พร้อมรับมหกรรมพืชสวนโลก

ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมายังจังหวัดอุดรธานีและพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนในช่วงการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี ปี 2569–2570 จะได้รับความสะดวกมากขึ้นจากการเตรียมความพร้อมระบบคมนาคมขนส่งแบบบูรณาการ ทั้งการรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานภายในท่าอากาศยาน ตลอดจนการจัดระบบขนส่งสาธารณะเชื่อมต่อสนามบินกับสถานที่จัดงานและจุดจอดรถสำคัญ ซึ่งจะช่วยลดความแออัดในการเดินทาง เพิ่มทางเลือกในการเดินทาง และรองรับการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดย นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ให้ข้อมูลภายหลังลงพื้นที่ติดตามการเตรียมความพร้อมท่าอากาศยานอุดรธานี เพื่อรองรับการเปิดให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศและการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี ปี 2569–2570 โดยมีนายเกียรติชัย ชัยเรืองยศ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นางทิพย์วรรณ วังศานุวัตร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานอุดรธานี เข้าร่วม ณ ท่าอากาศยานอุดรธานี

สำหรับงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึงวันที่ 14 มีนาคม 2570 ถือเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับจังหวัดอุดรธานีและพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว รวมทั้งพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการเดินทางของภูมิภาค โดยกระทรวงคมนาคมได้เร่งเตรียมความพร้อมด้านระบบคมนาคมขนส่งในทุกมิติ เพื่อรองรับจำนวนผู้เดินทางที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงการจัดงาน พร้อมวางเป้าหมายระยะยาวในการพัฒนาท่าอากาศยานอุดรธานีให้เป็นทั้งประตูเศรษฐกิจ และประตูสู่โอกาส ที่เชื่อมโยงประชาชน นักท่องเที่ยว สินค้า และบริการ ตามแนวทาง Airport for Regional Development

ปัจจุบันท่าอากาศยานอุดรธานีได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ซึ่งสะท้อนถึงการดำเนินงานที่เป็นไปตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยและมาตรฐานสากล ขณะเดียวกัน กพท.ได้กำหนดให้ท่าอากาศยานอุดรธานีเป็น 1 ใน 11 ท่าอากาศยานที่สามารถดำเนินการในฐานะท่าอากาศยานนานาชาติ (International Airport) เพื่อรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ ทั้งเที่ยวบินประจำและเที่ยวบินเช่าเหมาลำ ส่งผลให้ท่าอากาศยานแห่งนี้มีศักยภาพในการยกระดับบทบาทสู่การเป็นศูนย์กลางการเดินทางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และเพิ่มโอกาสในการเชื่อมโยงพื้นที่กับต่างประเทศโดยตรง

ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ท่าอากาศยานอุดรธานีมีทางวิ่งความยาว 3,048 เมตร มีลานจอดอากาศยานจำนวน 11 หลุมจอด และอาคารที่พักผู้โดยสารสามารถรองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 3.4 ล้านคนต่อปี นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร B เพื่อรองรับการปฏิบัติงานของหน่วยงาน C.I.Q. อย่างครบวงจร ประกอบด้วย ด่านศุลกากร ด่านตรวจคนเข้าเมือง ด่านกักกันพืชและสัตว์ และด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ รวมถึงการให้บริการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับนักท่องเที่ยว หรือ VAT Refund

การเตรียมความพร้อมดังกล่าวจะทำให้กระบวนการเดินทางระหว่างประเทศภายในท่าอากาศยานมีความครบวงจรมากขึ้น ทั้งในด้านการตรวจปล่อยผู้โดยสาร การควบคุมตามกฎหมายและมาตรการด้านความปลอดภัย ตลอดจนการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว โดยมุ่งให้การเดินทางเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและสายการบิน และรองรับการขยายตัวของการเดินทางระหว่างประเทศในอนาคต

 สำหรับ การเพิ่มทางเลือกในการเดินทางระหว่างประเทศและรองรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ท่าอากาศยานอุดรธานีได้บูรณาการร่วมกับสายการบิน Lucky Air เปิดให้บริการเที่ยวบินตรงแบบเช่าเหมาลำในเส้นทางคุนหมิง–อุดรธานี–คุนหมิง สัปดาห์ละ 2 เที่ยวบิน โดยเที่ยวบินดังกล่าวถือเป็นเที่ยวบินปฐมฤกษ์ ใช้อากาศยาน Boeing 737–800 จำนวน 189 ที่นั่ง ซึ่งจะช่วยเพิ่มการเชื่อมโยงทางอากาศระหว่างประเทศไทยกับจีนโดยตรง และสนับสนุนการเดินทางของนักท่องเที่ยวมายังจังหวัดอุดรธานี รวมถึงจังหวัดและพื้นที่โดยรอบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทั้งในช่วงก่อนและระหว่างการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก

 ดังนั้น การยกระดับท่าอากาศยานอุดรธานีครั้งนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพการเดินทางระหว่างประเทศ เปิดทางให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถเดินทางเข้าสู่จังหวัดอุดรธานีและพื้นที่อีสานตอนบนได้โดยตรงมากขึ้น ขณะที่ประชาชนในพื้นที่จะได้รับประโยชน์จากทางเลือกในการเดินทางที่หลากหลายและระบบขนส่งเชื่อมต่อที่เป็นระบบมากขึ้น ส่วนภาคธุรกิจและผู้ประกอบการท้องถิ่นจะมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยว การใช้จ่าย และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ.

 

กัลยา ยืนยง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดลิสต์ฟื้นรถก่อนเป็นค่าซ่อมก้อนใหญ่

น้ำลดแล้ว แต่บิลอาจเพิ่งเริ่ม เพราะสำหรับเจ้าของรถ ปัญหาที่แพงที่สุดอาจเป็นสิ่งที่ยังมองไม่เห็น ทั้งระบบเบรก ช่วงล่าง ระบบไฟฟ้า ไปจนถึงเครื่องยนต์ ความเสียหายเล็กๆ ที่ตรวจไม่พบวันนี้ อาจกลายเป็นค่าซ่อมก้อนใหญ่ในวันข้างหน้า ข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 ระบุว่า สถานการณ์น้ำท่วมยังครอบคลุม 31 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร กระทบประชาชนกว่า 1.04 ล้านครัวเรือน สะท้อนว่าเมื่อน้ำลด ภาระฟื้นฟูบ้าน รถยนต์ และทรัพย์สินกำลังเป็นค่าใช้จ่ายอีกก้อนที่หลายครอบครัวต้องรับมือพร้อมกัน

ปลดล็อก‘เมืองรอง’เปลี่ยนสมการศก.ไทย

การเดินหน้าสู่เศรษฐกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงขึ้น อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ ดึงดูดการลงทุน หรือเพิ่มขีดความสามารถของภาคธุรกิจเท่านั้น แต่ยังต้องย้อนกลับมามองถึง

‘กรุงเทพ’บนเวทีIMF-World Bank2026

ในวันที่ เศรษฐกิจโลก กำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงทั้งจากภูมิรัฐศาสตร์ การค้า เทคโนโลยี และโครงสร้างประชากร เวทีหารือด้านเศรษฐกิจและการเงินระหว่างประเทศจึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมอง

กระตุ้นท่องเที่ยวต่อเนื่อง

แม้ขณะนี้ประเทศไทยยังเผชิญสถานการณ์ฝนตกหนักและอุทกภัยในหลายพื้นที่ ทั้งในกรุงเทพมหานครและภูมิภาคต่างๆ ส่งผลกระทบต่อการจราจรและการเดินทาง รวมถึงการเดินทางไปยังท่าอากาศยาน แหล่งท่องเที่ยว และที่พักบางแห่ง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงขอให้นักท่องเที่ยววางแผนการเดินทางด้วยความระมัดระวัง พร้อมติดตามสถานการณ์และข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมและหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบ

พลิกเกมพลังงานดัน‘เอทานอล’ไทย

ท่ามกลางความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลกและราคาพลังงานที่ไม่เคยนิ่ง ประเทศไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งภาระการนำเข้าน้ำมันดิบมหาศาล และโจทย์ใหญ่ในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานสะอาด สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จึงเสนอทางออกสำคัญต่อ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ด้วยการชงแผนยกระดับ “เอทานอล” สู่สถานะเชื้อเพลิงยุทธศาสตร์ของประเทศ (Strategic Fuel) เปลี่ยนบทบาทจากเพียง “สารผสมในน้ำมัน” ให้กลายเป็นเสาหลักด้านความมั่นคงทางพลังงานและเศรษฐกิจฐานราก

เจาะกลไกพยุงราคา‘ก๊าซหุงต้ม’

ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ร้อนระอุ โดยเฉพาะความตึงเครียดและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางการขนส่งพลังงานสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ