
ลุยงานกันต่อสำหรับแม่ทัพทีมสุดซอยอย่าง “โอ๋-ฐิติภัสร โชติเดชาชัยนันต์” เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบอย่างเข้มข้นเพื่อปฏิรูปพลังงาน หรือ “โอ๋สุดซอย”
ที่กำลังเร่งดำเนินการปมร้อนที่ประชาชนร้องเรียน กรณีดาต้าเซ็นเตอร์กักเก็บน้ำมันโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเจ้าตัวส่งทีมกฎหมาย กรมธุรกิจพลังงาน ลุยดำเนินคดีไม่มีละเว้น
เรียกว่าทำงานกันดุเดือด หากพบการกักตุนน้ำมันที่ผิดกฎหมายไม่ว่าจะกรณีใด ทีมสุดซอยพร้อมฟาด
ล่าสุดฟาดเพิ่มอีก 5 คลังน้ำมัน หลังพบกักตุนเพื่อหวังเก็งกำไรจนประชาชนได้รับความเดือดร้อน หลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสั่งสแกนทั่วประเทศตรวจสอบปริมาณการรับเข้าและจ่ายออกน้ำมันของคลังน้ำมันช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม 2569 พบว่าบางคลังมีพฤติกรรมผิดปกติ จึงเร่งตรวจสอบและรวบรวมหลักฐาน
งานนี้ “โอ๋สุดซอย” ระบุ ฟาดเพิ่มอีก 5 คลัง ได้นำทีมฝ่ายกฎหมาย กรมธุรกิจพลังงาน นำหลักฐานและข้อมูลมอบให้กับคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เพื่อตรวจสอบและดำเนินคดีคลังน้ำมันเพิ่ม 5 แห่ง
หลังจากที่ทีมได้ลงพื้นที่และใช้เวลากว่า 2 เดือน ในการรวบรวมข้อมูลหลักฐาน เอกสาร สอบถามผู้ค้าต้องสงสัยกว่า 33 รายทั่วประเทศ พบว่ามีคลังน้ำมันจำนวน 5 แห่ง มีพฤติกรรมผิดปกติทั้งการรับน้ำมันเข้า แต่ไม่จ่ายออก การเก็บน้ำมันไว้เป็นเวลานาน การประวิงเวลาการจำหน่าย รวมถึงกรณีที่ลูกค้าระบุว่าอาจมีการปฏิเสธการขายในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายทั้ง พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า และ พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ
“ทีมสุดซอยทำครบทุกมิติ ถึงบางกฎหมายไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกระทรวงพลังงาน แต่ก็พร้อมส่งข้อมูล หลักฐาน เอกสารให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายร่วมกัน เพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่างกับกลุ่มบุคคลที่ตั้งใจเอาเปรียบ หาประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชนในช่วงวิกฤตที่ผ่านมา”
ส่วนมาตรการป้องกันในระยะต่อไป กระทรวงพลังงานเตรียมยกระดับระบบบริหารจัดการ Supply น้ำมันทั้งระบบ โดยจะพัฒนาระบบแจ้งเตือนเมื่อคลังมีการรับน้ำมันเข้า แต่ไม่มีการจ่ายออก ปรับปรุงระบบใบกำกับการขนส่งให้สามารถตรวจสอบเส้นทางได้ตลอดเวลา รวมถึงสร้างกลไกทำงานร่วมกับจังหวัดทั่วประเทศ
งานนี้ “โอ๋สุดซอย” ฟาดจริงฟาดหนัก คลังน้ำมันไหนแอบทำผิดกฎหมายได้มีหนาวกันบ้าง.
บรรจง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศิษย์ ปชป.แซวกัน
เก็บตกบรรยากาศเวทีผู้นำฝ่ายค้าน แม้เนื้อหาสาระจะเคร่งเครียดเกี่ยวกับการทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แต่มีหลายช็อตหลายตอนที่ทำวิทยากรและผู้ฟังนั่งหัวเราะกันลั่นห้องประชุม
'ผลงานประจักษ์'
นับเป็นเรื่องที่น่ายินดี เมื่อปรากฏผลงานการปราบปรามขบวนการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่ก้าวหน้าไปอีกขั้น โดยเฉพาะการจับ ประวิทย์ จารุรัชกุล หรืออดีต "นายกเฮง" อดีตผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย จังหวัดศรีสะเกษ ตัวการระดับแม่ข่ายเบอร์หนึ่งของจังหวัดศรีสะเกษ
กำแพงดอกไม้
เผือกร้อนชิ้นโตอย่างปม ฮั้วเลือก สว. ที่กองอยู่เต็มโต๊ะ 7 เสือ กกต. ทำเอา กกต.บางท่านในช่วงระยะเวลานี้ ไม่ว่าจะขยับตัวไปทางไหนเป็นต้องโดนไล่ต้อนจี้ถามมติลับ มติแจ้ง ว่าจะส่งศาลเชือดล้างบางเมื่อไหร่ กี่ราย
'รักษาสุขภาพ'
ช่วงนี้เป็นช่วงที่เปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้ว เหล่า สส.ต่างก็ทำหน้าที่กันขยันขันแข็ง ทั้งงานในพื้นที่ รวมถึงงานในที่ประชุมสภา ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล
ลุยงานยามดึก
วันประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ผ่านมา ไม่เห็นเจ้ากระทรวงบัวแก้ว “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศ เนื่องจากติดราชการไปต่างประเทศยาวๆ ในการเดินทางเยือนไนจีเรียและเอธิโอเปียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 25-28 สิงหาคม 2569 และเข้าร่วมกิจกรรม Lunch Talk ในหัวข้อ “Building Sustainable Partnerships : Connecting Youth, Innovation and Business between Thailand and Nigeria”
แพ้กล้องจริงๆ
ปกติแหล่งข่าวแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรี หรือหัวหน้าส่วนราชการ มักสู้มือ มักสู้กล้อง เจอนักข่าวรุมดักสัมภาษณ์จะชื่นชอบ เพราะได้หน้าสื่อฟรีๆ เพื่อพรีเซนต์ตัวเองด้วย

