
“แม้การลงถนนจะไม่สามารถล้มรัฐบาลได้โดยตรง เช่นเดียวกับการอภิปรายซักฟอกรัฐบาล ฝ่ายค้านก็คว่ำรัฐบาลไม่ได้ แต่จะเปิดแผลให้เห็นความเน่าเฟะของพรรคแกนนำรัฐบาล”
วันที่ 6 ก.ย.นี้ ครบ 5 เดือนที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่
แต่อารมณ์ของคนสังคมไทยรู้สึกเหมือนว่า ครม.ชุดนี้บริหารประเทศผ่านมาหลายปีแล้ว เนื่องจากปัญหาต่างๆ ผุดขึ้นมาให้รัฐบาลตามแก้ไม่เว้นวัน ขณะที่ผลงานรัฐบาลก็ผลักดันออกมาไม่ทันความต้องการของประชาชน และยังมีเรื่้องฉาวโฉ่ขึ้นมาอีก
หากสังเคราะห์ปัญหาทั้งหมดออกมา จะเห็นภาพรวมของสาเหตุที่แท้จริงว่ามาจากระบบและโครงสร้างสังคมไทยที่ล้าหลัง ไม่ทันการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
กลไกราชการใหญ่โตเทอะทะ ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐทุจริตคอร์รัปชันแทบทุกหน่วยงาน เสมือนเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย หากไม่รักษาด้วยยาแรงก็อาจสิ้นชีพและสิ้นชาติ จึงเป็นอุปสรรคในการขับเคลื่อนประเทศ
เช่น ขบวนการออกบัตรประชาชนปลอม สวมสิทธิ์คนตาย ขบวนการพ่อทิพย์ ให้เด็กได้สวมสิทธิ์สัญชาติไทย ให้กับกลุ่มทุนสีเทา อาชญากรข้ามชาติ ชาวต่างชาติใช้คนไทยเป็นนอมินีถือครองธุรกิจในไทย กลายเป็นปัญหาความมั่นของชาติไปแล้ว
เหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว กลุ่มจีนเทาเปิดผับเถื่อนกลางกรุง เว็บพนันออนไลน์ อบายมุข แหล่งบ่มเพาะอาชญากรรม ซึ่งต้องจ่ายส่วยให้เจ้าหน้าที่รัฐและส่งให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับ
เมื่อเจ้าหน้าที่่รัฐเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน กลไกการป้องกันตรวจสอบและลงโทษไร้ประสิทธิภาพ แต่ผู้นำประเทศไม่มองปัญหาเชิงระบบ มุ่งไปที่ตัวบุคคลเป็นหลัก แล้วตามแก้ปัญหารายวัน จึงไม่เห็นยุทธศาสตร์ชาติและทิศทางประเทศที่ชัดเจน
เช่นเดียวกับปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ กลุ่มแบ่งแยกดินแดน ก่อเหตุนับร้อยจุดในคืนเดียว โดยที่เจ้าหน้าที่รัฐรับมือไม่ได้ ผู้มีส่วนรับผิดชอบก็วิเคราะห์ไปคนละทิศทาง แม้นายกฯ จะดึงมวลชนในพื้นที่เป็น "ภูมิคุ้มกัน" หรือทุ่มงบประมาณพัฒนาพื้นที่ แต่ตราบใดที่ฝ่ายความมั่นคงยังกุมสภาพ รักษาความปลอดภัยไม่ได้ คนพื้นที่ก็ไม่กล้าเปิดหน้าร่วมมือกับรัฐ
สำหรับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่รัฐบาลพยายามเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การเจรจาทางการค้า เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์กับประเทศต่างๆ การส่งออกสินค้า ก็ยังไม่ทำให้รายได้กระจายตัวถึงมือประชาชนอย่างแท้จริง ธุรกิจเอสเอ็มอีกำลังเผชิญกับวิฤต รายได้ลด ต้นทุนเพิ่ม ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ก็เติบโตช้ากว่าที่ควรจะเป็น
ส่วนโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ซึ่งทำให้ประชาชนพึงพอใจมากที่สุด จะสิ้นสุดโครงการในวันที่ 30 ก.ย.นี้ จะทำเฟส 2 ต่อหรือไม่ จะใช้แหล่งเงินทุนจากไหน?
ภายในรัฐบาลก็เผชิญกับเรื่องฉาวโฉ่ โครงการ TH-AI Passport งบประมาณ 1,600 ล้านบาท เอื้อประโยชน์กลุ่มทุนของพรรคแกนนำรัฐบาล ราคาแพง ประสิทธิภาพด้อยกว่าโมเดลอื่น ขาดความแม่นยำของข้อมูล ไม่คุ้มค่า ใช้ของฟรียังดีกว่า ประชาชนก็ไม่ลงทะเบียนตามที่คาดหวัง ฝ่ายค้านจึงได้ยื่น ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบแล้ว
ล่าสุด การจัดทำระบบ ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ รัฐบาลจะสนับสนุนเบี้ยประกันปีละ 15,000 ล้านบาท นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี ตั้งข้อสังเกตว่า ที่รัฐบาลอ้างว่าค่าใช้จ่ายเรื่องภัยพิบัติปีละ 40,000 ล้านบาท เอาตัวเลขมาจากไหน หากบริษัทประกันภัยได้ปีละ 15,000 ล้าน เขาจะอยู่ได้อย่างไร แต่หากตัวเลขเฉลี่ยอยู่ที่ 5,300 ล้าน บริษัทประกันภัยจะมีกำไรปีละประมาณ 10,000 ล้านบาท พร้อมย้อนถามว่ามีเรื่องค่า "คอมมิชชัน" หรือไม่?
ส่วนการโกงข้อสอบบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่น แม้จะเกิดช่วงรัฐบาลก่อน แต่ก็เกี่ยวข้องกับคนในพรรคแกนนำรัฐบาลชุดนี้ แต่ผลการสอบสวนตัดตอนจบที่อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ไม่แตะอดีตอธิบดีและผู้เกี่ยวข้องในช่วงการทำ ทีโออาร์ ที่เปิดช่องให้เกิดการโกง ทำให้สาวไม่ถึงนักการเมือง ซึ่งพบว่ามีคนใกล้ชิดนายอนุทินเกี่ยวข้องด้วย ที่น่าตกใจพบเส้นเงินในขบวนการโกงสูงถึง 9 พันล้านบาท
การทุจริตคอร์รัปชันในรูปแบบหักหัวเงิน-ทอนเงิน ไม่สร้างความเสียหายเหมือนการโกงข้อสอบ เพราะเมื่อลงทุนซื้อตำแหน่งก็ต้องถอนทุนคืน การนั่งกุมกลไกรัฐสามารถสร้างความหายนะแก่ประเทศชาติอีกมาก เสมือนปล่อย "ปลวก" ให้กัดกินบ้านเรือน สุดท้ายบ้านก็ผุพังลง เป็นเรื่องที่ประชาชนสุดจะทนกับขบวนการชั่้วร้ายนี้
โดยเฉพาะ คดีฮั้ว สว. หากมีการใช้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจูงใจในการลงคะแนน ย่อมมีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยืนยันว่า วันที่ 14 ก.ย.นี้ กกต.ทั้ง 7 คนจะประชุมและมีมติว่าจะส่งเรื่องไปให้ศาลฎีกาหรือไม่ ขณะที่กลุ่มไอลอว์กับพรรคประชาชนนำข้อมูลเอกสารจากคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 ของ กกต. มาตีแผ่พร้อมเปิดเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกลุ่มนักการเมือง ซึ่งชุดที่ 26 ได้มีความเห็นส่งฟ้องผู้เกี่ยวข้อง 229 คน มีนักการเมืองพรรคภูมิใจไทย 10 คน รวมทั้งนายอนุทินด้วย
ด้าน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. เปิดรายงานการประชุมอนุฯ วินิจฉัยชุดที่ 36 ในคดีฮั้ว สว. ที่ได้รับจากบุคคลภายใน กกต. ซึ่งสร้างกรอบการประชุมเพื่อตัดตอนไม่ไห้ถึงนักการเมือง และมีแนวโน้มว่าฝ่ายการเมืองจะรอดหมด
สอดรับกับก่อนหน้านั้น นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เปิดเผยถึงเงื่อนไขที่จะส่งศาลฎีกา 3 ข้อ คือ ผู้สมัครเลือก สว.ต้องทำผิดเอง ต้องเข้าข่ายทุจริต และมีหลักฐานชัดเจน สวนทางกับ รธน.มาตรา 226 และ พ.ร.ป.การได้มาซึ่ง สว. มาตรา 62
วันที่ 14 ก.ย.นี้ ทุกฝ่ายจึงจับตาการชี้ขาดของ กกต.ทั้ง 7 คน หากยึดตามมติของอนุฯ ที่ 36 หรือส่งฟ้องแค่ปลาซิว 10-20 คน ฝ่ายการเมืองพรรคภูมิใจไทยก็โล่งอก แต่ฝ่ายตรงข้ามคงไม่หยุด โดย นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชน (iLaw) ปลุกประชาชนทั่วประเทศจัดกิจกรรมกดดัน กกต.ในวันที่ 13 ก.ย. ก่อนวันที่จะตัดสินคดีฮั้ว สว. 1 วัน
ขณะที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติอภิปรายรัฐบาลนายอนุทินทั้ง 2 แบบ คือ อภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงและเสนอแนะโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 หลังจากนั้นปลายสมัยประชุมสภาจะอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบลงมติ มาตรา 151
โดยฝ่ายค้านได้มอบหมายให้ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นหัวเรือใหญ่ในการรวบรวมรายชื่อและจัดทำเนื้อหาญัตติอภิปรายร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยล็อกเป้าที่นายอนุทิน และนายไชยชนก ชิดชอ รมว.ดิจิทัลฯ โดยนายรังสิมันต์บอกว่า มีเรื่องให้อภิปรายเยอะ สามารถเอาผิดรัฐมนตรีทุจริตด้วย พร้อมแย้มว่า "คนใกล้ชิดรัฐบาลส่งข้อมูลให้"
ที่น่าจับตา นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรฯ แจ้งว่า วันจันทร์ที่ 7 กันยายน จะเชิญผู้สื่อข่าวมาเพื่อแถลงข่าวว่าจะลงถนนแล้ว แต่ไม่ต้องการให้รัฐบาลชุดนี้ลาออกหรือไล่ออก แต่เรียกร้อง "เอาประเทศไทยของเราคืนมา" โดยเป็นประเทศไทยที่มีหลักนิติรัฐ นิติธรรม ขจัดพวกต่างชาติเทา ปกป้องประเทศไทยให้เป็นของคนไทยต่อไป โดยจะเริ่มดำเนินการยื่นหนังสือต่อสถานทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย โดยเบื้องต้นเป้าหมายอยู่กลุ่มจีนเทาและชาวอิสราเอล ครอบครองทรัพย์สิน ที่ดินในไทยผ่านนอมินี
พลันที่อดีตแกนนำคนเสื้อเหลืองประกาศลงถนน กูรูการเมืองก็วิเคราะห์ทันทีว่า ปลุกม็อบไม่ขึ้น บางคนถึงกับหยามว่า "ยาหมดอายุ" ประชาชนเข็ดหลาบจากสงครามเสื้อสี คงไม่มีใครออกมาม็อบเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกันอีกแล้ว
แต่อดีตแกนนำพันธมิตรฯ ที่ผ่านประสบการณ์ลงถนนมายาวนาน คงไม่เดินล้ำหน้ามวลชนไปไกลขนาดนั้น แต่จะเริ่มจากยื่นข้อเรียกร้องในรายประเด็นที่กำลังเป็นปัญหาของบ้านเมือง แต่รัฐบาลยังจัดการไม่ได้
โดยมีการหารือกับแกนนำกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นายพิชิต ไชยมงคล นายนิติธร ล้ำเหลือ ให้มาร่วมกันเคลื่อนไหวในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ
เริ่มจากกรณีกลุ่มยิว ไซออนิสต์ กำลังยึดครองพื้นที่ของประเทศ ซึ่งสอดรับกับอารมณ์ของประชาชนที่่ต้องการให้รัฐบาลจัดการขั้นเด็ดขาด แม้นายกฯ ออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเนรเทศ เร่งจัดการคนต่างด้าวที่ทำผิดกฎหมาย ประชาชนก็อยากเห็นเป็นรูปธรรม
รวมทั้งปัญหาอื่นๆ ที่เป็นเรื่องสำคัญของประเทศชาติ โดยเฉพาะการจัดสรรทรัพยากรของชาติที่เอื้อกลุ่มทุนผูกขาดและชนชั้นนำของสังคม โครงการขนาดใหญ่ของรัฐหรือเอกชนที่กระทบต่อประชาชน รวมทั้งการทุจริตคอร์รัปชัน เป็นต้น
การเรียกร้องเสนอแนะให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาต่างๆ หากรัฐบาลรับลูกใช้เป็นแนวร่วมนำไปผลักดันแก้ไขก็จะกลายเป็นผลงานของรัฐบาลเอง และจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ แต่หากตั้งป้อมเผชิญหน้า จะด้วยไร้วิสัยทัศน์ ขาดเจตจำนงทางการเมือง หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อน แล้วแก้ปัญหาแบบลูบหน้าปะจมูก ก็อาจกลายเป็นการจุดไฟให้ประชาชนออกมาร่วมเคลื่อนไหวมากขึ้น
ขณะที่มวลชนลงถนนก่อหวอดไปเรื่อยๆ ฝ่ายค้านในสภาก็ตรวจสอบอย่างเข้มข้น แม้การลงถนนจะไม่สามารถล้มรัฐบาลได้โดยตรง เช่นเดียวกับการอภิปรายซักฟอกรัฐบาล ฝ่ายค้านก็คว่ำรัฐบาลไม่ได้ แต่จะเปิดแผลให้เห็นความเน่าเฟะของพรรคแกนนำรัฐบาล ทำลายเสถียรภาพพรรคร่วมรัฐบาล และความเชื่อมั่นของสังคม
ท่ามกลางกระแสข่าว "พรรคสีเขียว" พร้อมยุบพรรคนำ สส.ไปรวมกับ "พรรคสีแดง" ให้กลายเป็นพรรคอันดับสอง รอจังหวะ "พรรคสีน้ำเงิน" เพลี่ยงพล้ำ ชิงจัดตั้งรัฐบาล
หาก รัฐบาลสีน้ำเงิน มีพฤติการณ์ที่สวนทางอารมณ์ของประชาชน ทุกภาคส่วนก็จะเลิกให้การสนับสนุน แม้แต่ "ชนชั้นนำ" ที่อุ้มชูมาตลอด ก็อาจลอยแพได้ ถึงตอนนั้นกลไกต่างๆ จะทำหน้าที่ และทำให้เกิดจุดเปลี่ยนทางการเมืองได้!.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฮั้วสว.ก่อนมีรัฐบาล ‘อนุทิน’ยันไม่เกี่ยวเพราะมาหลัง1ปี3เดือนลั่นพร้อมชี้แจง
“อนุทิน” ไม่กังวลฝ่ายค้านใช้เวทีงบฯ ซักฟอกรัฐบาล ชี้เป็นสิทธิ์ของ สส. ปัด “ภูมิใจไทย” ยื้ออภิปรายรายงาน กกต.หนีคดีฮั้ว สว. ยํ้าไม่เคยเกี่ยวข้อง ยันไม่เคยหนีสภา ลั่นถ้ามีหลักฐานใครเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่นยื่น
นายกฯลงนาม เนรเทศชาวยิว
"อนุทิน" ลงนามคำสั่งเนรเทศ "ยาคอฟ โอฮะยอน" ชาวอิสราเอลออกนอกราชอาณาจักร หลังศาลเกาะสมุยพิพากษาผิด ม.392 ฐานขู่เข็ญทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจ
เด็กภูมิใจไทย สวนคนละหมัด ฟาดพรรคส้มดิ้นพล่าน ดิสเครดิตนายกฯ จ้อรายการทีวี
นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย และประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ กล่าวถึงกรณี นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาวิจารณ์รายการ "ครม. พบประชาชน"เป็นเพราะรัฐบาลได้รับความนิยมลดลงว่า
'อนุทิน' ลั่นใครเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่นโดนหมด แนะมีหลักฐานยื่น ป.ป.ช.
นายกฯ ยันไม่มีอิทธิพลการเมืองแทรกสอบทุจริตท้องถิ่น หากมีหลักฐานพาดพิงรัฐมนตรีให้ส่ง ป.ป.ช.ตรวจสอบ ชี้รัฐบาลตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงแล้ว
'อนุทิน' เลื่อนวงข้าว ครม. บินนอร์เวย์ภารกิจสำคัญ ยังไม่เคาะนัดใหม่
นายกฯ แจงเหตุเลื่อนนัดกินข้าว ครม. 6 ก.ย. หลังต้องเดินทางนอร์เวย์ในนามรัฐบาลไทย ย้ำไม่เกี่ยวสถานการณ์การเมืองหรือกระชั
ด่วน 'อนุทิน' ลงดาบ! เซ็นเนรเทศหนุ่มอิสราเอลพ้นราชอาณาจักรไทย
“อนุทิน” ลงนามคำสั่งเนรเทศ “ยาคอฟ โอฮะยอน” ชาวอิสราเอลออกนอกราชอาณาจักร หลังศาลจังหวัดเกาะสมุยพิพากษามีความผิดฐานขู่เข็

