
ยินดีด้วยกับทุกๆ ท่านที่ได้รับอานิสงส์!
ผมหมายถึง “พระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข” หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “ร่างกฎหมายนิรโทษกรรม”..
ที่ได้ผ่านความเห็นชอบในวาระ 2 และ 3 จากที่ประชุมวุฒิสภาเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ด้วยคะแนนเสียง 103 ต่อ 3 เสียงน่ะ!
และที่ให้ยินดีไปกว่านั้น ก็อย่างที่ รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร คณะรัฐประศาสนศาสตร์ ม.รังสิต ได้เขียนบทความเผยแพร่..
เรื่อง “กฎหมายนิรโทษกรรม : จุดเริ่มต้นของการเยียวยา ไม่ใช่จุดจบของความยุติธรรม” นั่นแหละ กับท่อนที่ว่า..
“สิ่งที่น่ายินดีคือ กฎหมายฉบับนี้ยังคงยืนอยู่บน “หลักนิติธรรม” โดยไม่นำ “คดีทุจริตคอร์รัปชัน” “ความผิดอาญา” ที่กระทำต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของผู้อื่น
รวมถึงคดีที่กฎหมายกำหนดไว้ “เป็นการเฉพาะ” เข้ามารวมอยู่ในกฎหมายนิรโทษกรรม
นี่คือการวางเส้นแบ่งที่สำคัญ ระหว่าง “การให้อภัยเพื่อความปรองดอง” กับ “การปล่อยให้ความผิดลอยนวล” พร้อมกับสรุปตบท้ายด้วยว่า..
“กฎหมายนิรโทษกรรมอาจช่วยยุติคดีจำนวนหนึ่งได้ แต่จะไม่อาจยุติความขัดแย้งได้เลย หากสังคมยังคงผลิต “เงื่อนไขเดิม” ที่นำไปสู่ความขัดแย้งซ้ำแล้วซ้ำอีก
ดังนั้น ความสำเร็จของกฎหมายฉบับนี้จึงมิได้วัดจากจำนวนคดีที่สิ้นสุดลง หากวัดจากการที่ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องออกกฎหมายนิรโทษกรรมในเรื่องเดียวกันนี้อีกในอนาคต”
เนี่ย..ก็ฝากไว้เป็นข้อคิดกับทุกๆ ฝ่าย ควรจะได้ยุติหรือจะยังผลิต “เงื่อนไขเดิม” ที่นำไปสู่ความขัดแย้งกันดี..สุดแท้จะเลือกเอา!
เอ้า..แต่นั่นเลือกแล้วที่จะไม่ให้ไปสู่ความขัดแย้ง เพราะหลังการหารือกับเครือข่ายกลุ่มศึกษาการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC Watch)
ที่เรียกร้องขอให้รัฐบาลทบทวนแนวนโยบายการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะการถอนร่างพระราชบัญญัติระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) และยุติโครงการแลนด์บริดจ์..
คุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ก็ได้ตั้งโต๊ะแถลงทันทีว่า.. รัฐบาลจะยกเลิกการเสนอร่างพระราชบัญญัติระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ พ.ศ. ....
ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และจะไม่นำร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.)
พร้อมทั้งเตรียมลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมกับตัวแทนกลุ่ม SEC Watch เพื่อยืนยันแนวทางดังกล่าวอย่างเป็นทางการ
ส่วนความคืบหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาของคณะกรรมการศึกษาฯ ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน
โดยมีกรอบระยะเวลาศึกษา 90 วัน ยืนยันว่ารัฐบาลเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนก่อนดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
ครับ..ก็ไม่มีใครแพ้-ใครชนะ รัฐบาลก็ไม่ได้เสียนง-เสียหน้าแต่อย่างใดกับการ “ถอยดีกว่า..ไม่เอาดีกว่า” เพราะจะว่าไปแล้ว โครงการนี้ผมก็ไม่เชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้ (ง่ายๆ) มาแต่แรก
ยิ่งเห็นนายกฯ อนุทินมอบหมายให้คุณเอกนิตินั่งเป็นประธานคณะกรรมการศึกษาผลกระทบจากโครงการฯ โดยมีกรอบระยะเวลาศึกษา 90 วันด้วยแล้ว..
ยิ่งให้เชื่อเลยว่า หลังครบ 90 วัน รัฐบาลก็จะขยายเวลาศึกษาออกไปอีก..ไปอีก และก็ไปอีก จนครบเทอม ก็ยังคงสรุปอะไรไม่ได้!
ที่ให้เชื่อและมั่นใจเช่นนี้ ด้วยหลายราตรีมาแล้วผมฝันเห็นคนสองคน หน้าละม้ายคล้าย 2 น. เขานั่งจับเข่าคุยกันถึงโครงการนี้แบบสบายๆ ก่อนที่จะตกลงกันว่า..
ไม่เอา..เราไม่ทำ!
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ลอยแพ'หรือไม่?
แต่กระนั้น ผมได้ฟังเสียงจาก “กลุ่มคนลูกที่” ตอนนี้พวกเขาก็ยังไม่สามารถพูดได้ว่า “ผิดหวัง” กับการแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ของรัฐบาลอนุทิน 2
ผู้ไม่ยอมจำนนต่อความอยุติธรรม
วันนี้-1 กรกฎา.แล้วสิ.. ที่พิธีเปิดตัว.. “ล่าม” นางฟ้าของคนไทยในอเมริกา เบญจวรรณ ภูมิแสน จากชีวิตจริง..สู่หนังสือ บทเพลง และภาพยนตร์ “ล่าม The Thai Interpreter”
แพ้‘ชัชชาติ’ก็ยังพอทน?
“จะยังอยู่ตรงนี้เสมอ พักผ่อนให้หายเหนื่อยล้าแล้วลุกขึ้นมาสู้ต่อไป! ส่งกำลังใจให้ผู้สนับสนุน, ผู้บริหาร, สส.และทีมงาน #พรรคประชาชน ทุกคน รู้ดีว่าเส้นทางอีกยาวไกล แต่ไม่มีอะไรมาทำให้หยุดฝันได้”
‘ไทยไม่ทน’สมหวัง?
ไอยะละก๊ะ! จะไม่ให้ตกใจอย่างไงได้ เพราะนายก่อแก้ว พิกุลทอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แกเล่นโพสต์..
‘ล้างเท้า’ก่อนขึ้นธรรมาสน์
“..ผมเองอยู่ในเรือนจำทั้งหมด 1 ปี 1 เดือน 3 วัน
จะอยู่เป็นเสี้ยนตําตีน?
24 มิถุนายน 2569.. ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ..แต่ในขณะที่ศิลปินร็อก.. “เสก โลโซ” ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำชั่วคราวเขากลิ้ง พร้อมติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (EM)..ก้าวเท้าพ้นประตูคุก สู่อิสรภาพ!

