“เล่าต๋า”เขย่าระบบราชทัณฑ์ เปิดปมใหญ่ช่องโหว่"ลดโทษ"

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อกระบวนการยุติธรรมปลายน้ำของไทยปะทุขึ้นอีกระลอก หลังการก้าวพ้นประตูเรือนจำกลางบางขวางของ เล่าต๋า แสนลี่ อดีตราชายาเสพติดระดับชาติ วัย 86 ปี เมื่อวันที่ 14 ส.ค.2569 ที่ผ่านมา

ย้อนกลับไปในอดีต เล่าต๋าถูกชุดจับกุมของ พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร ซ้อนแผนล่อซื้อไอซ์ล็อตใหญ่ 20 กิโลกรัม จนศาลพิพากษาลงดาบจำคุกตลอดชีวิต ทว่าเมื่อเข้าสู่เรือนจำจริง กลับใช้เวลาไต่ระดับจนแตะ "นักโทษชั้นเยี่ยม" พ่วงการได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษสะสมถึง 6 ครั้ง ซ้ำยังได้สิทธิ์ลดวันต้องโทษในฐานะผู้ต้องขังชราภาพ ส่งผลให้โทษจำคุกลดฮวบเหลือเพียง 8 ปีกว่า

ภาพที่เกิดขึ้นกลายเป็นคำถามคาใจคนทำงานปราบปรามและสังคมทันทีว่า เหตุใด พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ ระดับทำลายชาติจึงติดคุกจริงน้อยกว่าผู้เสพหรือผู้ค้ารายย่อยบางราย สวนทางกับกรณีของ แพท พาวเวอร์แพท หรือนายภฤศ บุญทองนุ่ม อดีตนักร้องชื่อดัง ซึ่งต้องโทษคดียาเสพติดในฐานะผู้ค้ารายย่อย แต่ต้องชดใช้กรรมในเรือนจำยาวนานถึง 16 ปี 8 เดือน

ความไม่พอใจของสังคมยิ่งทวีความตึงเครียด เมื่อเกิดคดีสะเทือนขวัญซ้อนขึ้นมาติดๆ หลังตำรวจบุกรวบตัว นายฑณา เกิดทอง หรือ "ไอ้ป๋อง" ฆาตกรต่อเนื่องคดีสังหารฝังดิน 2 พี่น้องชาวรัสเซีย ก่อนจะขุดเจอร่างพ่อแม่ลูกชาวไทยถูกฆ่าอำพรางเพิ่มในละแวกเดียวกัน รวมยอดเหยื่อถึง 5 ศพ ทั้งที่ไอ้ป๋องเพิ่งพ้นโทษคดีพยายามฆ่าและ พ.ร.บ.อาวุธปืน ออกมาได้เพียง 2 เดือนเศษ โดยคดีเดิมรับโทษจำคุกจริงแค่ 7 ปี 7 เดือนเศษ แม้ศาลจะมีคำสั่งคุมประพฤติและเฝ้าระวังหลังปล่อยตัว 2 ปี แต่ก็ไม่อาจหยุดพฤติกรรมอำมหิตได้ กลายเป็นบทเรียนราคาแพงที่สะท้อนช่องโหว่การคัดกรองนักโทษของกรมราชทัณฑ์

เรื่องราวของ เล่าต๋าและไอ้ป๋อง กำลังฉายภาพซ้ำรอยบทเรียนเดิมอย่าง สมคิด พุ่มพวง หรือ "แจ็ก เดอะริปเปอร์ เมืองไทย" ที่เคยก่อเหตุฆ่าหญิงสาวต่อเนื่องจนถูกศาลสั่งประหารชีวิต แต่เมื่อเข้าไปอยู่ในเรือนจำกลับอาศัยช่องระเบียบทำตัวเรียบร้อยจนได้เลื่อนเป็นนักโทษชั้นเยี่ยม ได้รับการลดวันต้องโทษหลายระลอกจนติดคุกจริงเพียง 14 ปี และเมื่อพ้นโทษออกมาในปี 2562 ก็ก่อเหตุซ้ำกับเหยื่อรายที่ 6 ทันที

แม้ครั้งนั้นกระทรวงยุติธรรมจะขยับผลักดันพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง หรือกฎหมาย JSOC เมื่อปี 2565 ขึ้นมาแก้เกม แต่คดีของไอ้ป๋องกลับตอกย้ำว่า ระบบเฝ้าระวังปลายทางแทบไม่ต่างจากเสือกระดาษ หากการคัดกรองจากต้นทางยังปล่อยบุคคลอันตรายกลับสู่ชุมชนได้โดยง่าย

เสียงสะท้อนจากสังคมพุ่งเป้าไปที่โจทย์ใหญ่ของระบบราชทัณฑ์ ซึ่งถูกตั้งคำถามว่ากำลังบริหารโทษโดยมุ่งแก้ปัญหา "นักโทษล้นคุก" เป็นหลัก เนื่องจากผู้ต้องขังกว่าร้อยละ 70 เป็นคดียาเสพติด กลไกการเลื่อนชั้นนักโทษและการเสนอชื่อขออภัยโทษจึงกลายเป็นเครื่องมือระบายคนเพื่อลดความแออัดและคุมวินัยภายในเรือนจำ มากกว่าจะประเมินผลกระทบด้านความปลอดภัยของสังคมภายนอกและครอบครัวเหยื่ออย่างรอบด้าน

ปัญหาหลักอยู่ที่เกณฑ์วัดพฤตินิสัยผู้ต้องขัง ซึ่งพิจารณาความประพฤติเชิงรูปแบบเอกสาร หากไม่แหกคุก ไม่ก่อเหตุวิวาท ช่วยงานกองช่างหรือโรงครัว ก็สามารถขยับขึ้นชั้นดี ชั้นดีมาก ไปจนถึงชั้นเยี่ยมได้ตามกรอบเวลา ทั้งที่ในความเป็นจริง ผู้ก่อเหตุคดีรุนแรงที่มีความผิดปกติทางจิต หรือผู้ค้ายาเสพติดระดับหัวแถว มักมีความสามารถในการปรับตัวและปฏิบัติตามกฎเพื่อเอาตัวรอดในเรือนจำได้ดีกว่าผู้ต้องขังทั่วไป การประพฤติตัวเรียบร้อยในแดนขังจึงไม่ได้การันตีการสำนึกผิดอย่างแท้จริง

เมื่อแรงกดดันทางสังคมสูงขึ้น มีรายงานว่ากรมราชทัณฑ์เตรียมเสนอแก้ไขกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ.2562 โดยเน้นอุดช่องโหว่ในหมวด 2 เรื่องการเลื่อนชั้นนักโทษ เพื่อสกัดไม่ให้นักโทษคดีร้ายแรงใช้เกณฑ์ดังกล่าวขอลดโทษซ้ำซ้อน

 แนวทางหลักที่อยู่ระหว่างการผลักดันมี 2 มาตรการสำคัญ คือ การตัดสิทธิ์เลื่อนชั้นนักโทษทั้งกรณีปกติและกรณีพิเศษในกลุ่มคดีอุกฉกรรจ์ คดีความรุนแรงทางเพศ คดีตามกฎหมาย JSOC และ คดียาเสพติดรายใหญ่ เพื่อปิดทางไม่ให้มีรายชื่อในบัญชีขอรับ พระราชทานอภัยโทษ ลดโทษ และการกำหนดเพดานโทษเด็ดขาด หากผู้ต้องขังคดีร้ายแรงได้รับการลดโทษจากประหารชีวิตเหลือจำคุกตลอดชีวิตแล้ว จะต้องถูกตัดสิทธิ์ลดวันต้องโทษและห้ามพักการลงโทษทุกกรณี เพื่อให้โทษจำคุกตลอดชีวิตมีผลบังคับใช้จนสิ้นอายุขัยจริง

อย่างไรก็ดี การผลักดันร่างกฎกระทรวงดังกล่าวยังมีข้อทักท้วงจากนักวิชาการด้านนิติศาสตร์และองค์กรสิทธิมนุษยชน ที่มองว่าการตัดสิทธิประโยชน์แบบเหมารวมอาจกระทบต่อหลักการฟื้นฟูผู้ต้องขัง รวมถึงฝ่ายปฏิบัติมองว่าการปิดโอกาสลดโทษของผู้ต้องขังโทษสูงอาจสร้างแรงกดดันจนนำไปสู่ความไม่สงบภายในแดนคุมขัง รวมถึงปัญหาความแออัดในเรือนจำที่จะทวีความรุนแรงขึ้นในระยะยาว หากยังไม่มีแผนรองรับด้านงบประมาณและสถานที่คุมขัง

เมื่อเปรียบเทียบกับแนวทางสากล สหรัฐอเมริกามีการใช้โทษจำคุกตลอดชีวิตแบบไม่มีสิทธิ์ขอพักโทษ สำหรับคดีร้ายแรง ขณะที่สหราชอาณาจักร ศาลสามารถออกคำสั่ง Whole Life Order ให้คุมขังจนสิ้นอายุขัยโดยไม่มีการประเมินปล่อยตัว

 ด้านสิงคโปร์บังคับใช้โทษประหารชีวิตอย่างเคร่งครัด ทั้งคดีฆาตกรรมและยาเสพติดรายใหญ่ ส่วนเยอรมนี แม้จะเน้นการฟื้นฟู แต่ก็มีระบบกักกันตัวเพื่อความปลอดภัย โดยศาลและผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชสามารถสั่งคุมตัวบุคคลอันตรายต่อเนื่องได้ แม้จะพ้นโทษตามคำพิพากษาไปแล้ว

กรณีของ เล่าต๋า แสนลี่ และไอ้ป๋อง จึงกลายเป็นบททดสอบสำคัญของกระทรวงยุติธรรมและกรมราชทัณฑ์ ว่าการขยับแก้ระเบียบในครั้งนี้จะนำไปสู่การปฏิรูปโครงสร้างความปลอดภัยสาธารณะอย่างยั่งยืน

หรือจะเป็นเพียงมาตรการชั่วคราวหลังจากโดนคลื่นกระแสสังคมที่กำลังจับตามองกดดันอย่างหนักอยู่ในขณะนี้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปลี่ยนเส้นทาง"ภาษีบาป" ทำสีน้ำเงินเปิดศึกรอบทิศ

แนวร่วมจากภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะภาคส่วนประชาสังคมเริ่มออกมาแสดงท่าทีและเคลื่อนไหวผ่านบริบทต่างๆ เพื่อ ต่อต้าน-คัดค้าน การที่พรรคภูมิใจไทย นำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เสนอร่างกฎหมาย 4 ฉบับที่มีสาระสำคัญคือ เปลี่ยนเส้นทาง เงินภาษีบาป

หยุดการเมืองโยนบาป! 'ชาวบ้าน' สำลักน้ำลาย

มหาอุทกภัยกรุงเทพมหานคร และสถานการณ์น้ำท่วมลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงหลายจังหวัดทั่วประเทศในรอบนี้ ไม่ได้ท่วมเพียงบ้านเรือน ถนนหนทาง และพื้นที่เศรษฐกิจ หากยังท่วมความน่าเชื่อถือของรัฐบาล

อนุทินอุดรอยรั่วน้ำท่วมกรุง ยก"กองทัพ"นำหน้า"กู้วิกฤต"

จากสถานการณ์น้ำท่วมเมืองกรุงมาแล้วค่อนสัปดาห์ ท่ามกลางเสียงกร่นด่า ตำหนิการทำงานของรัฐบาล ที่แม่ทัพรัฐบาลอย่าง “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รับหน้าไปเต็มๆ ซึ่งเจ้าตัวน้อมรับพร้อมให้ประชาชนระบายความรู้สึกได้ เพราะเข้าใจความเดือดร้อน และนายกฯ ยังคงเดินหน้าลงพื้นที่เยี่ยมเยียนช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่น้ำท่วมต่อเนื่องในช่วงกลางดึกของทุกวัน

รอดศาลฯแต่วิกฤตศรัทธายับเยิน ดันเครื่องลงคะแนนเลือกตั้งรอบหน้า

โล่งอก ไปเปลาะหนึ่งสำหรับ กกต. หลัง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินส่งคำร้องเรียน 22 เรื่อง

น้ำท่วมทำลายเชื่อมั่น‘รัฐบาล’ รับมือสถานการณ์วิกฤต‘ติดลบ’

รัฐบาลภายใต้การนำของ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย น่าจะเป็นรัฐบาลที่เผชิญสถานการณ์วิกฤตมากที่สุดรัฐบาลหนึ่ง