ลุยงานฝ่าดรามา

เรียกว่าเป็นมหากาพย์ที่ยังหาตอนจบไม่เจอ สำหรับความขัดแย้งภายในบอร์ดคณะกรรมการกิจการเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยิ่งล่าสุด สำนักงาน กสทช.ส่งหนังสือเชิญบอร์ดประชุมอีกครั้งในวันที่ 21 และ 22 ตุลาคมนี้ หลังการประชุมก่อนหน้าล่มซ้ำซากมาแล้วมากกว่า 10 ครั้ง ก็ต้องจับตาว่าคราวนี้จะมีทางออก หรือจะเป็นเพียงหนังอีกม้วนที่ฉายซ้ำฉากเดิม

ปมสำคัญอยู่ที่สถานะของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานบอร์ด กสทช. ซึ่งมีประเด็นเรื่องคุณสมบัติภายหลังคำพิพากษาศาลปกครอง ที่เกิดการตีความสถานะและอำนาจหน้าที่แตกต่างกันในแต่ละฝ่าย โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด

ส่วนสำนักงาน กสทช. ซึ่งมี “ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล” รองเลขาธิการและรักษาการแทนเลขาธิการ กสทช.กำกับดูแล ก็ต้องเดินอยู่บนเส้นบางๆ ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย กับการไม่ก้าวล่วงอำนาจวินิจฉัยของผู้มีอำนาจเกี่ยวข้อง

พูดง่ายๆ คือ งานนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะเลือกเชียร์ใครได้ตามใจ เพราะหากเดินพลาดเพียงก้าวเดียว ก็อาจกลายเป็นประเด็นข้อพิพาทเพิ่มขึ้นมาอีกเรื่อง

ถึงอย่างนั้น คงไม่มีใครอยากเห็นองค์กรกำกับดูแลกิจการสื่อสารของประเทศ ต้องใช้พลังงานไปกับความขัดแย้งภายในจนภารกิจหลักถูกกลบหายไปจากสายตาสังคม

กสทช.ยังมีภารกิจสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของประชาชน เศรษฐกิจดิจิทัล และการจัดการโครงข่ายสื่อสารที่อาจถูกนำไปใช้ในทางผิดกฎหมาย

ล่าสุด “ไตรรัตน์” นำทีมสำนักงาน กสทช.สนธิกำลังกับตำรวจจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ หรือ ACSC ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและสมุทรปราการ ดำเนินการกับโครงข่ายสัญญาณที่ลักลอบส่งไปยังบ่อนกาสิโนในประเทศเพื่อนบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

งานนี้จึงต้องขอส่งแรงใจให้ “ไตรรัตน์” เดินหน้าทำงานเต็มสูบ ฝ่ากระแสดรามาด้วยความรอบคอบ และพิสูจน์ตัวเองผ่านผลงานที่ประชาชนสัมผัสได้จริง เพราะสุดท้ายแล้ว องค์กรจะถูกจดจำจากความขัดแย้งไปอีกนานแค่ไหน อาจขึ้นอยู่กับว่าคนทำงานสามารถเปลี่ยนความสนใจของสังคม ให้กลับมามองเห็นประโยชน์ที่ประชาชนได้รับมากเพียงใด

บอร์ดจะประชุมล่มอีกกี่ครั้ง ยังไม่มีใครตอบได้ แต่เรื่องความเดือดร้อนของประชาชน ไม่ควรต้องล่มไปพร้อมกับการประชุมด้วย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทำงานใหญ่อยู่

เก็บตกบรรยากาศงาน ‘กาลครั้งหนึ่ง ณ บ้านฟ้า’ งานคืนสู่เหย้าของบรรดาศิษย์เก่าพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อค่ำคืนวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา ต้องบอกว่า อบอวลไปด้วยความหลังและความรักของนักการเมืองเป็นร้อยๆ ชีวิต

'ปันเกย'

เบื้องหลังการทำงานก่อนพบปะหารือกับต่างประเทศของ "อนุทิน ชาญวีรกูล" นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ที่ไม่ใช่แค่การพูดคุยทั่วไป แต่ใช้เวลา 15-20 นาทีอย่างเต็มเปี่ยม เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน

เบิร์ธเดย์คนละหมัด

ปกติวันเกิดเขาให้เป่าเค้ก อวยพรให้อายุมั่นขวัญยืน แต่ระดับ สส.หญิงคู่นี้ วันเกิดเวียนมาชนกันที แฟนคลับนึกว่าเสียงระฆังมวยยกหนึ่งเพิ่งดังขึ้น

‘ผู้แทนสวย’

หลายครั้งที่เห็นรัฐมนตรีแต่ละคนลงพื้นที่ จะพบว่าแต่ละคนมีสไตล์การทำงานที่แตกต่างกัน แต่ไม่ว่าจะเป็นสไตล์ไหน การลงพื้นที่แต่ละครั้งก็มักได้รับความสนใจจากประชาชน เพราะนอกจากจะได้เห็นการทำงานแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการรับฟังปัญหาของคนในพื้นที่อีกด้วย

ปลูกข้าวไว้แจก

ความห่วงใยจาก “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ยังทยอยส่งต่อถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วมต่อเนื่อง ล่าสุดแม่ทัพของพรรค นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมลูกพรรค ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็นในการฟื้นฟูบ้านเรือนฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันออก ขณะเดียวกันยังส่งมอบสิ่งของจำเป็นกระจายไปในพื้นที่อื่นๆ ด้วย

เข่านายกฯ เอว ‘ลูกท็อป’

นอกจากบทบาท รมว.อุตสาหกรรม ที่ต้องรับหน้าที่ดูแลนิคมอุตสาหกรรม และประชาชนโดยรอบนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม ลูกท็อป–วราวุธ ศิลปอาชา เจ้ากระทรวงอุตฯ ยังได้รับมอบหมายให้เป็นกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ชุดที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธานด้วย