ความจริงเชิงประจักษ์

ขณะที่ปี่กลองการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานครและนายกเมืองพัทยากำลังดังกระหึ่มอยู่ในขณะนี้ ทำไมเสียงกลองการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรจึงเริ่มส่งเสียงมาแล้ว หลายพรรคขยับตัว ทั้งการประชุมใหญ่ ทั้งการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารพรรค เปลี่ยนแปลงโครงสร้างพรรค มีการให้สัมภาษณ์ มีการแถลง มีการปาฐกถา มีการโพสต์ข้อความบนพื้นที่ Social Media แสดงความพร้อมที่จะจัดตั้งรัฐบาล แต่ละพรรคมีการคาดการณ์ว่าจะได้จำนวน ส.ส.เท่านั้น เท่านี้ ถ้าหากแต่ละพรรคทำได้ตามที่พูดกันเอาไว้ เราคงจะมี ส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎรมากกว่า 1,000 คนเป็นแน่แท้ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว พวกเราประชาชนจะต้องพิจารณาให้ดีว่าจะลงคะแนนเลือกใคร 

เริ่มต้นที่การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานครและเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาก่อนเลยก็แล้วกัน อย่าลงคะแนนกันง่ายๆ โดยไม่หาข้อมูลเชิงประจักษ์ว่าคนที่เสนอตัวมาทำงานการเมืองนั้นมีความเป็นมาเป็นไปอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการสมัครมาทำงานการเมืองระดับชาติหรือระดับท้องถิ่น

• เขาคนนั้นเป็นใครมาจากไหน จบการศึกษามาจากด้านใด
• มีประสบการณ์ทำงานอะไรมา มีผลงานเป็นความสำเร็จเชิงประจักษ์บ้างหรือไม่
• เขาสังกัดพรรคอะไร หรือเคยสังกัดพรรคอะไรในอดีต เขาเป็นอิสระจริงหรือไม่
• ตัวเขา พรรคของเขา กลุ่มของเขาเคยทำอะไรที่ทำร้ายประเทศชาติบ้างหรือไม่

เมื่อศึกษาความเป็นตัวตนของเขาจากความจริงเชิงประจักษ์ข้างต้น จะช่วยทำให้เราเห็นตัวตนที่แท้จริงของเขา ไม่หลงใหลกับภาพลักษณ์ที่ตัวเขาเองและสื่อที่เป็นแนวร่วมของเขาช่วยกันสร้าง เมื่อได้รู้ตัวตนที่แท้จริง (ที่อาจจะไม่ตรงกับภาพลักษณ์ที่เขาและแนวร่วมพยายามสร้าง) แล้ว ก็ควรจะพิจารณาการหาเสียงของเขาด้วย ต้องระมัดระวังอย่าตกหลุมพรางไปเชื่อการหาเสียงที่ไม่เป็นจริง โดยพิจารณาว่า สิ่งที่เขาสัญญาว่าจะทำนั้นมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน หรือเป็นเพียงการขายฝัน สิ่งที่เขาสัญญาว่าจะทำนั้น แท้ที่จริงอยู่ในอำนาจของเขาตามกฎหมายหรือไม่ อยากให้พวกเรามองว่า ถ้าหากคนเราโกหกเราได้ตั้งแต่ตอนหาเสียง แล้วเราจะไว้วางใจให้เขาเข้ามาทำงานการเมืองที่มีงบประมาณมหาศาลได้อย่างไร

บางครั้งเราต้องทบทวนความจำของเราว่า คนที่อาสาลงมาสมัครทำงานให้กับเรานี้ในอดีตเขาเป็นคนเช่นไร มีผลงานเชิงประจักษ์ที่น่ายกย่องหรือไม่ นอกเหนือจากผลงานที่ดีมีประโยชน์แล้ว มีการทำอะไรที่เป็นโทษกับประเทศชาติและประชาชนบ้าง การกระทำดังกล่าวนั้น เป็นความผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจ หรือเป็นความจงใจที่จะทำผิด เพื่อผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง สิ่งที่เราต้องพึงระวังก็คือ ยุคนี้มีสื่อที่จะใช้ในการเผยแพร่เรื่องราวการหาเสียงอย่างกว้างขวาง ทั้ง Offline และ Online ไม่เพียงแต่คนที่อาสาเข้ามาทำงานการเมืองจะหาสื่อมวลชนเป็นแนวร่วมช่วยสร้างภาพให้พวกเขาแล้ว พวกเขาแต่ละคนยังมีปัจเจกที่ใช้ Social Media ในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเป็นแนวร่วมอีกด้วย

คนเหล่านี้มีเสรีภาพในการนำเสนอข่าวสาร ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีบรรณาธิการปิดกั้น หรือพิจารณาเนื้อหาก่อนมีการเผยแพร่ ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถนำเสนอข่าวสารได้ทุกเรื่อง จริงบ้าง เท็จบ้าง ดังนั้นการหาข้อมูลเชิงประจักษ์ที่จะใช้ในการพิจารณาก่อนลงคะแนนเสียงนั้น เราจะต้องรู้เท่าทันสื่อ รู้เท่าทันข่าวสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวสารที่ปรากฏบนพื้นที่ Social Media ที่มีทั้งข่าวปล่อย ข่าวลวง ข่าวลือ ข่าวเท็จ ข่าวบิดเบือน ข่าวผิด เราจะต้องหาข้อมูลจากหลายแหล่งข่าว เราต้องศึกษา “จุดยืนทางการเมืองของผู้นำเสนอว่าเขายืนอยู่ข้างใด และการนำเสนอของเขานั้นมีความลำเอียงหรือไม่อย่างไร อย่าเชื่ออะไรง่ายๆ “เช็กข่าวสารจากหลายๆ แหล่งข่าว เพื่อให้เกิดความ “ชัวร์” ว่าข่าวสารที่เราได้รับนั้นเป็นข่าวจริง ก่อนที่เราจะ “เชื่อ” อย่างสนิทใจ แล้วจึง “แชร์” ต่อให้คนอื่นได้รับรู้ข่าวสารดังกล่าว เพื่อให้พวกเขานำไปใช้ในการพิจารณาว่าจะเลือกใคร

การเลือกตั้งระดับชาติยังคงอีกนาน เพราะกฎหมายลูกยังไม่เสร็จ ดังนั้นคงจะไม่มีการยุบสภาเร็วๆ นี้แน่ งานใหญ่ที่จะต้องต้อนรับผู้นำจากนานาประเทศที่จะมาร่วมประชุม APEC ปลายปีนี้ก็ยังมีอยู่ หากจะมีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ มีรัฐบาลใหม่ คงจะเตรียมการกันไม่ทัน หากจัดงานได้ไม่ดีก็จะเสียชื่อของประเทศ ดังนั้นพรรคการเมืองใด กลุ่มการเมืองใดที่พยายามถล่มรัฐบาล หวังที่จะโค่นล้มรัฐบาล น่าจะเห็นแก่ประเทศชาติบ้าง อย่าเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องที่กระหายอำนาจ พยายามจะไล่รัฐบาลด้วยการปั้นวาทกรรมด่าทอต่อว่า ด้อยค่ารัฐบาลรายวันอย่างที่เป็นอยู่อย่างนี้เลย คำกล่าวหาของพวกท่านหลายๆ เรื่องเป็นเพียง “วาทกรรม” ที่ไม่มีความจริงเชิงประจักษ์สนับสนุน ในทางตรงกันข้าม สิ่งที่ท่านพูดนั้นสวนทางกับความจริงเชิงประจักษ์ที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเขามองเห็น

แม้เราจะมีปัญหาด้านเศรษฐกิจ ราคาสินค้าแพง ถ้าหากเราพิจารณาบริบทที่เป็นความจริงเชิงประจักษ์เราก็จะเข้าใจ เรื่องการจัดการกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 การจัดการหาวัคซีนและการบริหารการฉีดวัคซีน รัฐบาลก็ทำได้ดี เจ้าหน้าที่ฝ่ายสาธารณสุขทำงานได้ดี เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองทำงานหนัก ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือ ไม่ประมาท การ์ดไม่ตก เราจึงได้รับการยกย่องจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ว่าเราเป็นประเทศต้นแบบอันดับ 3 ของโลกในการจัดการกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะนี้ยังไม่ถึงการเลือกตั้งผู้แทนราษฎร แต่มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานครและนายกเมืองพัทยา ขอให้พวกเราประชาชนทั้งหลายใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์อย่างถี่ถ้วนก่อนจะลงคะแนนให้ใครนะคะ อย่าลืมสิ่งที่ตัวเขาและต้นสังกัดของเขาเคยทำอะไรกับบ้านเมืองเราไว้ในอดีตนะคะ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คิดจะฟ้องไทย...ไงกลายเป็นหมาหัวเน่า

สันดานโจร สันดานคนโกหก กล่าวหาไทยด้วยข้อความเป็นเท็จ พูดจาด้วยท่าทีที่รุนแรง หวังที่จะฟ้องประชาคมโลกให้ช่วยรุมประณามไทย ดรามาว่าข้อพิพาทระหว่างเขากับเราในเวลานี้ ไทยเราเป็นคนเริ่มต้น ไทยเราเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กอย่างไร้มนุษยธรรม ดรามาทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำที่น่าสงสาร ใช้คนแก่

ความรู้-คู่-คุณธรรม

คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้...ว่าด้วยความ ก้าวหน้า-ก้าวไกล ของเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านการสื่อสารมันเลยทำให้บรรดา กูรู-กูรู้ ไม่ว่าในบ้านเราหรือในระดับโลกก็ตามที

'แคนดิเดต ผบ.' หวิดงานเข้า

จู่ๆ ก็เกือบงานเข้า บิ๊กไมค์-พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หนึ่งในแคนดิเดตชิงเก้าอี้ "ผู้นำสีกากี" ต่อจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์

แสนคนด่า...แต่ว่าล้านคนรัก

เมื่อนักการเมืองคนหนึ่งทำตัวชั่วร้ายแบบมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนจนกลายเป็นคดีความและผ่านการไต่สวนของศาล จนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องติดคุกติดตาราง แต่เขาก็ใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินเอาชนะกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คำตัดสินของศาลไร้ความหมาย ประชาชนผู้รักความยุติธรรม

ป้อมปราการที่มิมีผู้ใดจะตีแตก!!!

อย่างที่เคยพูดๆ เอาไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันรู้ผล เลือกตั้ง ครั้งสุดท้ายของบ้านเรานั่นแหละว่า...ไม่ว่าใคร? พรรคใด? ได้เสียงข้างมาก ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล แต่ย่อมหนีไม่พ้นต้อง ซวยฉิบหาย-ซวยตายห่า

โละ 'บัญชีผี' กอ.รมน.

เอ๊ะ!!! ไม่รู้มีอะไรในกอไผ่มากกว่าหน่อไม้หรือไม่ เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมา "4 แคนดิเดต" ชิงเก้าอี้ "ผบ.ตร." หรือ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" คนที่ 16 ต่อคิวจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์