2026 กลับมาอีกครั้งของเสื้อกั๊กเหลือง (1)

เปลี่ยนหลายรัฐบาลแก้หลายแนวทางแต่ปัญหายังอยู่และเรื้อรังรุนแรงขึ้น บางคนถึงกับสิ้นหวัง มองอนาคตว่ามืดมน แต่ออกมาชุมนุมดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

การชุมนุมที่เริ่มต้นจากนักเรียน นักศึกษาเมื่อกันยายนที่ผ่านมา เพราะไม่พอใจคุณภาพการศึกษา ขยายผลนำคนกลุ่มอื่นๆ เข้าร่วม ในที่สุด “เสื้อกั๊กเหลือง” (Yellow Vest) ปรากฏตัวอีกครั้ง การชุมนุมเกิดขึ้นหลายจุดทั่วประเทศ บางข้อมูลระบุว่าบางวัน 5-8 แสนคน

ภาพ : ภาษีความมั่งคั่ง (Impôt de solidarité sur la fortune)

เครดิตภาพ: ปัญญาประดิษฐ์

ถ้ายังจำได้พฤศจิกายน 2018 ผู้คนเริ่มประท้วงรัฐบาลหลังประกาศขึ้นภาษีน้ำมัน มีผลโพลระบุว่าคนปารีสร้อยละ 73 สนับสนุนผู้ชุมนุมและกลายเป็นพวกเสื้อกั๊กเหลือง

กลุ่มนี้เป็นหัวขบวนการชุมนุมประท้วงรัฐบาลตั้งแต่บัดนั้นและปรากฏตัวอีกครั้งในปี 2026 นี้ การชุมนุมอาจยืดยาวหลายเดือนเพราะเคยทำมาแล้ว

สาเหตุการชุมนุม 2026:

หลายคนหลายเหตุผล สรุปประเด็นหลัก

1.นักการเมืองไม่ทำหน้าที่ตามกฎหมาย นักการเมือง รัฐบาลให้คำมั่นว่าประเทศจะดีขึ้น ชีวิตจะดีขึ้น แต่ผลลัพธ์หลายเรื่องไม่เป็นเช่นนั้น และเป็นเช่นนี้ซ้ำๆ

2.ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ เรื่องที่น่าคิดคือ แม้เศรษฐกิจมหภาคย่ำแย่แต่มหาเศรษฐีกลับรวยขึ้น ยิ่งนานวันยิ่งเหลื่อมล้ำ

3.ไร้อนาคตยั่งยืน เมื่อข้อมูลต่างๆ ชี้ว่าในอนาคตประเทศจะประสบปัญหาหนักและร้ายแรงกว่านี้ คนรุ่นใหม่ต้องแบกรับปัญหาที่ตนไม่ได้ก่อ เด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ที่จะต้องแบกรับภาระในอนาคต

เป็นที่รับรู้กันทั่วไปเงินบำนาญมีเพื่อเป็นสวัสดิการแก่ผู้สูงวัยที่เกษียณ แต่เนื่องจากคนอายุยืน เด็กเกิดใหม่ลดลง คนรุ่นใหม่แบกรับภาระสวัสดิการสังคม เมื่อบวกกับการเมืองที่ประชาชนขาดศรัทธา หนี้สาธารณะมีแต่สูงขึ้น รัฐแก้ปัญหาด้วยการขึ้นภาษีจนยากจะขึ้นอีกแล้ว เงินเฟ้อกับค่าครองชีพพุ่ง เด็กจบใหม่หางานยาก คนรุ่นใหม่มองว่าอนาคตมืดมน พวกเขาต้องใช้ชีวิตกับสภาพที่ย่ำแย่ไร้อนาคต และแม้พวกเขาพยายามปรับตัวแต่ไม่คิดว่าจะชนะความท้าทายเหล่านั้น

ความจริงแล้ว การชุมนุมของนักเรียนคนหนุ่มสาวในฝรั่งเศสไม่ใช่เรื่องใหม่เลย พวกเขาทำเช่นนี้หลายปีแล้ว เปลี่ยนหลายรัฐบาลแก้หลายแนวทางแต่ปัญหายังอยู่และเรื้อรังรุนแรงขึ้น บางคนถึงกับสิ้นหวัง มองอนาคตว่ามืดมน แต่ออกมาชุมนุมดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

แยกเรื่องปลีกย่อยจากประเด็นสำคัญ:

ในการชุมนุมมีเรื่องปลีกย่อยที่ควรแยกจากเรื่องสำคัญ

1.แยกผู้ชุมนุมโดยสงบกับผู้ทำผิดกฎหมาย

ข้อมูลระบุว่าคนส่วนใหญ่ชุมชุมโดยสงบ คนส่วนน้อยเท่านั้นที่ทำผิดกฎหมาย เผาทำลายสินทรัพย์ ปล้นสะดมร้านค้านับพัน เรื่องนี้สำคัญทำให้ภาพลักษณ์การชุมนุมเสียหาย บางคนอาจสนใจเหตุรุนแรงมากกว่าเรื่องนโยบาย การปฏิรูปการเมือง รัฐบาลตอบสนองด้วยการส่งเจ้าหน้าที่จำนวนมากเข้าดูแล เข้มงวดลงโทษผู้กระทำผิดกฎหมาย

2.แยกเรื่องปลีกย่อยจากเรื่องใหญ่

บางคนชี้ว่าที่เหตุประท้วงรุนแรงเพราะฝ่ายซ้าย พวกคนต่างด้าว ประธานาธิบดีมาครงชี้ว่าผู้นำหลายประเทศรวมทั้งทรัมป์พยายามบิดเบือนหาประโยชน์จากการชุมชนในฝรั่งเศส บางประเทศใช้ AI ปั่นกระแสบิดเบือนความจริง บิดเบือนเรื่องมุสลิมกับคนต่างด้าวในฝรั่งเศสว่าเป็นผู้ก่อความรุนแรง

ประเด็นสำคัญคือ ตั้งแต่แรกมีผู้กล่าวหามาครงเป็น "ประธานาธิบดีของคนรวย" สะท้อนความคับแค้นใจของสังคมต่อความเหลื่อมล้ำทางโครงสร้างที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว บีบคั้นแรงงานมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่นโยบายการบริหารแบบเทคโนแครตปกป้องกลุ่มทุนใหญ่และเหล่าอภิสิทธิ์ชนอย่างเป็นระบบ

ตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีมาครงยืนกรานปฏิเสธที่จะนำภาษีความมั่งคั่ง (Impôt de solidarité sur la fortune หรือ ISF) กลับมาใช้ใหม่ เลือกที่จะออกมาตรการเยียวยาแบบชั่วคราวแทน ในสายตาของกลุ่มผู้วิพากษ์วิจารณ์เขาเป็นเพียง "นักขายภาพลวงตา" ผู้นำที่เมินเฉยต่อประชาชนส่วนใหญ่ ขณะเดียวกันก็ลดทอนบทบาทของสถาบันทางประชาธิปไตยให้เป็นเพียง "ตรายาง" คอยรับรองผลประโยชน์แก่ตลาดการเงิน

การปฏิวัติฝรั่งเศสปี ค.ศ.1789 ได้สถาปนารัฐเสรีนิยมบนเสาหลักสองประการคือ อิสรภาพและความเท่าเทียม ระบอบเก่าแบบศักดินาที่อำนาจถูกผูกขาดโดยกษัตริย์ ขุนนาง และนักบวช คนกลุ่มนี้ได้รับการยกเว้นภาษีอย่างสมบูรณ์ ในขณะที่กดขี่ชาวนาด้วยภาระภาษีอันหนักอึ้ง

ปัจจุบัน "ชนชั้นนำยุคใหม่" ไม่ได้อาศัยสายเลือดขุนนางอีกต่อไป หากแต่ดำรงอยู่ในรูปแบบของเครือข่ายบรรษัทการเงินข้ามชาติ ผู้ผูกขาดด้านเทคโนโลยี และเทคโนแครตในสหภาพยุโรป นักวิจารณ์จำนวนมากชี้ว่ากลุ่มคนเหล่านี้มีอิทธิพลต่อการกำหนดกฎระเบียบที่เอื้อประโยชน์ต่อบรรษัทเป็นหลัก และสร้างภาระให้กับธุรกิจขนาดเล็ก เกษตรกรท้องถิ่น และผู้ใช้แรงงาน

จากสถิติต่างๆ ชี้ว่านโยบายของรัฐเอื้อสร้างความมั่งคั่งให้คนกลุ่มน้อย ขณะที่คนส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ จึงเกิดกระแสเรียกร้อง "การปฏิวัติของพลเมือง" และการใช้สิทธิลงประชามติที่ริเริ่มโดยประชาชน (RIC) เพราะสังคมไม่ศรัทธาระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทน ที่ส่วนหนึ่งมองว่าถูกครอบงำโดยอิทธิพลของทุนเอกชน

บัดนี้ เอมมานูแอล มาครง บริหารประเทศมาแล้วกว่า 9 ปี (วาระละ 5 ปี) เข้าจัดการประเด็นต่างๆ มายาวนาน รวมทั้งเรื่องของนักเรียน นักศึกษา กับเสื้อกั๊กเหลือง แม้ไม่อาจโยนความผิดให้ท่านเพียงคนเดียว แต่ท่านไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบเช่นกัน บางคนเห็นว่ากว่า 9 ปีไม่ช่วยให้ดีขึ้น ปัญหาเดิมยังคงอยู่ สถานการณ์โดยรวมแย่ลง ทั้งๆ ที่มาครงได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมืองกระแสหลักหลายพรรค

บัดนี้ได้ข้อสรุปแล้วว่าคำมั่นสัญญาที่มาครงให้ไว้เมื่อปี 2017 เรื่องการเปลี่ยนแปลงกับการปฏิรูปไม่เป็นผล ไม่ต่างจากผู้นำประเทศอื่นๆ อีกหลายคน และการเมืองฝรั่งเศสกำลังเข้าสู่เลือกตั้งประธานาธิบดีอีกครั้งในปีหน้า วนเวียนอยู่เช่นนี้ นี่คือความล้มเหลวแท้จริงของประชาธิปไตยแบบตัวแทน

การชุมนุมประท้วงใหญ่ในขณะนี้เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งที่สะท้อนผลงาน 9 ปีของท่าน

การชุมนุมปี 2026 ของเสื้อกั๊กเหลืองตอกย้ำจุดยืนเดิมว่าฝรั่งเศสอาจต้องปฏิวัติอีกครั้ง ด้วยพลังของคนฝรั่งเศส ดูเหมือนว่าพวกเสื้อกั๊กเหลืองมาชุมนุมอีกครั้งเพื่อส่งท่านลงจากตำแหน่ง

3.ระบอบปัจจุบันแก้ปัญหาไม่ได้

จุดสำคัญที่ควรรู้คือ ปัญหาของนักเรียน นักศึกษา กับพวกเสื้อกั๊กเหลืองมักเป็นเรื่องเก่านานปี ที่เคยชุมนุมประท้วงมาแล้วหลายครั้ง รัฐบาลพยายามแก้ไขแต่หลายเรื่องไม่สำเร็จ ไม่ตรงตามความต้องการของผู้ชุมนุม

นักเรียน นักศึกษาเรียกร้องการศึกษาที่คุณภาพ มีครูมากขึ้น สภาพสถานศึกษาดีขึ้น พวกเสื้อกั๊กเหลืองประท้วงเรื่องค่าครองชีพ น้ำมันแพง รายได้ไม่พอรายจ่าย กลุ่มเกษตรกรประท้วงเรื่องผลผลิตของตน

รัฐบาลแต่ละชุดนำเสนอนโยบาย แนวทางที่คลายปัญหาเฉพาะหน้าแต่ไม่แก้รากปัญหา และวนเวียนอยู่เช่นนี้จนปัญหาสะสมใหญ่ขึ้นทุกที เป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่รอวันระเบิด

ประเด็นหนึ่งที่พูดถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่าคือ สส. สว. และประธานาธิบดีมาครง ไม่ได้ตั้งใจทำงานเพื่อพลเมืองส่วนใหญ่ แม้ได้ขึ้นชื่อว่าคือผู้แทนราษฎร เป็นผู้ปกป้องคนทั้งประเทศ นี่คือเหตุผลสำคัญของการชุมนุมประท้วง เป็นที่มาของวลี “ประธานาธิบดีของคนรวย”

โดยรวมแล้ว ระบอบประชาธิปไตยฝรั่งเศสมีข้อดีที่พรรคการเมืองยึดอุดมการณ์ มีพรรคสังคมนิยม พวกสายกลางและขวาจัดให้พลเมืองเลือก แม้มีการชุมนุมแต่โดยรวมเป็นไปตามกฎหมาย เป็นความสวยงามของประชาธิปไตย การเปลี่ยนผ่านรัฐบาลเป็นไปโดยสันติ แต่ประเด็นสำคัญกว่านั้นคือ ระบอบประชาธิปไตยฝรั่งเศสแก้ไขปัญหาชาติไม่ได้ รายได้รัฐไม่พอรายจ่าย ไม่ใช่ไม่รู้ปัญหาเพราะเป็นเรื่องเก่า บางเรื่องเป็นทศวรรษ หากยังแก้ไม่ได้จะส่งผลร้ายแรงต่อสังคมประเทศชาติ เมื่อถึงคราวนั้นคนฝรั่งเศสจำต้องตัดสินใจครั้งใหญ่อีกรอบ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

การแบ่งแยกจากนโยบายสร้างเอกภาพมุสลิมโลกของอิหร่าน

ผู้นำจิตวิญญาณอิหร่านย้ำมุสลิมทั่วโลกต้องเป็นเอกภาพ แต่ผลลัพธ์ของคำพูดนี้ตอกย้ำการแบ่งแยก เพราะมีปัจจัยอื่นนอกเหนือจากหลักศาสนาที่ชีอะห์ยึดถือ