อพิโธ่ อพิถัง กะละมังแตก! แค่การแถลงสรุปคดีการเสียชีวิตของ “แตงโม” ภัทรธิดา หรือนิดา พัชรวีระพงษ์ นักแสดงสาว ที่ตกเรือเสียชีวิตกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ “ตำรวจ” ฟันธงประเด็นการเสียชีวิต
“มีคนกระทำการประมาทเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย.... ไม่มีมูลเหตุการณ์จูงใจการฆาตกรรม ไม่พบคราบเลือดหรือสาเหตุอื่นๆ”
ก็มีบางคนไม่เชื่อ
ก็มีบางคนสงสัย
ก็มีบางคนข้องใจ
เพราะคดีนี้ “โซเชียล” ไปไกล มีข้อมูลทั้งจริง ทั้งจินตนาการ ผสมปนเปกันไปหมด จนหลายคนก็อยากจะรู้ อยากจะฟังข้อมูล พยาน หลักฐาน จาก “ตำรวจ” ในการสรุปคดีจะออกมาอย่างไร
เบื้องต้นหลายคนก็ยอมรับรูปแบบการนำเสนอคดีนี้ของ “ตำรวจ” ที่นำแนวทางการสืบสวน แนวทางการทำคดี พยานหลักฐานบางส่วนเท่าที่พอจะเปิดเผยได้ ไม่กระทบสำนวนคดี ใช้เทคโนโลยีมาประกอบการแถลงข่าว ให้สังคมรับรู้ รับทราบ ทั้งภาพ ทั้งคลิปเหตุการณ์ ขั้นตอนการสืบสวน การทำคดี มาชี้แจงมาอธิบายคดีที่สังคมให้ความสนใจ ได้อย่างดีทีเดียว
แม้จะไม่ทำให้ทุกคน “เชื่อ” ตำรวจแบบ 100% บางส่วน บางคน ที่เสพข่าวออนไลน์เยอะ มีการ “ฟันธง” ในใจกันไปก่อนแล้ว ก็อาจจะยังข้องใจ
ก็เป็นเรื่องนานาจิตตัง ทุกคนมีสิทธิ์เชื่อ ทุกคนมีสิทธิ์ไม่เชื่อ
แต่ทุกอย่างต้องมีพยาน มีหลักฐาน ที่ชัดเจน เพื่อให้ศาลใช้ดุลพินิจในการพิจารณาคดี
ทว่าพอหลายคนเริ่มจะเชื่อ เริ่มจะคล้อยตามการสืบสวน การทำคดีของ “ตำรวจ” ที่ดูมีขั้น มีตอน มีหลัก มีเกณฑ์ ตามรูปแบบการแถลงข่าวอันทันสมัย
สุดท้าย “ตำรวจ” ก็มา “ตกม้าตาย” เอง!!!
เมื่อโซเชียลมีการนำภาพบาดแผลคล้ายตัวเอสเว้าโค้ง ที่ตำรวจนำมาเสนอในวันแถลงข่าวคล้ายกับบาดแผลของแตงโมมาเปรียบเทียบเอาไว้ ซึ่งภาพดังกล่าวมาจากสำนักข่าวเดอะซัน ปี 2019 เป็นแผลบาดเจ็บภายในงานเลี้ยง ไม่ใช่เกิดจากใบพัดเรือ
“ตำรวจ” เลยถูกเหน็บแนม “โป๊ะแตก”!!!
จน พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 พร้อมคณะต้องมาแถลงชี้แจงกันอีกครั้ง
เนื้อถ้อยกระทงความ “ตำรวจ” ยอมรับเป็นภาพจากต่างประเทศ เอามาเพื่อเปรียบเทียบคดีแตงโม เพราะติดเงื่อนไขกฎหลายอย่าง เพียงแต่ไม่ได้อธิบายรายละเอียดภาพที่นำมาใช้ เลยทำให้สังคมสับสน เข้าใจคลาดเคลื่อน
สิ่งสำคัญที่ทำให้หลายคนสับสน หลายคนข้องใจ หลายคนเกิดคำถาม คือ คำสัมภาษณ์ที่ ผบช.ภ.1 บอก...
“การนำภาพดังกล่าวมาเสนอไม่กระทบต่อคดี เพราะสาระสำคัญของคดีไม่เปลี่ยนแปลง”
แล้วนำมาใช้แถลงทำไม????
เลยนึกถึงคำที่ “รองแต้ม” พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ อดีตรอง ผบช.น. เคยให้สัมภาษณ์ในรายการหนึ่งไว้
“เหตุผลทำไมประชาชนถึงไม่เชื่อตำรวจ นั่นก็เพราะบางทีตำรวจมีอะไรผิดพลาด มีอะไรแล้วไม่ชี้แจง ไม่ทำความเข้าใจ บางคดีตำรวจก็ทำให้มีเงื่อนงำ คนเลยขาดความเชื่อถือ”
เอวัง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อย่าขยันแค่ชิงเก้าอี้!
เมื่อตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ไม่ได้กำหนดกฎ กติกา "ล็อกสเปก" คุณสมบัติผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." แบบยึดเรียงลำดับอาวุโส หรือยึดแค่ความรู้ความสามารถ
นักวิ่งตาเป็นมัน!
โหมโรงแต่งตั้ง “นายพลสีกากี” รวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม กันตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย. หลัง ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แม่ทัพใหญ่สีกากี ขยับปากกาลงนามประกาศลำดับอาวุโสระดับ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และรอง จตช. ลงมาถึง รอง ผบก. ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในแต่ละระดับครั้งที่ 1
โหมโรงชิง 'ผบ.ตร.'
หากยึดตามคำสัมภาษณ์ โฆษกตำรวจ-พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ หลังประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.
‘ตั้งนอกวาระ’ หัวทิ่ม!
เข้าใจวงประชุม ก.ตร. ที่นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล มานั่งหัวโต๊ะประธาน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ต้องถอนวาระแต่งตั้งข้าราชการตำรวจนอกวาระประจำปี ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเสนอชื่อ พล.ต.ท. นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) โรงพยาบาลตำรวจ ขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร.
ปี๊บคลุมหัวตำรวจ
อุ้ย! ขาสั่น มือสั่น ไม่กล้าจะเขียนถึง "ตำรวจโจร" ที่อาศัยเครื่องแบบ อาศัยกฎหมายในมือไปทำผิดเยี่ยงโจร กลัวจะต้องขึ้นโรง ขึ้นศาล ได้ไปกินข้าวผัด ได้ไปกินโอเลี้ยง
แก้หนี้ ตร.กี่โมง
ต้องตั้งคำถามตัวโตๆ อีกครั้ง "หนี้สินตำรวจ" จะแก้กันได้กี่โมง หลังจากได้ยิน ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้นำตำรวจ พูดตอนหนึ่งในระหว่างเป็นประธานการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำชับด้านสวัสดิการสั่งปรับปรุงระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจทั่วประเทศ


