
ต้องบอกว่าวันพุธที่ 2 กันยายน มีแต่สารพัดเรื่องประดังประเดเข้ามาให้สังคม สภากาแฟ รวมถึงโลกโซเชียลได้เกาะติดตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบกันเลยทีเดียวเชียว โดยเฉพาะเรื่อง “เรือรบ” เมื่อเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ USS Abraham Lincoln (CVN-72) ของกองทัพเรือสหรัฐอเมริกาเดินทางเข้าสู่พื้นที่น่านน้ำแหลมฉบัง จ.ชลบุรีแล้ว โดยเทียบท่า C0 บริษัท แหลมฉบัง อินเตอร์เนชั่นแนล โร-โร เทอร์มินัล จำกัด ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ซึ่ง “ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์” นายกเมืองพัทยา ก็คาดว่าเงินจะสะพัดจากทริปนี้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งในห้วงเวลานี้สายตาโลกและสายตานานาชาติคงจับตาเรื่องนี้ไม่มากก็น้อย เพราะเป็นทั้งเรื่องเล็กและเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะในเวลาที่อยู่แผ่นดินไทยทหารมะกันจะสร้างเรื่องสร้างราวหรือเรียบร้อยดี ...๐
หันมาเรื่องการเมืองกันบ้าง โดยเฉพาะเรื่องการเปิดบ้านนายกรัฐมนตรีรับวงดินเนอร์ของรัฐมนตรีและแกนนำรัฐบาลในวันที่ 6 ก.ย.นี้ ก็ มีข่าวดีให้บรรดาผู้ไปร่วมและผู้ร่วมลุ้น เพราะล่าสุด “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทยก็ยืนยันแล้วว่าจะไม่มีการคุยในเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี หรือแม้แต่เรื่องศึกซักฟอก มีแต่เรื่องรีแลกซ์ของรัฐบาลที่ทำงานร่วมกันมากว่า 4 เดือน ...๐
งานนี้ก็ไม่ใช่ว่ารัฐบาลไม่สนใจศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจหรอก แต่เพราะพรรคร่วมรัฐบาลต่างรู้ดีว่าเป้าของฝ่ายค้านนั้นมุ่งไปที่ “ระบอบสีน้ำเงิน” หรือพรรคภูมิใจไทยฝ่ายเดียว ซึ่งล่าสุด “พริษฐ์ วัชรสินธุ” สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชนก็บอกแล้วว่า ล็อกเป้าแน่ๆ คือ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ “ไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดีอี เรียกว่าเป็นการตีเข้าที่หัวใจพรรคกันเต็มๆ เพราะ “อนุทิน” ก็เป็นหัวหน้าพรรค “ไชยชนก” ก็เป็นเลขาธิการพรรค ซ้ำยังเป็น “ลูกชาย” ของครูใหญ่พรรคอย่าง “เนวิน ชิดชอบ” อีกต่างหาก ...๐
แต่ที่ดูเหมือนพรรคร่วมรัฐบาลไม่ค่อยให้ความสนใจนั้น นอกจากเป้ามุ่งไปที่พรรคหลักแล้ว ที่สำคัญก็รู้ดีว่าส่วนใหญ่ก็เป็นการอภิปรายในเรื่องเดิมๆ เหมือนเอาเอกสารข่าวจากสื่อและโลกโซเชียลมายำรวม ที่สำคัญไม่มีหลักฐานหรือใบเสร็จที่จะมัดชัดๆ ได้ โดยเป็นลักษณะ “เขาเล่าว่า” “ได้ยินมาว่า” ทำนองนี้ ก็เหมือนที่ “ธนกร วังบุญคงชนะ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ออกมาเหน็บฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคส้มว่า ขอให้ทำหน้าที่ท้วงติงอย่างมีเหตุผล ไม่ใช่เน้นสร้างวาทกรรมใหม่รายวันจนกลายเป็นฝ่ายแค้นแล้ว ลืมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เพราะที่ผ่านๆ มามักเห็นแต่หลักฐานตัดแปะจากการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนบ้าง หรือไม่ก็ข้อมูลที่มโนเอาเองบ้าง ...๐
ต้องบอกว่าเมืองไทยมักมีอะไรให้แปลกใจได้เสมอๆ เพราะโครงการ “TH-AI Passport” หรือ “โครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย” ที่เพิ่งเปิดใช้ไปเมื่อปลายเดือน ส.ค. และยังมีเรื่องการเมืองเข้ามาพัวพันที่มีการฟ้ององค์กรอิสระกันอยู่ รวมถึงเรื่องดีกว่าของฟรีหรือไม่อย่างไร ก็ดันมี เรื่อง “ดาต้าเซ็นเตอร์” โผล่กลางกรุงเข้ามาอีก เล่นเอา “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯ และ รมว.การคลังต้องเรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ในวันที่ 4 ก.ย.นี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล และจะเชิญ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเข้าร่วมหารือด้วย เพราะเพิ่งไปร่วมกับกระทรวงพลังงานลุยดาต้าเซ็นเตอร์พระราม 9 ที่มีการตุนน้ำมันไว้กว่า 2 แสนลิตร มาร่วมประชุมด้วย ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องบอกว่าหนังยาว เพราะเป็นโครงการเก่าก่อนรัฐบาลเข้ามา แล้วยังจะมีเรื่องใหม่เข้ามาเติมอีก ...๐
ที่เป็นมหากาพย์อีกเรื่องก็หนีไม่พ้นเรื่อง “คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ” หรือ กสทช. เมื่อศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ศาลปกครองกลางรับคำฟ้องของ “นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์” ประธาน กสทช. กรณีฟ้องคณะกรรมการสรรหา กสทช. ขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยคณะกรรมการสรรหา กสทช. ซึ่งวินิจฉัยว่า นพ.สรณมีลักษณะต้องห้ามและขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. โดยหลังจากศาลมีคำสั่งดังกล่าว “หมอไห่” ก็ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ กสทช.กลับมาร่วมกันปฏิบัติหน้าที่และเข้าร่วมการประชุม กสทช. โดยพร้อมเพรียงกัน ในขณะที่ “ปกรณ์ นิลประพันธ์” รองนายกฯ และมือกฎหมายรัฐบาลก็ยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ต้องรอคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น และรอคำสั่งของศาลว่าจะสั่งอย่างไร งานนี้ก็เป็นหนังยาวที่ต้องติดตามกันอีกเรื่องแบบตาไม่กะพริบ ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
ต้องบอกว่า “สมน้ำสมเนื้อ” กันอย่างยิ่งสำหรับฝ่ายค้านและรัฐบาล เพราะก่อนหน้านี้ก็มี “จังหวะนรก” ของ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการคณะก้าวหน้า ที่ออกมาเรื่อง “บันเทิงธิปไตย”
บันทึกหน้า 4
สัปดาห์นี้ประเทศไทยอยู่ในจอเรดาร์โลก มีการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และกลุ่มธนาคารโลก ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 12-18 ต.ค.2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีผู้เข้าร่วมจาก 191 ประเทศ กว่า 15,000 คน
บันทึกหน้า 4
สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลายลงตามลำดับ ล่าสุด “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
บันทึกหน้า 4
พร้อมมากถึงมากที่สุด “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เตรียมแสดงบทบาทนำของประเทศไทยบนเวทีการเงินระดับสากล ผ่านการเข้าร่วมเสวนาบนเวทีสำคัญใน 4 เวที
บันทึกหน้า 4
ดุเดือดเลือดพล่านแน่! ศึกซักฟอกส้ม-ฟ้าแท็กทีมไล่บดขยี้น้ำเงิน แค่เปิดเนื้อหาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ "อนุทิน ชาญวีรกูล" ฝ่ายค้านตั้งข้อหาฉกาจฉกรรจ์ หนักกว่านายกฯ ทุกยุคที่ผ่านมา
บันทึกหน้า 4
ต้องบอกว่าเป็น “ระเบิดลูกใหญ่” ที่ถูกหย่อนโดย “ปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการคณะก้าวหน้าลงกลางวงน้ำเน่าจากภาวะน้ำท่วมเสียจริงๆ และที่โดนไปเต็ม 100 แบบไม่ต้องหักก็คือพรรคประชาชน ภายใต้บังเหียนของ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

