ศุภจียอมปิดหม้อ(แกง)?

เมื่อ (ฝ่ายค้าน) เห็นพ้องตรงกัน..

ข้าวไม่ได้ยาก หมากไม่ได้แพง เศรษฐกิจประเทศชาติเข้มแข็ง มี “ข้าวแกง” 20 บาท 30 บาทอยู่เกลื่อนกลาดให้ประชาชนได้อิ่มท้อง!

ก็..เป็นอันว่าการ “โยนหินถามทาง” ของคุณศุภจีได้ผลเป็นที่น่าพอใจ และควรยินดีกับรัฐบาลอนุทินที่ต่อจากนี้ไป ฝ่ายค้าน-ฝ่ายแค้นจะได้ไม่ต้องอ้างหรือด่า..

รัฐบาลเฮงซวย ไม่ดูแลปัญหาปากท้องชาวบ้าน เพราะพวกท่านยืนยัน-การันตีเองว่า..โครงการข้าวแกง (2 อย่าง) 40 บาทไม่ต้องทำ..

เนื่องจากมีร้านขายข้าวแกง 20-30 บาทอยู่แล้ว (ที่ไหนวะ)!

และนี่..ไม่รู้ว่าคุณศุภจีจะมีไอเดีย-ลูกเล่นอะไรออกมาให้ฝ่ายค้าน-ฝ่ายแค้นได้ช่วยสร้างเครดิตให้กับรัฐบาลอีก..ต้องเอาอีกๆ และให้ดีเลิศ..

ฝ่ายรัฐบาลน่าจะลองเปิดประเด็น เตรียมโครงการ “ขึ้นเงินเดือนผู้แทน” ออกมา และดูสิว่าฝ่ายค้าน (ที่กำลังแค้นจนหน้ามืด) จะค้านหรือจะเชียร์?

เออ..พูดถึงค้านหรือเชียร์ ระหว่างให้ลังเลจะค้านหรือเชียร์กับคำให้สัมภาษณ์ของ ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ ม.รังสิต

ที่กล่าวถึงกรณีการพบกันระหว่าง 3 อดีตนายกฯ ตระกูลชินวัตรกับนายปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เมื่อวันก่อนว่า..

 “ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ..ภาพที่ออกมาเป็นเพียงสีสันการเมืองเท่านั้น” อยู่นั้น ก็บังเอิญเลื่อนหน้าจอไปเจอเฟซบุ๊กของคุณพิชิต ไชยมงคล ที่โพสต์..

 “ใส่รองเท้าผ้าใบ

จากที่ ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์-แพทองธาร ชินวัตร เดินทางไปพบประธานาธิบดีปราโบโว ของอินโดนีเซีย ทักษิณ กับ แพทองธาร ชินวัตร ถือว่าไม่เป็นไร

แต่กรณี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งอยู่ในสถานะผู้หลบหนีคดีตามหมายของศาลแห่งราชอาณาจักรไทย ประธานาธิบดีแห่งอินโดนีเซียเปิดบ้านรับรองได้อย่างไร

นั่นเท่ากับ อินโดนีเซีย รับรองสถานะของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าไม่ใช่ผู้หลบหนีคดีในกระบวนการยุติธรรมไทย ใช่ไหม

ทั้งที่ ไทยและอินโดนีเซีย มีสนธิสัญญาเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดนกันอยู่ อย่างกรณี แป้ง นาโหนด เมื่อเร็วๆ นี้

ดังนั้น รัฐบาลไทย โดยกระทรวงต่างประเทศ ต้องเรียกทูตอินโดนีเซียมาประท้วงอย่างเป็นทางการในพฤติกรรมของประธานาธิบดีปราโบโว

เพราะมันเป็นการไม่เคารพกระบวนการยุติธรรมไทย พฤหัสฯ ที่ 16 ก.ค.69 คปท.ใส่รองเท้าผ้าใบไปกระทรวงต่างประเทศ 10.00 น.”

เลยทำให้ได้ตัดใจ ค้านมุมมองของ ดร.วันวิชิต ว่านี่ไม่ใช่ “สีสันการเมือง” แล้วล่ะ แต่ขอเชียร์คุณพิชิตกับคณะ คปท.ที่ได้แลเห็นเป็นเรื่องใหญ่โต-สำคัญ..

และยอมเสียแรง-เสียเวลา พร้อมเสียค่าสึกพื้นรองเท้า พากันเดินไปกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อกระทุ้งให้รู้ว่า..คนไทยบางส่วนไม่พอใจกับ “ภาพ” นั้น!

ส่วนเมื่อกระทุ้งแล้วผลจะเป็นอย่างไรก็คอยตามดูกันไป บางท่านที่มองเป็นเรื่องหยุมหยิม ไร้สาระ แค่คนรักใคร่ชอบพอกันพบกัน โอภาปราศรัยกัน จะอะไรนักหนา..

ก็อยากบอกว่า..อย่าได้ตำหนิคณะ คปท.-คุณพิชิตให้เสียกำลังใจไปเลย!

ไม่มีใครหรอกที่จะหาเรื่องให้ตัวเองต้องเหนื่อย ต้องเสียเวลา และเสียเงิน-เสียทอง แต่ด้วยความเป็น “พลเมือง” ที่สำนึกในหน้าที่ เห็นอะไรที่ไม่ถูก-ไม่ต้องแล้วให้อึดอัดขัดข้องใจ

จึงต้องยอม “หาเรื่อง” มาตลอด และด้วยเพราะการหาเรื่องให้ตัวเองต้องเหนื่อย ต้องเดือดร้อนนี่แหละ..

เราจึงได้เห็นอภิสิทธิ์ชนบนชั้น 14 ต้องหอบสังขารกลับเข้าไปนอนอยู่ในคุกกันมาแล้ว!

ครับ..สรุปว่า ข้าวแกงคุณศุภจีต้องปิดหม้อ (ชั่วคราว) ลงเป็นที่เรียบร้อย ฝ่ายค้าน-ฝ่ายแค้นจะนำไปฝอยเป็น “ชัยชนะ” ไชโยโห่ฮิ้ว..

เชิญตามสบายเถอะ!.

สันต์ สะตอแมน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ห้ามคนไทยเข้า!

เลอะเทอะแล้วๆ! นี่..เห็นจะต้องพูดกับคุณเรโด้ พิธีกรรายการ “ไทยรัฐทอล์ค” ตรงๆ อย่างนี้แหละ พลันที่เห็นเจ้าตัวโพสต์.. “รอหน่อยทองแสนมาแน่ แปดหมื่นมาก่อนปีนี้”

ฝาก'ปืนเถื่อน'กับนายกฯ

มันจะเอิกเกริก-ใหญ่โตไปไหม? ผมถามรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาฯ คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง น่ะ เห็นท่านพูดถึงเหตุกราดยิงที่ จ.นนทบุรี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีประโยคหนึ่งว่า..

ต้องขอ ‘คารวะ’

ผมน่ะเข้าใจแต่ “กำแพงประเพณี”.. บทเพลงที่ “คุณอาณัติ พุทธมาศ” ทั้งแต่งเอง-ขับขานเอง (นักเลงพอ) เมื่อหลายสิบปีก่อนนู้น โดยตัวเขาได้อธิบายด้วยภาษากวีที่งดงาม ลึกซึ้ง กินใจ ดังขึ้นต้นว่า..

จากนายกฯถึง ‘ล่าม’

“นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของเมืองไทยหลังคุณอนุทิน ชาญวีรกูล คือใคร”? เนี่ย..ผมไม่ได้ถาม แต่เป็นคุณน้อง “เรโด้” พิธีกรรายการ “ไทยรัฐ ทอล์ก” ที่ถาม และไม่ได้ถามผู้ชม-คนดู หากแต่ได้ถามเอากับ “หมอปลาย พรายกระซิบ”..

ไม่ต้องกังวล?

แปะ แปะ แปะ! เนี่ย..ต้องขอปรบมือ (เท่าที่จะดังได้) ให้กับปฏิบัติการทวงคืน “หาดนุ้ย” จังหวัดภูเก็ต ภายใต้การนำทัพของคุณสุชาติ ชมกลิ่น รมต.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

สุภาพบุรุษผู้อาวุโส?

“เอกนิติ ศุภจีเอ๋ย.. เจ้าจงทำงานเพื่อประเทศชาติ เจ้าอย่าจงทำงานเพื่อเสริมสร้างบารมีตนเอง นอกจากแก้ปัญหาให้ประชาชนไม่ได้แล้ว เจ้าจงกลับไปดูการบริหารในกระทรวงของเจ้าทั้งสองท่าน