ประชาธิปไตยในยุคแห่งความขัดแย้ง2026

ปัญหาใหญ่คือนับวันคนไม่ศรัทธาประชาธิปไตย ไม่เชื่อถือระบอบการปกครองนี้ ยิ่งไม่เชื่อถือพรรคการเมือง นักการเมือง สถาบันต่างๆ

กันยายน 2026 สถาบันระหว่างประเทศเพื่อความช่วยเหลือด้านประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง (International IDEA) ในสวีเดน เผยแพร่รายงานสถานการณ์ประชาธิปไตยของโลก ปี 2026: ประชาธิปไตยในยุคแห่งความขัดแย้ง

ภาพ: ประชาธิปไตยในยุคแห่งความขัดแย้ง2026 สร้างรูปแล้ว

เครดิตภาพ: ปัญญาประดิษฐ์

โลกกำลังเปลี่ยนอย่างรวดเร็วทั้งด้านสังคมเศรษฐกิจ เทคโนโลยี การเมือง ความเหลื่อมล้ำสูงขึ้น ระเบียบโลกปั่นป่วน เทคโนโลยีที่สะเทือนวิถีชีวิต เป็นบททดสอบประชาธิปไตยของแต่ละประเทศว่าเข้มแข็งปรับเปลี่ยนได้ดีเพียงใด มีผลต่อความเชื่อมั่นจากประชาชน การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เป็นหลักฐานชี้ว่าระบอบการปกครองนี้ยังดีต่อประชาชนมากเพียงไร

ปีนี้ให้ความสำคัญเรื่องการเป็นผู้แทน สิทธิ นิติธรรม และการมีส่วนร่วม ข้อมูลล่าสุดย้ำเตือนเรื่องการถดถอย ความเป็นประชาธิปไตยใน 98 ประเทศถดถอยลงด้านใดด้านหนึ่ง หรือเท่ากับ 57% ของประเทศที่สำรวจ 55 ประเทศ (32%) ดีขึ้น ข้อที่เป็นปัญหามากคือ ความน่าเชื่อถือของการเลือกตั้ง ผู้แทนทำหน้าที่ดีแค่ไหน เสรีภาพการแสดงออก เสรีภาพสื่อ และความยุติธรรมของศาล

ด้านนิติธรรม 71 ประเทศ (41%) ได้คะแนนต่ำมากและเสื่อมอย่างรวดเร็ว ระบบศาลอ่อนแอ ภาคประชาสังคมขับเคลื่อนลำบาก (ส่วนหนึ่งโดนสกัดด้วยกฎหมาย)

บางประเทศเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น เช่น โปแลนด์ ซีเรีย บังกลาเทศ เนปาล ศรีลังกา มีข้อสังเกตว่าประเทศเหล่านี้อยู่ในช่วงเริ่มต้นหรือเริ่มต้นใหม่ จึงต้องติดตามต่อไป

ประธานาธิบดีทรัมป์สมัยที่ 2 ขยายอำนาจฝ่ายบริหารอย่างรวดเร็ว โดนกล่าวหาว่าทำเพื่อตัวเอง ไล่ล่าฝ่ายตรงข้าม เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ทำงานโดยเชื่อฟังทรัมป์มากกว่ากฎหมาย ระบบการตรวจสอบถ่วงดุลอ่อนแอลง นโยบายต่างประเทศมีผลต่อความสัมพันธ์กับประเทศอื่นแม้กระทั่งพันธมิตร

2025 เป็นปีที่โลกมีเหตุรุนแรงสูงมาก มักเกี่ยวข้องกับประเทศที่ไม่ใช่ประชาธิปไตย หรือไม่เป็นประชาธิปไตยแท้ The Global State of Democracy 2026 ย้ำว่าประเทศประชาธิปไตยแท้จะไม่ทำสงครามกับประเทศประชาธิปไตยด้วยกัน ความตึงเครียดสูงขึ้นเมื่อระดับประชาธิปไตยลดลง ข้อต่อมาคือ ประเทศประชาธิปไตยเข้มแข็งกับประเทศอำนาจนิยมเข้มแข็งขัดแย้งหนักขึ้น ส่อว่าจะนำสู่ความรุนแรง

ข้อสรุปสุดท้ายคือ โลกจะปั่นป่วนมากขึ้นถ้าระดับประชาธิปไตยลดลง เห็นผลผ่านการค้า การอพยพลี้ภัย ปัญหาสุขภาพ ฯลฯ

ข้อเสนอทางออก:

รายงาน The Global State of Democracy 2026 แนะว่า รัฐบาลต้องส่งเสริมประชาธิปไตยในต่างแดน ให้เรื่องนี้เป็นยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ เพราะประเทศที่ประชาธิปไตยอ่อนแอ รัฐบาลมักใช้อำนาจตามใจชอบ ขาดการตรวจสอบถ่วงดุล การลงทุนเพื่อประชาธิปไตยจึงคุ้มค่า ดีกว่าเกิดความขัดแย้ง สงครามที่สร้างความเสียหายอย่างประเมินค่าไม่ได้

ในการนี้รัฐบาล ผู้บริจาคและองค์กรภาคประชาสังคมจะต้องทำงานร่วมกัน มีความรับผิดชอบต่อสังคมทั้งในประเทศและต่างประเทศ

จิตสำนึกต่อสังคมเป็นกุญแจสำคัญช่วยลดความขัดแย้ง (เช่น ไม่นำความเห็นต่างเป็นเงื่อนไขสร้างความขัดแย้ง) ส่งเสริมด้านเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ความสมัครสมานสามัคคี ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็ง ภาคประชาคมที่เป็นอิสระ ส่งเสริมการตรวจสอบทุกระดับ การตัดสินใจใดๆ ต้องตรวจสอบได้ สังคมที่ปรับตัวรับฟังความไม่พอใจของอีกฝ่าย

ภาคประชาสังคมท้องถิ่นกับองค์กรประชาสังคมระดับโลกต้องมีส่วนในทิศทางโลก

นอกจากนี้ รัฐบาลประเทศต่างๆ บรรดาผู้บริจาคและธุรกิจควรให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อประเทศที่ประชาธิปไตยถดถอย และส่อว่าจะสร้างความขัดแย้งทั้งภายในประเทศกับระหว่างประเทศ ต้องจัดเตรียมทรัพยากรล่วงหน้า พร้อมที่จะสนับสนุน เข้าช่วยทันท่วงที

วิเคราะห์: ยกตัวอย่างความไม่สงบในเมียนมา การต่อสู้ระหว่างรัฐบาลทหารกับฝ่ายประชาธิปไตยในขณะนี้เริ่มตั้งแต่ 2021 ปัจจุบันยังปะทะประปราย ไม่มีฝ่ายใดชนะขาด ทำให้ประเทศไม่พัฒนา ประชาชนเดือดร้อน ไม่รู้ว่าเรื่องจะจบเมื่อไหร่ เป็นตัวอย่างโจทย์ที่แก้ไม่ได้ง่ายๆ

วิพากษ์:

1.ผู้แทนกับพรรคการเมืองไม่เป็นที่นิยม

สังเกตว่าผลการเลือกตั้งในหลายประเทศ สส. พรรคการเมืองสลับกันขึ้นมาได้รับเลือกตั้ง แต่เมื่ออยู่ครบเทอมหรือไม่นานก็แพ้การเลือกตั้ง อีกขั้วขึ้นมาเป็นรัฐบาลแทน และวนเวียนเช่นนี้

ในด้านหนึ่งตีความว่าคือความสวยงามของประชาธิปไตย ที่ประชาชนตรวจสอบและเลือกนักการเมืองเข้าบริหารประเทศ ส่งผ่านอำนาจอย่างสงบตามกฎหมาย แต่อีกด้านชี้ว่าประชาชนไม่พอใจนักการเมืองกับพรรคการเมืองที่เคยเลือก นานวันเข้ากลายเป็นว่าไม่มีพรรคไหนหรือฝ่ายไหนที่ประชาชนพอใจจริงๆ ข้อนี้ชี้ว่าระบอบมีปัญหา

ในสภาพที่ประชาชนไม่พอใจพรรคใหญ่ทั้ง 2 ขั้ว เปิดโอกาสให้พรรคเล็กสามารถสร้างกระแสต่อต้านขั้วอำนาจเก่า พรรคสุดโต่งจึงชนะเลือกตั้งด้วยกระแสไม่เอานักการเมืองหน้าเดิม แต่เมื่อพรรคสุดโต่งบริหารประเทศไม่นาน ก็พบว่าไม่ดีกว่าพรรคขั้วอำนาจเก่า

เกิดคำถามว่าระบบประชาธิปไตยที่ประชาชนเลือก สส. พรรคการเมือง เป็นคำตอบหรือไม่ ช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นจริงหรือไม่ ไม่แปลกที่หลายคนเบื่อหน่ายนักการเมือง อยากได้ระบอบประชาธิปไตยที่ดีกว่านี้ ที่ทำงานได้จริง ไม่ใช่แค่อุดมคติเลิศหรู

2.เสรีภาพถูกลดทอน

ประชาธิปไตยส่งเสริมเสรีภาพ เป็นอีกตัวอย่างทฤษฎีที่สวยหรู เพราะผู้ปกครองพยายามควบคุมกำกับเสรีภาพด้วยหลายเหตุผลตามบริบท เช่น ในสมัยสงครามเย็นต้องควบคุมเสรีภาพเพื่อความมั่นคง ต่อต้านอุดมการณ์ฝ่ายตรงข้าม

การใช้เทคโนโลยีเพื่อตรวจสอบควบคุมไม่ใช่เรื่องใหม่ ส่วนที่ใหม่คือตัวเครื่องมือเท่านั้น เช่น การดักฟังทางสายโทรศัพท์ การส่งสายลับเข้ากลุ่มองค์กรต่างๆ ตรวจสอบการเคลื่อนไหวผ่านโทรศัพท์มือถือ การตรวจสอบด้วยกล้องวงจรปิดที่มีทั่วเมือง การติดตามธุรกรรมบัญชีธนาคาร และที่กำลังพูดถึงมากในช่วงนี้คือการใช้ AI ทำให้การตรวจสอบควบคุมมีประสิทธิภาพขึ้นมาก รัฐบาลชี้ได้ว่าแต่ละคนกำลังคิดอะไร

เรื่องนี้ไม่เกิดในประเทศอำนาจนิยมเท่านั้น ฝ่ายประชาธิปไตยใช้แนวทางนี้เช่นกัน ด้วยเหตุผลคล้ายกันคือเพื่อความมั่นคงปลอดภัย

3.การปกครองที่ใช้การได้จริง

ในที่สุดประชาชนจะเรียนรู้ว่าระบอบการปกครองที่ใช้ดีหรือไม่เพียงใด ช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นหรือไม่ ส่งเสริมความเท่าเทียมหรือขยายความเหลื่อมล้ำ ทรัพยากรประเทศมีเพื่อทุกคนหรือเอื้อบางคนบางกลุ่ม

ในยุคที่เทคโนโลยีสื่อสารก้าวหน้า สามารถติดตามตรวจสอบชีวิตความเป็นอยู่ของคนอีกประเทศ ผู้คนวิพากษ์วิจารณ์จนมีคำตอบว่าระบอบการปกครองที่ใช้อยู่เป็นอย่างไร ฝ่ายประชาธิปไตยจะพิสูจน์ว่าต้องเป็นประชาธิปไตยแบบไหน มีตัวอย่างให้เห็นชัดเจน

ประเทศใดที่ไม่ปรับตัว ไม่ปฏิรูป ย่อมจะเสื่อมและอ่อนแอลง ท้ายที่สุดกลายเป็นรัฐล้มเหลว บางประเทศอาจสิ้นชาติ ประชาชนคนรากหญ้าจะรับผลกระทบก่อนและรับผลเสียมากที่สุด มีตัวอย่างให้เห็นมากมาย

รายงานของ International IDEA สอดคล้องกับองค์กรอื่นที่ชี้ว่า ความเป็นประชาธิปไตยโลกลดน้อยลงตามลำดับ แม้กระทั่งประเทศที่เคยรุ่งเรืองเพราะประชาธิปไตย ประชาชนบางส่วนถึงขั้นเห็นว่าสภาพความเป็นอยู่ของตนสำคัญกว่ารูปแบบการปกครอง ระบอบที่ดีต้องลดความเหลื่อมล้ำ ตรวจสอบและลงโทษได้ทุกระดับ

ตำราต่างๆ ควรเลิกพูดต้นแบบประเทศประชาธิปไตยดั้งเดิม ควรเน้นประชาธิปไตยที่เป็นจริงในขณะนี้ อภิปรายการปกครองที่นำความสุขความเจริญอย่างยั่งยืน

ทุกคนยอมรับว่าประเทศต้องมีระบอบการปกครอง มีระเบียบแบบแผน คำถามสำคัญคือควรเป็นระบอบใดที่ดีต่อสังคมและไม่เป็นภัยต่อโลก ระบอบประชาธิปไตยกำลังถูกทดสอบต่อเนื่อง และกำลังสู่อำนาจนิยมมากขึ้น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิสัยทัศน์ ‘a stronger Europe in a stronger NATO’

นาโตตีความว่าบริบทความมั่นคงทางทหารปัจจุบันกับอนาคตจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น จึงต้องเตรียมประเทศให้พร้อมรบ

คอร์รัปชันพาเวเนฯล่มสลายกลายเป็นอาณานิคม

ในด้านหนึ่งรัฐบาลสหรัฐพยายามเล่นงานเวเนซุเอลาเรื่อยมา ตั้งใจนำมาอยู่ภายใต้อำนาจอีกครั้ง แต่ในอีกด้านการปกครองเหลวแหลกนำชาติอ่อนแอ