
สถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในจังหวัดน่าน ยังคงเป็นโจทย์สำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งบริหารจัดการ ทั้งในมิติการช่วยเหลือประชาชน การฟื้นฟูพื้นที่ และการเยียวยาความเสียหาย โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับทุกส่วนราชการเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและทำให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด พร้อมเน้นย้ำว่า กระบวนการเยียวยาจะต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว ครอบคลุมความเดือดร้อน และไม่ปล่อยให้ผู้ประสบภัยต้องรอการช่วยเหลือเป็นเวลานาน
ล่าสุดยังมีคำสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัด 17 จังหวัดภาคเหนือเตรียมพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในทุกมิติ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการรักษาชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หากเกิดสถานการณ์อุทกภัยฉุกเฉินและมีความรุนแรง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ส่วนราชการ หน่วยทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการกำลังเข้าช่วยเหลือและแก้ไขสถานการณ์ในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
ท่ามกลางโจทย์ด้านภัยพิบัติ อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลยังต้องเดินหน้าขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวในช่วงโค้งสุดท้ายของปีงบประมาณ โดย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เป็นประธานการประชุมติดตามและเร่งรัดการดำเนินงานภายใต้แผนงานบูรณาการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว ประจำปีงบประมาณ 2569 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ทั้งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรมการท่องเที่ยว กระทรวงวัฒนธรรม และองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อรับทราบความก้าวหน้า ผลสัมฤทธิ์ ตลอดจนพิจารณาปัญหา อุปสรรค และแนวทางเร่งรัดการดำเนินงานในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ
สำหรับการประชุมดังกล่าว มีความสำคัญต่อการติดตามผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่ร่วมขับเคลื่อนแผนงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย โดย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเจ้าภาพหลัก ได้บูรณาการการทำงานกับหน่วยงานต่างๆ ผ่าน 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์บนฐานทุนวัฒนธรรม การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนควบคู่กับการส่งเสริมความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว และการพัฒนาและส่งเสริมรูปแบบการท่องเที่ยวคุณภาพสูง เพื่อยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย พร้อมสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม
จากข้อมูลผลการดำเนินงาน ณ สิ้นไตรมาส 3 สะท้อนว่า ประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวสะสมแล้ว 2.12 ล้านล้านบาท จากเป้าหมายรายได้ทั้งปีที่ 3.5 ล้านล้านบาท ขณะที่ตลาดต่างประเทศยังเผชิญความท้าทาย แต่ตลาดภายในประเทศยังมีทิศทางขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางท่องเที่ยว 156 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ 9.16 แสนล้านบาท
จากตัวเลขดังกล่าว ทำให้ช่วงไตรมาสสุดท้ายกลายเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญในการเร่งสร้างรายได้ให้เข้าใกล้เป้าหมายทั้งปี โดยที่ประชุมมอบหมายให้ทุกหน่วยงานเร่งขยายตลาดที่มีศักยภาพ กระตุ้นการเดินทางภายในประเทศ เพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อทริป และกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวไปยังเมืองน่าเที่ยวหรือเมืองรอง รวมถึงชุมชน เพื่อให้เม็ดเงินจากการท่องเที่ยวกระจายตัวในวงกว้างมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังมองไปถึงการบริหารจัดการในระยะต่อไป เนื่องจากปีงบประมาณ 2570 จะไม่มีแผนงานบูรณาการด้านการท่องเที่ยวในรูปแบบดังกล่าวแล้ว จึงเน้นให้ทุกหน่วยงานร่วมกันถอดบทเรียนจากการดำเนินงานที่ผ่านมา ทั้งผลสำเร็จ ปัญหา และอุปสรรค เพื่อนำข้อมูลไปใช้ประกอบการวางแผนและจัดทำคำของบประมาณในอนาคตให้มีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด
เมื่อพิจารณาภาพรวมแล้ว รัฐบาลกำลังเผชิญโจทย์สองด้านที่ต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกัน ด้านหนึ่งคือการรับมือภัยพิบัติและการเยียวยาประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือที่ต้องให้ความสำคัญกับความรวดเร็วของการช่วยเหลือและการฟื้นฟู ขณะที่อีกด้านคือการรักษาแรงส่งทางเศรษฐกิจผ่านภาคการท่องเที่ยว ซึ่งยังเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการสร้างรายได้และกระจายเม็ดเงินลงสู่พื้นที่ ถือเป็นโจทย์สำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านจากปีงบประมาณ 2569 สู่ปีงบประมาณ 2570.
กัลยา ยืนยง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดลิสต์ฟื้นรถก่อนเป็นค่าซ่อมก้อนใหญ่
น้ำลดแล้ว แต่บิลอาจเพิ่งเริ่ม เพราะสำหรับเจ้าของรถ ปัญหาที่แพงที่สุดอาจเป็นสิ่งที่ยังมองไม่เห็น ทั้งระบบเบรก ช่วงล่าง ระบบไฟฟ้า ไปจนถึงเครื่องยนต์ ความเสียหายเล็กๆ ที่ตรวจไม่พบวันนี้ อาจกลายเป็นค่าซ่อมก้อนใหญ่ในวันข้างหน้า ข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 ระบุว่า สถานการณ์น้ำท่วมยังครอบคลุม 31 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร กระทบประชาชนกว่า 1.04 ล้านครัวเรือน สะท้อนว่าเมื่อน้ำลด ภาระฟื้นฟูบ้าน รถยนต์ และทรัพย์สินกำลังเป็นค่าใช้จ่ายอีกก้อนที่หลายครอบครัวต้องรับมือพร้อมกัน
ปลดล็อก‘เมืองรอง’เปลี่ยนสมการศก.ไทย
การเดินหน้าสู่เศรษฐกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงขึ้น อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ ดึงดูดการลงทุน หรือเพิ่มขีดความสามารถของภาคธุรกิจเท่านั้น แต่ยังต้องย้อนกลับมามองถึง
‘กรุงเทพ’บนเวทีIMF-World Bank2026
ในวันที่ เศรษฐกิจโลก กำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงทั้งจากภูมิรัฐศาสตร์ การค้า เทคโนโลยี และโครงสร้างประชากร เวทีหารือด้านเศรษฐกิจและการเงินระหว่างประเทศจึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมอง
กระตุ้นท่องเที่ยวต่อเนื่อง
แม้ขณะนี้ประเทศไทยยังเผชิญสถานการณ์ฝนตกหนักและอุทกภัยในหลายพื้นที่ ทั้งในกรุงเทพมหานครและภูมิภาคต่างๆ ส่งผลกระทบต่อการจราจรและการเดินทาง รวมถึงการเดินทางไปยังท่าอากาศยาน แหล่งท่องเที่ยว และที่พักบางแห่ง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงขอให้นักท่องเที่ยววางแผนการเดินทางด้วยความระมัดระวัง พร้อมติดตามสถานการณ์และข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมและหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบ
พลิกเกมพลังงานดัน‘เอทานอล’ไทย
ท่ามกลางความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลกและราคาพลังงานที่ไม่เคยนิ่ง ประเทศไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งภาระการนำเข้าน้ำมันดิบมหาศาล และโจทย์ใหญ่ในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานสะอาด สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จึงเสนอทางออกสำคัญต่อ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ด้วยการชงแผนยกระดับ “เอทานอล” สู่สถานะเชื้อเพลิงยุทธศาสตร์ของประเทศ (Strategic Fuel) เปลี่ยนบทบาทจากเพียง “สารผสมในน้ำมัน” ให้กลายเป็นเสาหลักด้านความมั่นคงทางพลังงานและเศรษฐกิจฐานราก
เจาะกลไกพยุงราคา‘ก๊าซหุงต้ม’
ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ร้อนระอุ โดยเฉพาะความตึงเครียดและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางการขนส่งพลังงานสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ

