
ในขณะที่ผู้ใหญ่ส่วนหนึ่ง ทั้งข้าราชการการเมือง ข้าราชการประจำ ผู้ประกอบการ และผู้คนที่รักชาติรักแผ่นดิน กตัญญูต่อแผ่นดิน
ต่างก็มุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ของตนตามบทบาทที่มี ใช้ความรู้ ความสามารถ ทักษะสติปัญญาที่มีในการพัฒนาประเทศ หวังที่จะรักษาประเทศชาติให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน
เฉกเช่นที่บรรพชนของเราได้สละเลือดเนื้อและพลีชีพในการสร้างบ้านแปงเมือง ปกป้องผืนแผ่นดินไทยให้พวกเราได้อยู่ด้วยความผาสุกและร่มเย็นมามากกว่า 700 ปี
แต่กลับต้องเผชิญกับการด้อยค่าของเด็กรุ่นใหม่ที่คิดว่าตัวเองรู้ดี ทันยุคทันสมัย ต้องการที่จะวางแผนสร้างอนาคตของตนเอง อ้างเสรีภาพ และเรียกขานผู้สูงวัยที่มีความรู้ มีปัญญา มีประสบการณ์ว่าไดโนเสาร์ ดูถูกว่าเป็นคนล้าสมัย ไม่ทันกับสถานการณ์ของโลกยุคใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นการสรุปที่ง่ายเกินไป เพราะผู้สูงวัยไม่ใช่คนที่ล้าสมัยไปทุกคน ผู้สูงวัยหลายคนเป็น “คนแก่...แต่ไม่เก่า” ติดตามการเปลี่ยนแปลงของโลกตลอดเวลา และด้วยประสบการณ์ ความรู้ ทักษะและสติปัญญา สามารถปรับตัวตามสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการด้อยค่าผู้สูงวัยของคนรุ่นใหม่จึงไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง
ในสถานการณ์เช่นนี้ เราคงต้องตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับเยาวชนของเรา ทำไมเขามีพฤติกรรมดูถูกผู้สูงวัย ทั้งพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ผู้บริหารประเทศ นักธุรกิจ ข้าราชการ และประชาชนในบทบาทต่างๆ ที่ได้อุทิศตนเป็นพลเมืองดีของประเทศตลอดมา และยังคงตั้งหน้าตั้งตาหาความรู้ให้ทันเหตุการณ์และเรียนรู้ที่จะใช้ความรู้ใหม่ๆ เหล่านั้นผนึกกับประสบการณ์ของตนเองพัฒนาประเทศชาติ เพื่อให้เป็น “บ้านเกิดเมืองนอน” ที่ร่มเย็นและผาสุกแก่ชนรุ่นหลังด้วยความรักและห่วงใย ยึดมั่นในค่านิยมของคำว่า “ยั่งยืน” ซึ่งหมายถึงการเก็บรักษาสิ่งดีๆ เอาไว้ให้ลูกหลานได้ใช้ชีวิตด้วยความผาสุกต่อไปในวันข้างหน้า การที่ผู้สูงวัยใช้หลักปรัชญาของความยั่งยืนในการทำงานและดำรงชีวิตนั้น หมายความว่าพวกเขาไม่ได้เสวยสุขในวันนี้โดยไม่มีความห่วงใยว่าเยาวชนรุ่นหลังที่ตามมาจะมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร
เยาวชนจำนวนหนึ่งไม่ตระหนักในความรัก ความหวังดี และความห่วงใยดังกล่าวนี้ จึงเรียกผู้สูงวัยว่าไดโนเสาร์ และไล่ให้ไปตาย อย่ามายุ่งในการกำหนดอนาคตของพวกเขาที่รู้ดีว่าตัวเองต้องการอะไร จริงอยู่พวกเขาอาจจะรู้ว่าพวกเขาต้องการอะไร แต่ก็ควรจะมีคำถามว่าสิ่งที่เขาต้องการนั้นมันเป็นความต้องการที่เหมาะสมหรือไม่ และวิธีการที่จะไปถึงเป้าหมายนั้นเป็นวิธีการที่ถูกต้องหรือไม่ ความต้องการของคนเราไม่ได้ถูกต้องไปทุกเรื่อง แม้แต่ในยามที่เรามีความต้องการที่ถูกต้อง วิธีการที่เราจะบรรลุเป้าหมายได้สิ่งที่เราต้องการนั้นก็มีทั้งถูกทั้งผิด ตามหลักการของ “จารีต ขนบธรรมเนียม ประเพณี ศีลธรรม จริยธรรม คุณธรรม บรรทัดฐาน แบบแผน ความชอบธรรม และนิติธรรม” ซึ่งเป็นเครื่องมือในการจัดระเบียบสังคมที่จะทำให้เราอยู่ร่วมกันได้ แต่ปรากฏการณ์ที่เรากำลังเผชิญอยู่เวลานี้ก็คือ มีเยาวชนจำนวนหนึ่งมีพฤติกรรม “ชังชาติ ลืมรากเหง้าความเป็นไทย ละทิ้งขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามของความเป็นไทย ไม่คำนึงถึงศีลธรรม จริยธรรม บรรทัดฐานและแบบแผน” โดยอ้างเรื่องเสรีภาพและความเป็นประชาธิปไตยที่ไร้ขอบเขต ทำให้เราต้องตั้งคำถามว่า ทำไมเยาวชนของเราจำนวนหนึ่งจึงเป็นเช่นนี้ พวกเราที่สูงวัยสมควรที่จะต้องทบทวนบทบาทของพวกเราในการอบรมเลี้ยงดู และขัดเกลาพวกเขาให้เติบใหญ่มาใช้ชีวิตในสังคมได้ดีเพียงใด
กระบวนการขัดเกลาเยาวชนให้พร้อมที่จะก้าวสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ (Socialization) เป็นหน้าที่ของครอบครัว การศึกษา ศาสนา การศึกษาและสื่อมวลชน หากพิจารณาจากพฤติกรรมของเยาวชน Gen Y และ Gen Z ในขณะนี้ คงถึงเวลาที่ทุกสถาบันที่เป็น Socializing Agents ตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำหน้าที่นี้ได้ดีเพียงใด พ่อแม่ต้องถามตัวเองว่าเลี้ยงลูกมาอย่างไร อบรมลูกอย่างไร ปลูกฝังค่านิยมอะไรให้แก่ลูก สอนให้ลูกรู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดีเพียงพอหรือไม่ หากจะพูดว่าพ่อแม่บางคนไม่มีความพร้อมที่จะเป็นพ่อแม่คน เพราะมีเพียงความพร้อมด้านเศรษฐกิจในการจะเลี้ยงดูลูก แต่ไม่มีความพร้อมในการจะอบรมให้ลูกเติบโตขึ้นมาเป็นพลเมืองดีที่รักชาติ รักแผ่นดิน เป็นคนดีมีความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์และแผ่นดิน อีกทั้งยังต้องรู้จักที่จะให้ความสำคัญกับการธำรงรักษาความมั่นคงของสถาบันหลักแห่งประเทศ ได้แก่ “ชาติ ศาสน์ กษัตริย์”
ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนทั้งหลายให้ความรู้อะไรแก่เด็ก นอกจากให้ความรู้และฝึกทักษะในการประกอบอาชีพแล้ว สอนความเป็นมนุษย์ที่มีคุณภาพให้ลูกศิษย์หรือไม่ การเป็นครูต้องเป็นแสงสว่างนำทางให้ลูกศิษย์เดินบนเส้นทางที่ถูกต้อง เพื่อให้พวกเขามีชีวิตที่ดี ปลูกฝังค่านิยมที่ดีงามให้แก่ลูกศิษย์เพื่อให้พวกเขามีทัศนคติและพฤติกรรมทางสังคมที่เหมาะสมและดีงาม ประพฤติตนเป็นคนที่มีคุณค่าสำหรับแผ่นดิน
พระสงฆ์ และนักศาสนาในศาสนาอื่นๆ ทำหน้าที่ในการเผยแพร่หลักธรรมคำสอนขององค์พระศาสดาของศาสนานั้นๆ ได้ดีเพียงใด จูงใจให้เยาวชนปฏิบัติตามหลักธรรมของศาสนาได้หรือไม่ จริยวัตรในการปฏิบัติตนของผู้ทำหน้าที่ในการเผยแผ่หลักธรรมของแต่ละศาสนานั้นถูกต้องตามพระธรรมวินัยและบทบัญญัติของศาสนาหรือไม่ สามารถปลูกฝังสำนึกด้านศีลธรรมและจริยธรรมให้แก่ศาสนิกชนได้ดีเพียงใด ทำให้สังคมอยู่ร่วมกันด้วยหลักธรรมที่ก่อให้เกิดการคิดดี พูดดี ทำดี เพื่อสังคมที่มีระเบียบที่ดีหรือไม่
นักการเมืองให้ความสำคัญในการปลูกฝังค่านิยมที่ดีงามให้แก่เยาวชนหรือไม่ มีการรณรงค์การปลูกฝังทัศนคติและพฤติกรรมที่ดีงามหรือไม่ มีงบประมาณที่จะนำมาใช้ในการรณรงค์ปลูกฝังค่านิยมเพียงพอที่จะสู้กับกลุ่มคนที่ใช้อบายมุขมาชักจูงเยาวชนให้หมกมุ่นกับอบายต่างๆ ทั้งหลายหรือไม่ นักการเมืองเป็นตัวอย่างที่ดีของการมีธรรมาภิบาลหรือไม่ เวลานี้สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือมีนักการเมืองบางคนเอาผลประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง แสวงหาลาภยศโดยไม่เกี่ยงวิธี จนทำให้เยาวชนของเราก็กลายเป็นคนที่ปรารถนาความสำเร็จด้านลาภยศ ชื่อเสียง ทรัพย์ศฤงคารโดยไม่เกี่ยงวิธีกันมากขึ้น
สื่อมวลชนนำเสนอข่าวสารที่ชี้นำพฤติกรรมที่เหมาะสมหรือไม่ ตระหนักในความเป็นครูของแผ่นดินในการทำหน้าที่หรือไม่ มีความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพหรือไม่ สื่อมวลชนต้องตระหนักว่าพวกเขานั้นเป็นทั้งองค์กรทางเศรษฐกิจและองค์กรทางสังคม ในแง่เศรษฐกิจ เขาต้องทำธุรกิจสื่อให้มีกำไร แต่ต้องไม่ลืมในแง่สังคมนั้น พวกเขามีหน้าที่เป็นครูของสังคมที่จะชี้นำให้ประชาชนทำสิ่งที่ถูกต้องดีงามให้แก่สังคม ลองทบทวนกันดูนะคะ ถ้าหากอยู่กันไปวันๆ ไม่ประเมินการทำหน้าที่ตามบทบาทของตนเอง อนาคตของประเทศน่าเป็นห่วงนะคะ เมื่อเยาวชนเหล่านี้เติบโตมาบริหารประเทศไทยอันเป็นที่รักของเรา.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อุบัติภัยใหญ่รอบสองปี 69 กำลังจะมา
หลังจากเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 เหตุเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนตกใส่รถด่วนพิเศษที่ 21
ปลุกพลังเยาวชน..เปลี่ยนอนาคตท้องถิ่น 7,800อปท.ออกต้นแบบสร้างสุขภาวะ
ท่ามกลางโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เด็กและเยาวชนไทยกำลังเผชิญความท้าทายมากมาย ทั้งภัยจากบุหรี่ไฟฟ้า การพนันออนไลน์ ปัญหาสุขภาพจิต และแรงกดดันทางสังคม
หน่วยสวาทระงับศึกเดือด 'บ้านกรุณา' ทะเลาะวิวาทบาดเจ็บ 7 ราย
ตำรวจหน่วยสวาทเข้าระงับเหตุจราจล บ้านกรุณา เยาวชน 2 กลุ่มเปิดศึก ใช้ช้อน-เหล็กแหลมบาดเจ็บ 7 ราย
เลวยันเงา
เวลานี้เรามีบุคคลสาธารณะจำนวนมากที่เป็นคนเลวแบบที่เขาพูดกันว่า “เลวยันเงา” หมายความว่า “เลวมาก” ไม่เพียงแต่ตัวเองเลว แม้แต่ “เงา” ก็เลว สำหรับคนประเภทนี้ บางคนด่าว่า
สงคราม...กับ 'กฎเหล็ก' ของพระผู้เป็นเจ้า!!!
อย่างที่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านได้หยิบเอาเรื่อง มิคสัญญียุค มาเล่า มาพยากรณ์ หรือมาอรรถาธิบายแบบคล้ายๆ นิทานชาดก ฯลฯ ก็แล้วแต่จะว่ากันไป จนถูกจดบันทึกไว้เป็นหลักฐานในคัมภีร์
นายพลเออร์ลีรีไทร์
หากยึดตามหนังสือแจ้งเวียนที่ พล.ต.ต.จักรกฤษ เครือสุนทรวานิช รอง ผบช.สกพ. ปฏิบัติราชการแทน ผบช.สกพ. ลงนามเรื่องสำรวจจำนวนผู้สนใจเข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล รุ่นที่ 28

