บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด การเมืองไฮไลต์จับตากับผลการวินิจฉัยของ กกต. คดีฮั้ว สว. ว่าจะส่งดำเนินการ 229 คนในวันที่ 14 ก.ย. หรือไม่ นอกจากการต่อสู้กันในเรื่องพยานหลักฐานแล้ว ยังมีการปั่นกระแสเพื่อกดดันการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระด้วย ทั้งในแง่การตีความกฎหมายกดดันและปล่อยข่าวลือต่างๆ เพื่อหวังผลทางการเมือง

เช่น อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาจุดชนวนระเบิดลูกใหญ่ด้วยการแฉข้อมูลวงในเกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. ของ กกต. โดยระบุว่ามีแนวทางรอดหมดทุกรายจนถึงขั้นมีการไปฉลองกันล่วงหน้าแล้ว ส่วนการตัดสินเป็นเพียงพิธีการ

คำพูดดังกล่าวทำหน้าที่เสมือนน้ำมันราดลงบนกองเพลิงที่คุกรุ่นอยู่เดิม ทำให้ความน่าเชื่อถือขององค์กรอิสระพังทลายลง แต่ทว่าการเปิดประเด็นแบบลอยๆ จึงกลายเป็นช่องโหว่ให้ฝ่ายตรงข้ามหยิบมาโต้กลับทันที

แรงกระแทกจากฝั่งตรงข้ามพุ่งตรงมาทันทีเมื่อ “สส.เม้ง” วัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย ออกมาสวนกลับด้วยความเดือดดาลว่า ในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรี ควรจะมีวุฒิภาวะมากกว่าการใช้ข่าวลือมาปั่นกระแสเพื่อหวังผลทางการเมืองหรือหวังเกาะกระแสพรรคส้มรอส้มหล่นแบบเนียนๆ โดยไร้หลักฐานยืนยันชัดเจน

การโต้ตอบนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าต้องการลดทอนความน่าเชื่อถือของคู่ต่อสู้ มากกว่าการมุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบข้อเท็จจริงทางกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา บรรยากาศจึงเต็มไปด้วยความขัดแย้งที่วนเวียนอยู่กับการตีกินทางการเมือง ท่ามกลางความคลุมเครือของกระบวนการยุติธรรมที่สังคมไทยตั้งคำถามมาโดยตลอดแต่ไม่เคยได้รับคำตอบที่โปร่งใส

๐ ขยับมาสู่ดรามาบนโลกออนไลน์ที่ชวนหัวปั่นไม่แพ้กัน ระหว่างคนดังอย่าง ปู-จิตกร บุษบา กับ เนเน่ หรือ รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส. พรรคประชาธิปัตย์ ที่เดินทางไปร่วมกิจกรรมกับกลุ่มไอลอว์จนถูกคอมเมนต์แซะแรงว่า “จุดยืนถูก  แต่ยืนผิดที่”

 งานนี้ รัดเกล้า ต้องรีบเข้ามาคอมเมนต์ชี้แจงพร้อมทั้งตอกย้ำจุดยืนเรื่องการต่อต้านกระบวนการที่เป็นอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย จนเกิดพื้นที่คอมเมนต์เดือดระอุจากชาวเน็ตที่มีทั้งฝ่ายหนุนและฝ่ายรุมถล่ม กลายเป็นภาพความเปราะบางของจุดยืนทางการเมืองไทยที่ขยับตัวไปทางไหนก็กลายเป็นเป้านิ่งให้ฝ่ายตรงข้ามหยิบมาขยี้ได้ตลอดเวลา 

ถัดไปยังมีสมรภูมิระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนที่กลับมาเปิดฉากซัดกันนัวเนียอีกครั้ง เมื่อพรรคประชาชนออกโรงจี้ให้เพื่อไทยร่วมมือกันจัดการระบอบสีน้ำเงินแบบไม่มีข้อแม้ แต่ “เสี่ยอ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย จากพรรคเพื่อไทย ก็สวนกลับแบบเจ็บแสบด้วยการขุดเรื่องอดีตและการตัดสินใจทางการเมืองของฝั่งพรรคประชาชน พร้อมย้ำว่าต่างฝ่ายต่างมีหน้าที่และอย่ามาชี้นำหรือปัดความรับผิดชอบของตัวเอง

“พรรคประชาชนไม่มีสิทธิมาเรียกร้องพรรคเพื่อไทย เพราะในช่วงเจรจาจัดตั้งรัฐบาล หากยอมให้  ‘ชัยเกษม นิติสิริ’ ยุบสภาทันทีโดยไม่ต้องรอ 4 เดือน กรณีที่ดินเขากระโดงก็คงถูกจัดการจบใน 1 เดือน และฮั้ว สว. จะหายไป แต่พรรคประชาชนกลับไม่ไยดี ยอมยกตำแหน่งรัฐบาลให้พรรคน้ำเงิน พรรคเพื่อไทยทำแล้วแต่พรรคประชาชนไม่ร่วมทำ จึงขออย่ามาเรียกร้องอะไรอีก”   

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จึงโต้กลับทันควันว่า ความผิดพลาดในอดีตเรื่องการเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นคนละเรื่องกับการปล่อยให้การทุจริตลอยนวล การปะทะคารมเหล่านี้จึงเป็นเพียงเกมการเมืองที่ต่างฝ่ายต่างพยายามสาดโคลนใส่กันเพื่อให้ดูสะอาดกว่าคู่แข่งในสายตาประชาชน

ไม่ใช่การแสวงหาความจริงเพื่อประเทศชาติอย่างแท้จริง หากแต่เป็นละครโรงใหญ่ที่ทุกฝ่ายต่างงัดเอาวาทกรรม กระแสข่าวลือ และความรู้สึกเกลียดชังมาเป็นเครื่องมือชิงมวลชน

เกมการเมืองจึงวนเวียนอยู่กับการดิสเครดิตกันไปมาโดยไม่สนใจว่าความจริงจะถูกบิดเบือนไปถึงไหน ท้ายที่สุดแล้วจึงอยู่ที่วิจารณญาณของประชาชนเองว่าจะเลือกเชื่อลมปากและกระแสปั่นหัวที่ฉาบฉวย หรือจะใช้สติปัญญาไตร่ตรองค้นหาข้อเท็จจริง.  

 

เสือดำ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

เริ่มบันทึกวันนี้ขอหยิบยกเทศนาคำสอนของ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต) ..จากสุขในบ้าน สู่ความเกษมศานติ์ทั่วสังคมมา “กระตุกต่อมสติ” ของพุทธศาสนิกชนที่กำลังรู้สึกผิดหวัง และเหนื่อยระอากับเรื่องราวอื้อฉาวของ “เหลือบผ้าเหลือง” มาเป็นหลักคิด..ความว่า ..โยมจะต้องไม่มองว่าเป็นพระประพฤติชั่ว โยมจะต้องมองว่าคนชั่วเข้ามาทำลายพระศาสนา พระไม่ดี พระเสียหาย พระหลอกลวง พระเหลวไหล ไม่น่านับถือ

บันทึกหน้า 4

ยิ่งยื้อยิ่งเดือด! ถึงจะเข้าทางรัฐบาลที่อุตส่าห์ลากถกร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2570 วาระ 2 และ 3 มาถึงวันพฤหัสฯ เบียดวาระการพิจารณาผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำปี 2567

บันทึกหน้า 4

ต้องถือว่าการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท และกำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระ 2-3 ที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 7-9 ก.ย.

บันทึกหน้า 4

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ที่อาคารรัฐสภา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม เป็นประธานการประชุม ครม.แทนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ไปปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนพระองค์ เข้าร่วมพระราชพิธีพระบรมศพสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5

บันทึกหน้า 4

ภาพสะท้อนการเมืองไทย เต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวที่เข้มข้น ทั้งในมิติของการบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาดต่อชาวต่างชาติ การวางรากโครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลผ่านคณะกรรมการชุดใหม่ ไปจนถึงการปรับทัพการสื่อสารท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรีที่ยังคงเป็นคำถามคาใจสังคม

บันทึกหน้า 4

ไม่มีอะไรน่าลุ้นมากไปกว่าการเปิดแถลงข่าว “ทวงคืนประเทศไทย” นำโดย สนธิ ลิ้มทองกุล บอสใหญ่ค่ายผู้จัดการ ว่ามีรายละเอียดจะชวนคนลงถนน หรือแค่ไปยื่นจดหมายที่สถานทูตอิสราเอล อันเนื่องมาจากปัญหา “ยิวครองเมือง(ไทย)” ในหลายพื้นที่