รบอิหร่านต่อแต่ปรับแผนลดผลกระทบ (2)

ทุกคนรู้ดีว่ายิ่งยืดเยื้อเศรษฐกิจจะยิ่งเสียหาย บางประเทศโดนซ้ำเติมสถานการณ์ที่เลวร้ายอยู่แล้วให้เลวร้ายลงไปอีก

ทุกคนยอมรับและรับรู้ผลกระทบอันเนื่องจากสงคราม ราคาน้ำมันที่ส่งผลต่อสินค้าอื่นๆ ทั้งระบบ คนอเมริกันก็รับรู้ผลกระทบนี้ คงไม่เกินจริงจะถ้าพูดว่าประชากรโลกหลายพันล้านคนได้รับผลกระทบ ยิ่งคนรากหญ้า พวกหาเช้ากินค่ำจะรับผลกระทบก่อนและมากที่สุด ไม่แปลกที่รัฐบาลทั่วโลกต่อต้านการทำสงคราม บทความตอนนี้จะพูดถึงปัจจัยนานาชาติต่อสงครามอิหร่าน

ภาพ: “สงครามไม่ใช่คำตอบแต่เป็นหายนะ” โดยอันโตนิโอ กูเตเรส

เครดิตภาพ: ปัญญาประดิษฐ์

คาดน้ำมันกับปุ๋ยไม่พอใช้:

สำนักงานพลังงานสากล (IEA) เตือนน้ำมันในระบบยังหดหายต่อเนื่องจากสงครามอิหร่าน จนบัดนี้น้ำมันในระบบหายไปแล้ว 1 พันล้านบาร์เรล

ทุกวันนี้ยังมีน้ำมันใช้มากพอเพราะใช้น้ำมันจากคลังสำรอง แต่คลังสำรองมีจำกัด ในที่สุดจะถึงจุดหนึ่งที่น้ำมันไม่พอใช้ ผลคือราคาจะสูงขึ้นอีกมาก

IEA คาดว่าไม่เกินสิ้นเดือนมิถุนา. หากสถานการณ์ไม่กลับสู่ปกติ น้ำมันโลกจะไม่พอใช้ เป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่ผู้เชี่ยวชาญบางคนชี้เศรษฐกิจโลกจะดำดิ่งมากกว่านี้ ราคาจะสูงอีกนาน เพราะจะถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริง กำลังการผลิตน้อย ส่งผลให้ราคาน้ำมันใน 1-3 ปีข้างหน้าทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง จนกว่าอุตสาหกรรมน้ำมันในตะวันออกกลางจะซ่อมแซมเสร็จสิ้น

การแก้ไขต้องรีบโดยเร็ว ยิ่งปล่อยยืดเยื้อยิ่งกระทบภาพรวม MOU หยุดยิงล่าสุดจะช่วยลดปัญหาดังกล่าว ภาพรวมดูดีขึ้น

ส่วนองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ชี้อาหารแพงขึ้นเพราะต้นทุนสูงขึ้น ทั้งจากน้ำมันกับปุ๋ยเคมีที่ผลิตจากก๊าซธรรมชาติ สงครามอิหร่านในตอนนี้ขวางปุ๋ย 20-30% ไม่ให้เข้าสู่ตลาดโลก แต่ในระยะสั้นราคาอาหารโลกไม่เปลี่ยนมากนักเพราะยังมีสินค้าคงคลังอยู่ ประเด็นคือ หากปุ๋ยน้อยไม่พอใช้ ผลผลิตจะลดลงและอาหารแพงขึ้น

สงครามจึงเพิ่มค่าครองชีพ คนรากหญ้าจะรับผลกระทบก่อนและได้รับผลแรงสุด

ปัจจัยเศรษฐกิจนานาชาติ:

องค์กรระหว่างประเทศ สถาบันเศรษฐกิจ ออกรายงานคาดการณ์ผลกระทบต่อเนื่อง

ตั้งแต่ต้นสงคราม อันโตนิโอ กูเตเรส (Antonio Guterres) เลขาธิการสหประชาชาติ เตือน ต้องรีบเจรจาสงบศึกให้ได้ก่อนบานปลายกลายเป็นสงครามตะวันออกกลางที่คุมไม่ได้ เศรษฐกิจโลกปั่นป่วน สร้างความทุกข์ยากแก่ผู้คนทั่วโลก สร้างความยากจน อาหารขาดแคลน “สงครามไม่ใช่คำตอบแต่เป็นหายนะ” ต้องนำสันติภาพกลับมา

นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญหลายคนวิเคราะห์ผลเสียหายมากมาย Amin Nasser จาก Saudi Aramco เตือนว่าสงครามที่ทำลายตลาดน้ำมันโลก อาจทำให้เศรษฐกิจโลกหายนะ ประเด็นไม่อยู่แค่มีน้ำมันพอใช้หรือไม่เท่านั้น แต่จะหายนะด้วย “ราคา” ที่พุ่งสูงด้วยหลายปัจจัย เช่น ต้นทุนขนส่ง การประกันความเสี่ยง ต้นทุนจากอุตสาหกรรมน้ำมัน การเก็งกำไรของตลาด

ผลต่อเศรษฐกิจอาหรับ:

ทั้งๆ ที่ชาติอาหรับไม่ใช่ผู้ก่อสงคราม ไม่ใช่คู่สงครามแต่รับผลกระทบหนักมาก มีคนบาดเจ็บล้มตาย ไม่เพียงเครือข่ายอุตสาหกรรมพลังงานที่เสียหายเท่านั้น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเสียหายร้ายแรง เศรษฐีทั่วภูมิภาคหนีไปหลบต่างประเทศ เศรษฐกิจชะลอตัวรุนแรง

1) ท่องเที่ยวกับการบินหยุดชะงัก

เดิมทีภูมิภาคนี้คาดการณ์ว่าในปี 2026 การท่องเที่ยวจะเติบโตถึง 13% แต่สงครามทำให้อุตสาหกรรมนี้ดิ่งลงเหวทันที น่านฟ้าปิดและยกเลิกเที่ยวบิน สายการบินระดับโลกที่เป็นหัวใจเสาหลักเศรษฐกิจใหม่อย่าง Emirates และ Qatar Airways ต้องหยุดชะงักเกือบสิ้นเชิง เที่ยวบินกว่า 5,000 เที่ยวถูกยกเลิกตั้งแต่ช่วงต้นของความขัดแย้ง

รายได้จากการท่องเที่ยวหายวับ ผลการศึกษาจาก Tourism Economics ชี้ว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าสู่กลุ่มประเทศ GCC อาจลดลงถึง 26% ถึง 34% คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจโดยตรงด้านการท่องเที่ยวและการจับจ่ายสูงถึง 34,000-56,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้

2) ภาวะสมองไหลและกลุ่มทุนออกนอกประเทศ

ประโยคที่ว่า “เศรษฐีทั่วภูมิภาคหนีไปหลบต่างประเทศ” คือภาพสะท้อนของการทำลายล้าง “ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย”

ภาพลักษณ์ความปลอดภัยที่พังทลาย เมืองอย่างดูไบ โดฮา หรือริยาด เดิมเป็นสวรรค์ของเศรษฐี นักลงทุนต่างชาติ และพวกแรงงานทักษะสูงจากต่างประเทศ เพราะปลอดภัย เป็นศูนย์รวมความมั่งคั่ง แต่การโจมตีทางอากาศและภัยคุกคามรอบด้านทำให้คนรวยและกลุ่มแรงงานทักษะสูงเหล่านี้เลือกที่จะย้ายสินทรัพย์และครอบครัวไปหลบภัยในยุโรป เอเชียหรืออเมริกาทันที

ชะลอเมกะโปรเจกต์ ทุนในประเทศและต่างประเทศเริ่มชะลอตามสถานการณ์ แม้แต่กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของซาอุดีอาระเบีย (PIF) ยังต้องทบทวนยุทธศาสตร์ ลดการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือยในอภิมหาโปรเจกต์ (Giga-projects) หันมาเน้นความมั่นคงภายในแทน

3) “วิกฤตสองด้าน”

ประเทศอาหรับในแถบอ่าวพึ่งพาการนำเข้าอาหารผ่านช่องแคบฮอร์มุซสูงถึง 80% ของปริมาณแคลอรีที่บริโภคทั้งหมด การปิดช่องแคบส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานอาหารหยุดชะงักกว่า 70% ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในซูเปอร์มาร์เก็ตพุ่งสูงขึ้น 40-120% จนต้องใช้การขนส่งทางอากาศมาแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

ต้นทุนการผลิตเพิ่ม โครงสร้างพื้นฐานเสียหาย การโจมตีโรงงานกลั่นน้ำทะเล (Desalination plants) ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดื่มหลักเกือบ 99% ของคูเวตและกาตาร์ ซ้ำเติมด้านมนุษยธรรม และดึงงบประมาณของรัฐไปใช้ในการซ่อมแซมมหาศาลแทนการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ในภาพรวม โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ประเมินว่าสงครามอิหร่านในปี 2026 นี้จะลดมูลค่าการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของกลุ่มประเทศอาหรับลงไปกว่า 120,000 ถึง 194,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ผลต่ออาเซียน:

Evghenia Sleptsova จาก Oxford Economics ชี้ว่า ฟิลิปปินส์ ไทย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เพราะพึ่งพานำเข้าพลังงานจำนวนมากจากตะวันออกกลาง การปิดช่องแคบฮอร์มุซส่งผลต่อพวกเขาโดยตรง

Ronald Goseco จาก Financial Executives Institute of the Philippines ชี้ว่ารัฐบาลฟิลิปปินส์ได้แต่ปล่อยให้น้ำมันขึ้นราคา สร้างผลกระทบเป็นลูกโซ่ เงินเฟ้อพุ่ง คาดว่าอาจสูงถึง 8% สูงกว่าปีก่อน 2 เท่า

วิเคราะห์: สงครามจึงไม่ใช่เรื่องของสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่านเท่านั้น แต่กระทบต่อนานาชาติ ทำไมประชาคมโลกต้องรับผลเสียจากสงครามที่พวกเขาไม่ได้ก่อ ยิ่งยืดเยื้อยิ่งบั่นทอนทำลายคนนับพันล้าน ใครจะจ่ายค่าชดเชยแก่คนเหล่านี้

สงครามจะจบเร็วหรือจะยืดยาวแค่ไหน:

ประเด็นที่น่ากังวลคือ สงครามนี้จะจบเร็วหรือจะยืดยาวแค่ไหน นานาชาติอยากให้จบเร็ว ทุกคนรู้ดีว่ายิ่งยืดเยื้อเศรษฐกิจจะยิ่งเสียหาย บางประเทศคือซ้ำเติมสถานการณ์ที่เลวร้ายอยู่แล้วให้เลวร้ายลงไปอีก

ล่าสุด นาโตยุโรปเปลี่ยนท่าทีอยากมีส่วนการหยุดยิง หวังมีบทบาทคุ้มครองฮอร์มุซ ส่วนจีนย้ำว่ายึดกฎบัตรสหประชาชาติ แก้ไขด้วยการหารือ บนหลักความเท่าเทียมและยุติธรรม เป็นอิสระต่อกัน ไม่ข่มขู่ด้วยกำลัง ขอให้นานาชาติมีส่วนร่วมเพราะสงครามกระทบต่อคนทั้งโลก ต้องช่วยกันนำสันติภาพกลับมา

แต่การหยุดยิงชั่วคราวรอบนี้จะยาวนานแค่ไหน สันติภาพแท้จะเกิดหรือไม่ เป็นคำถามที่ผู้เชี่ยวชาญให้ความสำคัญ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รบอิหร่านต่อแต่ปรับแผนลดผลกระทบ (1)

รัฐสภายังไม่ค้านสงครามอิหร่านจริงจัง แต่คะแนนนิยมกับตัวเลขเศรษฐกิจชี้ว่าประชาชนไม่พอใจการทำงานของรัฐบาลทรัมป์ และอาจแรงขึ้นหากสงครามยืดเยื้อและควบคุมไม่ได้

วิเคราะห์มุมมองอิหร่านต่อสงครามปี 2026 (3)

ประเด็นสำคัญคือต่างมีเป้าหมายหลักที่ต้องการ คำถามจึงอยู่ที่ว่าต่างฝ่ายต่างได้ตามที่ต้องการแล้วหรือยัง เป้าหมายหลักนี้จะนำสู่สันติภาพถาวรหรือไม่

วิเคราะห์มุมมองอิหร่านต่อสงครามปี 2026 (2)

รัฐบาลสหรัฐคิดว่านโยบายกับพฤติกรรมของตนกำลังสร้างความมั่นคงแก่ตนและโลก แต่หลายประเทศคิดตรงกันข้าม คำว่าพันธมิตรของสหรัฐหมายความว่าอย่างไรกันแน่

วิเคราะห์มุมมองอิหร่านต่อสงครามปี 2026 (1)

รัฐบาลสหรัฐอ้างความชอบธรรมที่ต้องชิงลงมือก่อน แต่เรื่องนี้ค้านสายตาประชาคมโลก เป็นอีกครั้งที่สหรัฐได้สิ่งที่ต้องการแต่ถูกมองในแง่ลบ ส่วนหนึ่งที่ชี้ว่าสหรัฐพ่ายแพ้เชิงยุทธศาสตร์

จากภาษีตอบโต้ของทรัมป์กลายเป็นTrade Act of 1974 (2)

ทรัมป์กำลังหาแนวทางอื่นๆ ที่คล้าย IEEPA เพราะให้อำนาจประธานาธิบดีเต็มที่ จะขึ้นภาษีเป็นร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ได้ ถ้าอยากรู้ว่าทำไมจึงชอบวิธีนี้ ต้องคิดให้ไกลกว่าเรื่องภาษี