เอนทรานซ์อีกครั้งของ 'อุ๊งอุิ๊ง'

ธรรมดาครับ

ทันทีที่ประกาศตัวเป็นบุคคลสาธารณะ ทัวร์ลง

ไม่เฉพาะ "อุ๊งอิ๊ง" เท่านั้น ในอดีต โดนกันมาเยอะแล้ว ลงเล่นการเมืองเมื่อไหร่ เรื่องราวในอดีตจะถูกขุดคุ้ยมากองเกลื่อน

เพราะนี่คือหนึ่งในการตรวจสอบ

จะบอกว่ากลั่นแกล้งทางการเมือง ก็ฟังยาก เพราะเส้นแบ่งค่อนข้างชัดเจน คนที่เข้าสู่การเมืองและมีแนวโน้มว่าจะก้าวขึ้นสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรี ต้องถูกตรวจสอบเป็นพิเศษ

ถ้าจำกันได้ตอน "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" เป็นนายกรัฐมนตรีใหม่ๆ ก็เจอหลายเรื่อง แต่ทีมงานพรรคเพื่อไทย พยายามสื่อสารว่า เป็นการรังแกผู้หญิง

ในทางการเมือง ไม่มีหญิงชายหรือเพศอื่นๆ ครับ 

ทุกเพศต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันหมด โดยเฉพาะการตรวจสอบ

นักการเมืองหญิงจะอ้างเรื่องความเป็นหญิงเพื่อเบี่ยงเบนการตรวจสอบไม่ได้ ฉะนั้นประเด็นนี้ต้องเข้าใจให้ถูกต้อง

เรื่องราวในอดีตของ "อุ๊งอิ๊ง" ยังถูกตั้งคำถามถึงความถูกต้องในหลายกรณี

โดยเฉพาะกรณีข้อสอบเอนทรานซ์ปี ๒๕๔๗ รั่ว และ  "แพทองธาร ชินวัตร" ลูกสาวนายกรัฐมนตรี ได้คะแนนสูงส่อให้เห็นถึงความไม่ปกติ         

การสอบเอนทรานซ์ในยุค "อุ๊งอิ๊ง" นั้น นักเรียนแต่ละคนมีโอกาสสอบวิชาละ ๒ รอบ

สอบรอบแรกเดือนตุลาคม

และรอบสองเดือนมีนาคม

คะแนนในรอบที่ดีที่สุด จะถูกนำมาใช้ เพื่อสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในแต่ละคณะที่รักและที่ชอบต่อไป

ทีนี้มาดูการสอบรอบแรกของ "อุิ๊งอิ๊ง" ในเดือนตุลาคม  ๒๕๔๖

ภาษาไทย ๕๒ คะแนน

สังคม ๔๑.๒๕ คะแนน

ภาษาอังกฤษ ๖๔ คะแนน

วิชาตัวเลือก คณิตศาสตร์ ๒ ได้ ๒๗ คะแนน

รวมทั้ง ๔ วิชา ได้คะแนน ๑๘๔.๒๕ ไม่เพียงพอ      เพราะเป้าหมายของ "อุ๊งอิ๊ง" คือคณะนิเทศศาสตร์  จุฬาฯ ภาคภาษาอังกฤษ

การสอบเข้าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะนิเทศศาสตร์หลักสูตรภาษาอังกฤษ ในใบประกาศรับสมัครของทางคณะระบุเงื่อนไข ๓ ข้อดังนี้

๑.นักเรียนคนดังกล่าวต้องได้เกรดเฉลี่ย GPA ๒.๗๕  ขึ้นไป

๒.ได้คะแนนสอบเอนทรานซ์ ๔ วิชา (ภาษาไทย,  สังคมศึกษา, ภาษาอังกฤษ และวิชาเลือกอีก ๑ วิชา) รวมไม่ต่ำกว่า ๒๐๐ คะแนน

๓.ได้คะแนนทดสอบภาษาอังกฤษ CU-TEP, TOEFL  หรือ IELTS ถึงเกณฑ์ที่วางไว้

ฉะนั้นสอบครั้งที่ ๒ เดือนมีนาคม ๒๕๔๗ คือสนามชี้เป็นชี้ตาย

ไปดูว่าทั้ง ๔ วิชา "อุ๊งอิ๊ง" ทำคะแนนได้เท่าไหร่

ภาษาไทยได้ ๗๒ คะแนน เพิ่มมาจากรอบแรก ๒๐  คะแนน

สังคม ๖๗.๕ คะแนน ได้เพิ่มจากรอบแรก ๒๕.๒๕  คะแนน

ภาษาอังกฤษได้ ๘๔ คะแนน เพิ่มจากรอบแรก ๒๐  คะแนน

และวิชาตัวเลือก คณิตศาสตร์ ๒ ได้ ๖๓ คะแนน เพิ่มจากรอบแรก ๓๖ คะแนน

รวม ๔ วิชา "อุ๊งอิ๊ง" สามารถทำคะแนนได้สูงถึง  ๒๘๖.๕ คะแนน

สูงมากพอที่จะเข้าคณะไหนก็ได้ในสายศิลป์

เป็นเรื่องสุดจะบังเอิญ คณะนิเทศศาสตร์ เปลี่ยนกฎเสียใหม่ เกรดเฉลี่ย GPA ต่ำกว่า ๒.๗๕ ก็สามารถสมัครเข้าได้

แต่ดังสวรรค์ล่ม "สุชาดา กีระนันทน์" อธิการบดีจุฬาฯ ในขณะนั้น ยืนยันว่า กฎ GPA ๒.๗๕ ต้องยึดไว้ตามเดิม

"อุ๊งอิ๊ง" จึงเดินไปคณะรัฐศาสตร์แทน

แล้วไงต่อ?

หลังตกเป็นข่าวอื้อฉาว รัฐบาลเก้าอี้ร้อน "อดิศัย โพธารามิก" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการขณะนั้น ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง มี ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล  เป็นประธาน

ผลการสอบสวนออกมาว่า มีแนวโน้มที่ข้อสอบรั่วอาจจะเกิดขึ้นได้

ใจความสำคัญดังนี้ครับ การออกข้อสอบเอนทรานซ์สำหรับเดือนมีนาคม ๒๕๔๗ ได้ถูกจัดทำเรียบร้อย และเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตามก่อนข้อสอบจะถูกใช้งาน ราว ๑ เดือนเศษ ศ.วรเดช จันทรศร เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ได้ลักลอบเปิดข้อสอบวิชาภาษาไทย และสังคม ที่ควรจะเป็นความลับ เอามาตรวจสอบดูเป็นเวลา ๔๕-๖๐  นาที

รศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร รัฐศาสตร์ จุฬาฯ ให้สัมภาษณ์   นิตยสารสารคดี ปีที่ ๒๒ ฉบับที่ ๒๕๕ ประจำเดือนพฤษภาคม ๒๕๔๙ หน้า ๔๖-๖๐

" .... เคยมีคนโทรศัพท์มาต่อว่าผม บอกว่านายกฯ  ทักษิณดีมาก นักวิชาการไม่รู้จริงหรอก ด่าว่าผมสารพัด  ผมก็ปล่อยให้เขาพูดไป

พอเขาพูดจบ ผมก็ถามเขากลับเกี่ยวกับเรื่องข้อสอบเอนทรานซ์รั่ว ว่าเขาคิดยังไง เขาก็บอกข้อสอบเอนทรานซ์รั่วเพราะอาจารย์มหาวิทยาลัยปล่อยให้ข้อสอบรั่วน่ะสิ อาจารย์เอาข้อสอบไปขาย

ผมก็บอกไม่ใช่ คนออกข้อสอบคือกระทรวงศึกษาธิการ

เสร็จแล้วผมก็บอกว่าพอมีข้อครหาเกิดขึ้นมา นายกฯ  ไม่ลงมาเล่นประเด็นนี้ด้วยตัวเองเลย ขณะที่เวลามีวิกฤตอื่นๆ นายกฯ ลงมาเร็วมาก

ที่สำคัญ ข้อสอบมารั่วในปีที่ลูกสาวนายกฯ สอบด้วย  เด็กคนนั้นมีประวัติการสอบครั้งแรกคะแนนน้อย แต่พอข้อสอบรั่วคะแนนกลับสูง

ถึงตอนนี้เขาก็พูดเลยว่าถ้านายกฯ ทำดีขนาดนี้ ก็ยกให้ลูกเขาสักคนไม่เห็นเสียหาย

ผมเลยบอกว่า.....​คุณลองคิดดู ถ้ามีเด็กคนหนึ่งยากจน มาจากต่างจังหวัด หวังจะสอบเข้ารัฐศาสตร์ จุฬาฯ แต่ต้องถูกเบียดตกไปเพราะคนคนหนึ่งโดยไม่ยุติธรรม

การที่เขาสอบเข้าไม่ได้ ชีวิตมันพลิกผันนะ คนที่สอบเข้ารัฐศาสตร์ จุฬาฯ ได้ หางานทำได้ดีกว่าคนที่ไม่ได้นะ  เขาจะยืนด้วยลำแข้งของตัวเองได้ เขาช่วยเหลือครอบครัวของเขาได้

การให้การศึกษาคนมันยั่งยืน และการสอบเข้ามหาวิทยาลัยมันเป็นระบบที่มีคุณธรรม ยุติธรรม มันเป็นสิ่งที่ทุกคนเคารพมานานแล้ว

ผมบอกเขาต่อว่า คุณลองคิดดูสิว่าพอหลังจากมีการสืบสวนเรื่องนี้แล้ว พบว่าข้อสอบไปรั่วที่คุณวรเดช จันทรศร (เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาขณะนั้น) จากนั้นคุณวรเดชก็ถูกขอให้ลาออกไป

แต่ล่าสุด คุณวรเดชกลับมาเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม คุณตอบผมมาสิ นายกฯ ทักษิณทำอะไรอยู่

เขาก็บอกว่า แล้วผมจะกลับไปไตร่ตรองครับอาจารย์  อาจารย์พูดมีเหตุผล

ผมเลยคิดว่าคนที่ชอบนายกฯ ทักษิณโดยที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องของการจ้างหรือให้เงินนะ ชอบเพราะคิดไปว่านายกฯ ทักษิณทำดี และเป็นสิ่งที่ดีกับประชาชนส่วนใหญ่  แบบนี้ยังคุยกันรู้เรื่องนะ

ผมคิดว่าถ้าให้เวลา ๓-๔ เดือนโดยที่สื่อโทรทัศน์-วิทยุช่วยกันกระจายข่าวสารข้อมูลความจริงออกไป หรือเปิดให้มีเวทีสาธารณะมากขึ้น ระบอบทักษิณจะหมดไปทันที  เพราะคนไม่โง่หรอก เพียงแต่ถูกปิดกั้นข่าวสาร และความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อวิถีชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนของพวกเขา ไม่ใช่ดีแต่ช่วงสั้นๆ...."

ครับ...เมื่อ "อุ๊งอิ๊ง" จะเป็นผู้นำประเทศ ต้องผ่านด่านนี้ไปให้ได้

ต่อให้เพื่อไทยชนะเลือกตั้งแลนด์สไลด์ ก็ไม่มีความหมาย หากยังถูกตั้งคำถามเรื่องความไม่โปร่งใส

นี่คือ เอนทรานซ์ครั้งที่ ๒ ของ "อุ๊งอิ๊ง"

คราวนี้เป้าหมายไม่ใช่แต่งชุดนักศึกษาจุฬาฯ  

แต่เป็นเก้าอี้นายกรัฐมนตรี.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'พ่อคิด ลูกทำ'

นัวเนียกันจริงๆ! ไม่รู้ใครเป็นใครแล้ว เปิดศึกกันรอบด้าน ใกล้มวยตับจากเข้าไปทุกที

๘ ข้อหา 'ปิยบุตร'

สงสัยอยู่หลายวัน ได้รู้แล้วครับว่า "เทพมนตรี ลิมปพยอม" ฟ้อง "ปิยบุตร แสงกนกกุล" คดี ม.๑๑๒ ในประเด็นอะไรบ้าง