที่เข้มข้นกว่าพรรคการเมืองอื่นเยอะครับ
ตามที่หาเสียงไว้ เพียบ!
แผ่นพับหาเสียงระบุเอาไว้ดังนี้ครับ...
พรรคประชาชน มุ่งเน้นไปที่การสร้างระบบ "สวัสดิการถ้วนหน้า" ที่ดูแลประชาชนตั้งแต่เกิดจนแก่ โดยมีการแบ่งกลุ่มเป้าหมายหลักและรายละเอียดนโยบายไว้ดังนี้
๑.สวัสดิการเด็กและครอบครัว
เงินอุดหนุนเด็กเล็ก ให้เงินอุดหนุนถ้วนหน้า (ไม่ต้องพิสูจน์ความจน) เริ่มต้นที่ ๖๐๐ บาทต่อเดือน และมีเป้าหมายจะปรับเพิ่มเป็น ๑,๒๐๐ บาทต่อเดือนภายในปี ๒๕๗๒
สวัสดิการตั้งครรภ์ สนับสนุนเงินทุนรวม ๓,๐๐๐ บาทต่อครรภ์ โดยเริ่มจ่ายตั้งแต่อายุครรภ์ได้ ๕ เดือน
Baby Box มอบเครดิตมูลค่า ๓,๐๐๐ บาท สำหรับให้พ่อแม่นำไปเลือกซื้อของใช้จำเป็นสำหรับเด็กแรกเกิด
๒.สวัสดิการวัยทำงาน
ปรับลดและควบคุมค่าโดยสารสาธารณะ โดยเริ่มต้นที่ ๘ บาท และสูงสุดไม่เกิน ๔๕ บาท ตลอดสาย ครอบคลุมทั้งระบบรถเมล์และรถไฟฟ้า
ช่วยค่าเช่าบ้าน สนับสนุนค่าเช่าบ้านสัดส่วน ๕๐% สูงสุดไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา ๖ เดือน โดยตั้งเป้าช่วยเหลือ ๕๐๐,๐๐๐ ครัวเรือนต่อปี
๓.สวัสดิการผู้สูงอายุและผู้ป่วย
เบี้ยผู้สูงอายุ ปรับเพิ่มขึ้นเป็น ๑,๐๐๐ บาทต่อเดือน และมีแผนจะขยายเป็น ๑,๕๐๐ บาทต่อเดือนภายในปี ๒๕๗๒
ระบบดูแลระยะยาว (Long Term Care): สนับสนุนคูปองดูแลผู้ป่วยติดเตียงหรือติดบ้านเดือนละ ๖,๐๐๐ บาท ซึ่งความพิเศษคือสามารถนำไปจ่ายเป็นค่าตอบแทนให้ลูกหลานที่ผ่านการอบรมเป็นผู้ดูแล (Care Giver) ได้ด้วย
ยังมีนโยบายภาพรวมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ...
ระบบสุขภาพเท่าเทียม มุ่งยกระดับและล้างความเหลื่อมล้ำระหว่าง ๓ กองทุนสุขภาพหลัก (บัตรทอง, ประกันสังคม และสวัสดิการข้าราชการ) ให้มีมาตรฐานใกล้เคียงกัน
ที่อยู่อาศัย นโยบายจัดสร้าง "บ้านประชาชน" จำนวน ๑ ล้านหลังภายในระยะเวลา ๔ ปี
พรรคประชาชนอ้างว่าการจัดสรรสวัสดิการเหล่านี้จะใช้รูปแบบการปรับเพิ่มแบบขั้นบันได เพื่อให้สอดคล้องและไม่กระทบต่อวินัยการเงินการคลังของประเทศ
ครับ...ถ้าพรรคประชาชนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก็จะแจกกันตามที่เห็น
หมายถึงภาวะปกตินะครับ
แต่ในวิกฤตสงครามตะวันออกกลางที่โลกกำลังประสบอยู่ ก็ไม่ทราบว่าพรรคประชาชนจะแก้ปัญหาแบบนี้
ไม่กู้ ใช้งบปกติ
หรือกู้ ไปแจกเพิ่ม เพราะงบปกติไม่พอ
ก็เก็บเป็นข้อมูลเอาไปขิงต่อได้ครับ
ทั้งหมดทั้งมวล นโยบายประชานิยม ใช้มากไม่ดีแน่นอน เพราะจะทำให้ประชาชนติดนิสัย รอเมื่อไหร่รัฐบาลจะแจกอย่างเดียว
ขณะที่พรรคส้มบอกว่า ของเขาไม่ใช่ประชานิยม แต่เป็นรัฐสวัสดิการ
ก็ย้ำกันอีกครั้งครับ พูดเรื่องรัฐสวัสดิการ ต้องพูดเรื่องที่มาของเงินด้วย
จะเอาไงกับการเก็บภาษี เพราะตัวอย่างมีให้เห็นแล้ว ประเทศแถบสแกนดิเนเวีย ต้องจ่ายภาษีกันร่วมๆ ๔๐% คนไทยพร้อมจะจ่ายภาษีแบบนั้นหรือยัง
ก็ฝากไว้ให้คิด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผู้ชนะอยากแก้ ผู้แพ้อยากรื้อ
คุยเรื่องรัฐธรรมนูญกันหน่อยครับ...หลังจากทำประชามติประชาชน ๒๑ ล้านเสียง ต้องการให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ บรรดาพรรคการเมืองเขาก็เดินหน้าทันที สร้างดาวคนละดวง! นี่ขนาดยังอยู่ในชั้นเสนอร่างแก้ไขนะครับ ยังหาจุดร่วมแทบไม่ได้เลย
วันที่ส้มต้องรบกับส้ม
ต้องฟ้องรัฐบาลซะหน่อย... วานนี้ (๕ มิถุนายน) มีโอกาสไปใช้ "ไทยช่วยไทยพลัส" ซื้อก๋วยเตี๋ยวแถวๆ ออฟฟิศไทยโพสต์ หลังจากอิ่มหนำสำราญแล้ว เรียกเก็บเงิน คำแรกแม่ค้าถามว่า "มีไทยรักไทยมั้ย"
ผลงานพรรคส้ม
ชื่อของ "สุรพล นิติไกรพจน์" ดูเหมือนจะเป็นที่รังเกียจของมวลชนสีส้มเยอะพอควร ทั้งๆ ที่เป็นนักกฎหมายที่เก่งกาจลำดับต้นๆ ของประเทศ
รอผู้นำปราบโกง
หลายวันมานี้มีการพูดถึงการคอร์รัปชันกันมาก ที่ด่าก็ด่ากันไป ที่แก้ตัวก็ลิ้นพัน ประเทศไทย ณ วันนี้ ก็ยังไม่มีการพูดถึงการแก้ปัญหาคอร์รัปชันที่จริงจังและจับต้องได้
อะไรๆ ก็ 'ไอโอ'
วันนี้คุยกันเรื่อง “ไอโอ” ครับ ที่จริงไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร แต่มันเป็นเรื่องน่ารำคาญ พรรคการเมืองที่พูดเรื่องไอโอมากที่สุดคือพรรคส้ม
เริ่มต้นด้วยความระแวง
เดือนหน้าวันที่ ๗-๘ กรกฎาคม ที่ประชุมรัฐสภาเขาจะพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญกันแล้วครับ ร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอโดยพรรคการเมืองก็เป็นเข่งอยู่

