อสังหาฯพลิกเกมเพิ่มทางรอด

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจอสังหาฯ ต้องเผชิญกับปัจจัยลบมากมาย ทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา หนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงขึ้น กำลังซื้อถดถอย ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน แม้ว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ธุรกิจจะเริ่มกระเตื้องขึ้นก็ตาม แต่ในช่วงครึ่งปีหลังตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็ยังคงอยู่ในภาวะท้าทายและชะลอตัวต่อเนื่อง โดยเผชิญแรงกดดันจากปัญหาหนี้ครัวเรือน สินเชื่อธนาคารที่เข้มงวด และกำลังซื้อที่อ่อนแรงเช่นเดิม โดยข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ตลาดยังไม่พ้นจุดต่ำสุด มีแนวโน้มชะลอตัว และผู้ประกอบการเน้นรักษาสถานะทางการเงินมากกว่าการเปิดโครงการใหม่จำนวนมาก

ขณะเดียวกันยังมีโอกาสทางธุรกิจท่ามกลางความท้าทาย ทั้งการขยายตัวในพื้นที่ท่องเที่ยวและเขตเศรษฐกิจในชลบุรี และภูเก็ต ที่สามารถขยายตัว และเติบโตได้ดีจากแรงซื้อของกลุ่มลูกค้าต่างชาติ โดย REIC มองว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของ GDP การเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไปนี้ช่วยส่งเสริมกำลังซื้อของภาคครัวเรือนให้มีความแข็งแกร่งขึ้น รวมถึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยในปัจจุบันทรงตัวอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำที่ 1% และ กนง.ได้ส่งสัญญาณแล้วว่าจะยังคงดอกเบี้ยต่อ ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงยังมาจากหนี้ครัวเรือนของไทยที่ยังคงค้างอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ธนาคารยกระดับมาตรฐานและเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยกู้ และคาดว่าการโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศ 167,665 หน่วย เพิ่มขึ้น 17.6% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและมีมูลค่า 429,839 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

อย่างไรก็ตาม จากปัจจัยความเสี่ยงที่เกิดขึ้นนั้นส่งผลให้ภาคเอกชนธุรกิจอสังหาฯ ต่างปรับตัวเพื่อหาทางรอดและสู้กับความท้าทายดังกล่าว โดยเฉพาะในเรื่องของการให้สินเชื่อ อย่าง บมจ.เสนาดีเวลลอปเม้นท์ หรือ SENA ผนึกธนาคารกรุงไทยและ “เคทีซี” หรือ บมจ.บัตรกรุงไทย ยกระดับความร่วมมือระหว่างภาคการเงินและภาคอสังหาริมทรัพย์ เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสให้คนไทยเป็นเจ้าของบ้านและคอนโดมิเนียมคุณภาพได้ง่ายขึ้น ผ่านการพัฒนาโซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์ ตั้งแต่การวางแผนซื้อที่อยู่อาศัย การบริหารสภาพคล่องในช่วงเริ่มต้น ไปจนถึงการเข้าถึงสินเชื่อบ้านอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้แนวคิดการเชื่อมโยงบริการทางการเงินและที่อยู่อาศัยเข้าด้วยกันอย่างครบวงจร เพื่อลดข้อจำกัดด้านเงินก้อนและสนับสนุนการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน โดยสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีที่ซื้อที่อยู่อาศัยในโครงการของ SENA สำหรับค่าใช้จ่ายเงินจองและเงินทำสัญญา สามารถใช้สิทธิผ่อน 0% นาน 10 เดือน และรับคะแนน KTC FOREVER 10 เท่า

นางสาวอุมาพร ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการและผู้อำนวยการอาวุโส สายงาน Corporate Marketing SENA กล่าวว่า “ที่อยู่อาศัยเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของครอบครัว SENA จึงมุ่งพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต ควบคู่กับการสร้างโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ความท้าทายของผู้ซื้อบ้านไม่ได้อยู่เพียงการเลือกที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม แต่ยังรวมถึงการบริหารภาระทางการเงินในช่วงเริ่มต้นด้วย ความร่วมมือระหว่าง SENA ธนาคารกรุงไทยและเคทีซีในครั้งนี้จึงเป็นการผสานจุดแข็งของทั้งสามองค์กร เพื่อช่วยลดข้อจำกัดด้านการเงิน เพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้บริโภค และสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าสามารถวางแผนการมีบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน"

นอกจากนี้ยังมี SC หรือ บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จับมือ ธนาคารกรุงเทพ นำเสนอโซลูชันเพื่อขยายการเข้าถึงบริการทางการเงิน สินเชื่อบุคคลที่มีบัญชีเงินฝากเป็นหลักประกัน มอบทางเลือกใหม่ในการซื้อบ้านให้ผู้บริโภค โดยใช้เงินฝากเป็นหลักประกัน ไม่ต้องจ่ายเงินสด ไม่ต้องจดจำนอง ไม่ต้องยื่นสินทรัพย์อื่นเป็นหลักประกันเพิ่มเติม ชูจุดเด่น “บ้านและคอนโดก็ได้ เงินฝากก็อยู่” ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการรับผลตอบแทนจากเงินฝาก และส่งเสริมการออมเงินระยะยาว

ซึ่ง นายมงกุฎ เตโชฬาร กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจพัฒนาทรัพย์สินแนวราบและการตลาด SC ระบุว่า SC ร่วมมือกับธนาคารกรุงเทพ เปิดโอกาสให้ผู้ซื้อบ้านใช้ “บัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพ” เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย ถือเป็นทางเลือกใหม่ที่ทำให้เป็นเจ้าของบ้านและคอนโดฯ ได้ โดยไม่ต้องถอนเงินสดออกจากบัญชีเพื่อชำระค่าบ้าน

 “ถ้าซื้อบ้านด้วยเงินสด ผู้ซื้อก็จะเสียโอกาสได้รับดอกเบี้ย รวมถึงอาจสูญเสียผลตอบแทนจากเงินฝาก แต่ถ้ากู้ซื้อบ้านด้วยวิธีการทั่วไป ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายจากการจดจำนอง SC และธนาคารกรุงเทพ จึงได้ร่วมกันผลักดันโซลูชันใหม่ เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า ที่ช่วยให้ผู้ซื้อบ้านสามารถบริหารเงินได้อย่างยืดหยุ่น โดยใช้บัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพมาเป็นหลักประกัน ไม่ต้องจดจำนอง ไม่ต้องยื่นทรัพย์สินอื่นเป็นหลักประกันเพิ่มเติม และสามารถรับดอกเบี้ยเงินฝากได้ตามปกติ” นายมงกุฎกล่าว.

 

บุญช่วย ค้ายาดี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Human-madeโอกาสสร้างมูลค่าธุรกิจ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีและ AI เข้ามาเปลี่ยนวิธีการแข่งขันของธุรกิจ ทำให้หลายอย่างเร็วขึ้น สะดวกขึ้น และเข้าถึงได้ง่ายขึ้น จากการซื้อสินค้าที่เคยต้องเดินทางไปหา สู่การกดสั่งผ่านโทรศัพท์ จากข้อมูลที่เคยต้องใช้เวลาค้นหา สู่คำตอบที่ได้ภายในไม่กี่วินาที จนถึงการสร้างภาพ เขียนข้อความ และผลิตคอนเทนต์ที่ใช้เวลาน้อยลงกว่าที่เคย

‘ละครแนวตั้ง’โอกาสใหม่ศก.ครีเอทีฟ

การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังทำให้ ‘อุตสาหกรรมสื่อ’ ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เมื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคไม่ได้ยึดโยงอยู่กับเวลา สถานที่ หรือช่องทางการรับชมแบบเดิมอีกต่อไป

PDP 2026 จุดเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน

แนวทางการปรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยฉบับใหม่ หรือ PDP 2026 กำลังเปลี่ยนกรอบแนวคิดด้านพลังงานของประเทศ จากเดิมที่เน้นเพียงความมั่นคงและราคาถูกบนฐานฟอสซิล ไปสู่การชู "พลังงานสะอาด" เป็นแต้มต่อทางเศรษฐกิจเพื่อรับมือกับกำแพงภาษีคาร์บอน (CBAM) และคลื่นการลงทุนระลอกใหม่อย่าง Data Center และ AI

โค้งสุดท้ายท่องเที่ยวไทย

สถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในจังหวัดน่าน ยังคงเป็นโจทย์สำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งบริหารจัดการ ทั้งในมิติการช่วยเหลือประชาชน การฟื้นฟูพื้นที่ และการเยียวยาความเสียหาย โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับทุกส่วนราชการเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและทำให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด พร้อมเน้นย้ำว่า กระบวนการเยียวยาจะต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว ครอบคลุมความเดือดร้อน และไม่ปล่อยให้ผู้ประสบภัยต้องรอการช่วยเหลือเป็นเวลานาน

อ้อยพลังขับเคลื่อนโลกอย่างยั่งยืน

อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างสำคัญในแต่ละปีอุตสาหกรรมนี้สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและโกยรายได้เข้าประเทศสูงถึงปีละประมาณ 2 แสนล้านบาท

กุญแจสู่การเติบโตของ Solar Rooftop

หลายปีที่ผ่านมาการพูดถึง ‘โซลาร์ รูฟท็อป’ (Solar Rooftop) ในประเทศไทยมักวนเวียนอยู่กับเรื่องประสิทธิภาพของแผง เทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์ หรือระยะเวลาคืนทุน แต่เมื่อพลังงานสะอาดกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเติบโตอย่างจริงจัง คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ว่าเทคโนโลยีพร้อมหรือไม่ หากเป็นประชาชนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีนั้นได้มากเพียงใด