เริ่มต้นคิกออฟแล้วสำหรับ การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (IMF-World Bank Annual Meetings) ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ซึ่งจัดประชุมตลอดสัปดาห์นี้ ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ข้อมูลยอดลงทะเบียนผู้เข้าร่วมประชุม WB/IMF ถึง ณ วันที่ 8 ตุลาคม มีผู้ลงทะเบียนทั้งสิ้น 17,380 คน จากเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ 15,000 คน คิดเป็น 115.9% ของเป้าหมาย โดยมีผู้เข้าร่วมจากทั้งหมด 186 ประเทศ และมีผู้แทน (Delegates) จำนวน 4,750 คน
สำหรับสื่อมวลชนที่ลงทะเบียนในการเข้าทำข่าว-บันทึกภาพในครั้งนี้มีด้วยกัน 1,585 คน คิดเป็น 9.1% ของผู้ลงทะเบียนทั้งหมด แยกเป็นสื่อไทย 582 ราย สื่อต่างประเทศ 1,003 ราย
พบว่าสื่อชั้นนำระดับโลกที่ลงทะเบียนเข้าร่วมการทำข่าวในครั้งนี้ เช่น Reuters, Bloomberg, AP, AFP, Xinhua, BBC, CNN, CNBC, Al Jazeera, CGTN, Financial Times, The Wall Street Journal / Dow Jones, The New York Times, The Economist, The Guardian เป็นต้น
ในส่วนของคีย์แมนหลักฝ่ายไทยในการประชุมครั้งนี้ “ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง” พบว่ามีภารกิจสำคัญครอบคลุม 4 เวทีหารือด้านเศรษฐกิจและการประชุมทวิภาคีกับผู้นำเศรษฐกิจและผู้แทนสถาบันการเงินระหว่างประเทศราว 30 นัดหมาย ระหว่างวันที่ 13-17 ตุลาคม เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางรับมือความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลก และขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการลงทุนของไทย
หนึ่งในเวทีสำคัญคือ Building Resilience in a Fragmented World ซึ่งกระทรวงการคลังไทยเป็นเจ้าภาพในวันที่ 13 ตุลาคม เวลา 13.30-14.30 น. โดย ดร.เอกนิติจะร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับ รมว.การคลัง ฟินแลนด์-กรรมการผู้จัดการ IMF และประธานธนาคารโลก เกี่ยวกับแนวทางสร้างความเข้มแข็งและภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างประเทศ ความไม่แน่นอนทางการค้า และความเสี่ยงที่ส่งผลต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก
รายงานข่าวระบุว่า การหารือครั้งนี้จะมุ่งหาคำตอบว่า ประเทศต่างๆ ควรปรับนโยบายเศรษฐกิจอย่างไรเพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น โดยไม่กระทบต่อโอกาสในการเติบโตในระยะยาว ขณะเดียวกันยังเป็นโอกาสให้ประเทศไทยนำเสนอประเด็นการสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจต่อผู้นำสถาบันการเงินระหว่างประเทศโดยตรง
และในวันเดียวกัน เวลา 15.00-16.00 น. จะมีเวที Bangkok 1991-2026 ซึ่งรวบรวมมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของไทย เพื่อย้อนมองพัฒนาการเศรษฐกิจตลอด 35 ปี นับตั้งแต่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF-World Bank ครั้งแรกในปี 2534 โดยมุ่งวิเคราะห์ว่าเศรษฐกิจไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรตลอดช่วงที่ผ่านมา อะไรคือข้อจำกัดที่ทำให้การเติบโตชะลอลง และประเทศไทยจำเป็นต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและสร้างแรงขับเคลื่อนใหม่อย่างไร เพื่อรองรับการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมในอนาคต
สำหรับวันที่ 15 ตุลาคม เวลา 15.30-16.30 น. ดร.เอกนิติมีกำหนดเข้าร่วม Flagship Global Debate ซึ่งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองของผู้นำเศรษฐกิจระดับโลกเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ โดยมีประเด็นสำคัญทั้งปัญหาหนี้สาธารณะ ความผันผวนของราคาพลังงาน และผลกระทบจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อการผลิต การลงทุน และการแข่งขันทางเศรษฐกิจ
นอกเหนือจากเวทีหารือดังกล่าว ดร.เอกนิติยังมีกำหนดประชุมทวิภาคีราว 30 นัดหมายกับผู้นำเศรษฐกิจและผู้แทนสถาบันการเงินระหว่างประเทศตลอดช่วงการประชุม เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือด้านนโยบายเศรษฐกิจ การลงทุน และการพัฒนาประเทศ รวมถึงนำเสนอทิศทางเศรษฐกิจไทยต่อพันธมิตรระหว่างประเทศ โดยการหารือทวิภาคีถือเป็นอีกส่วนสำคัญของการประชุมครั้งนี้ เนื่องจากเปิดโอกาสให้ไทยหารือกับพันธมิตรระหว่างประเทศโดยตรง ทั้งในด้านนโยบายเศรษฐกิจ การลงทุน และแนวทางสนับสนุนการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยผลการหารือและความคืบหน้าของความร่วมมือแต่ละด้านจะเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามหลังการประชุม
ในช่วงท้ายของการประชุม กระทรวงการคลังเตรียมจัดเวทีสรุปผลและแถลงข่าว Bangkok Dialogue Notes วันที่ 17 ตุลาคม เวลา 14.30-15.30 น. เพื่อประมวลประเด็นสำคัญจากการหารือตลอดสัปดาห์ รวมถึงนำเสนอแนวคิดที่ประเทศไทยต้องการผลักดันต่อในเวทีเศรษฐกิจระหว่างประเทศ โดยเฉพาะบทบาทของไทยในการเป็นผู้เชื่อมโยงความร่วมมือที่ได้รับความไว้วางใจ (Trusted Connector) ระหว่างประเทศและสถาบันเศรษฐกิจโลก
ในส่วนของไทย สิ่งที่ต้องติดตามจากการประชุมครั้งนี้ นอกจากการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรับรู้ข้อสรุปเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจโลกเพื่อนำมาเป็นแนวทางสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทยแล้ว ต้องติดตามว่าผลจากการหารือทวิภาคีราว 30 นัดหมาย โดยเฉพาะความร่วมมือด้านการลงทุนและการพัฒนาประเทศ รัฐบาลจะสามารถต่อยอดไปสู่การดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมได้อย่างไรหรือไม่?
ด้านการเตรียมความพร้อมเรื่องระบบรักษาความปลอดภัย-การจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานครและบริเวณโดยรอบศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
พบว่า เมื่อวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา “พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ” เรียกประชุมตรวจสอบความพร้อมการรักษาความปลอดภัย การจราจร และสาธารณสุข ก่อนที่การประชุมครั้งสำคัญจะเริ่มต้นขึ้นโดยมี พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมผู้แทนหน่วยที่เกี่ยวข้องเช่น ผู้แทนธนาคารโลก, ตัวแทนกระทรวงการคลัง เป็นต้น ร่วมประชุม
ทางด้าน พล.ต.อ.สำราญยืนยันความพร้อมอย่างเต็มที่ในการรักษาความปลอดภัยและอำนวยการจราจร โดยย้ำว่าได้กำชับตำรวจทุกภาคส่วนปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง เต็มกำลังความสามารถ รักษาภาพลักษณ์ของประเทศไทย และร่วมต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมอย่างอบอุ่น เพื่อให้ผู้นำองค์กรและผู้แทนแต่ละประเทศมั่นใจและประทับใจ ส่วนเรื่องการจราจร มีการสั่งการให้จัดการจราจรโดยรอบโรงแรมและเส้นทางขบวนรถผู้นำประเทศ ให้เป็นไปตามแผนรักษาความปลอดภัย และยืนยันว่าไม่มีการปิดการจราจรแต่อย่างใด แต่หากมีความจำเป็นต้องปิดการจราจร ได้กำชับให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลแจ้งประชาชนทราบเพื่อจะได้วางแผนเดินทางไว้ก่อน
อีกทั้งกำชับให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล และกองบัญชาการตำรวจสันติบาล เฝ้าระวังกลุ่มบุคคลผู้ไม่ประสงค์ดีที่อาจก่อเหตุ รวมทั้งเฝ้าระวังกรณีเกิดการชุมนุมในช่วงการประชุม โดยใช้มาตรการและยุทธวิธีตามหลักสากลและตามสถานการณ์ เพื่อให้การควบคุมเป็นไปอย่างเหมาะสม
เห็นได้ชัดว่าประเทศไทยพร้อมแล้วสำหรับการประชุม IMF-World Bank ในครั้งนี้ที่ประเทศไทยกลับมาเป็นเจ้าภาพครั้งที่ 2 หลังเคยเป็นเจ้าภาพมาแล้วเมื่อปี 2534 ที่ต้องดูว่าบทสรุปสำคัญๆ รวมถึงประเด็นใหญ่ๆ ที่ออกมาจากการประชุมจะมีผลต่อประเทศไทยอย่างไร ตรงนี้น่าสนใจยิ่ง ที่ต้องรอดูจนถึงช่วงวันสุดท้ายของการประชุม.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘เอกนิติ-ศุภจี’โชว์ศักยภาพ‘ไทย’เวทีIMF
“เอกนิติ-ศุภจี” เตรียมใช้เวทีประชุมกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลกโชว์ศักยภาพประเทศไทย
‘เอกนิติ’ เตรียมถกผู้นำ IMF-ธนาคารโลก เจรจา 30 นัด ดึงความร่วมมือหนุนเศรษฐกิจไทย
“เอกนิติ” เตรียมร่วมเวทีเศรษฐกิจโลก ถกผู้นำ IMF–ธนาคารโลก รับมือความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก หนี้สาธารณะ ราคาพลังงาน และผลกร
ซักฟอก18รมต.สีน้ำเงิน-ระบอบน.หนูกินรวบ ทำลายความเชื่อมั่น รอการเปลี่ยนแปลง
รุนแรง ดุเดือดเลือดพล่านจริงๆ สำหรับญัตติเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลของฝ่ายค้าน นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมตัวแทนพรรคฝ่ายค้าน
ซักฟอก 'ระบอบ น.หนู' กินรวบ ใช้สภาเปิดแผล หวังผลนอกสภา
มีความชัดเจนแล้วสำหรับการเปิดศึกซักฟอกรัฐบาล โดยเมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน สภาผู้แทนราษฎร
จับตาไทยผงาดเวที‘IMF-WB’ คว้าโอกาส‘ศักยภาพ-ดึงทุนโลก’
ประเทศไทยเตรียมผงาดสู่สายตานานาชาติอีกครั้ง ในการหวนกลับมาเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปี “สภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569” หรือ IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ในรอบ 35 ปี หลังไทยเคยจัดการประชุมมาแล้วเมื่อปี 2534 ในรัฐบาลนายอานันท์ ปันยารชุน
แนวร่วม-แนวรบ เขย่า"ภาษีบาป" จากปุระชัย ถึงอนุทิน
ยังมีปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ ตามมา กับกรณี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย-พรรคภูมิใจไทย-รัฐบาลสีน้ำเงิน รุกคืบ

