'บช.ก.'เปิดให้วิ่งเต็มที่

กำลังกลายเป็นไวรัล (Viral) ขยายวงกว้างตามกลุ่มต่างๆ ของตำรวจสอบสวนกลาง หรือ บช.ก. ที่อยู่ในห้วงเวลาแต่งตั้งสีกากีระดับ "นายพัน" วาระประจำปี 2564 ต่อการทดสอบสมรรถภาพร่างกายตำรวจระดับรอง ผบก.-สว.ในสังกัด บช.ก. ที่ว่ากันว่าผลการตรวจสอบสมรรถภาพดังกล่าว

จะมีผลต่อการแต่งตั้ง "นายพัน" ครั้งนี้!!!

นโยบาย "บิ๊กก้อง" พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่งก็ประกาศชัดเจนอยู่แล้ว ต้องการพัฒนาหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพเป็นมาตรฐานสากล โดยเฉพาะการพัฒนาบุคลากรในหน่วยงาน

การจัดทดสอบสมรรถภาพร่างกายตำรวจระดับรอง ผบก.-สว.ปีนี้ จึงเป็นการวัดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความพร้อมของร่างกายตำรวจในสังกัด บช.ก.

มี "กองปราบปราม" เป็นผู้รับผิดชอบการจัดทดสอบ

จัดแบ่งการทดสอบเอาไว้ 3 วัน เริ่มจากวันอังคารที่ 2 พ.ย.นี้ เป็นคิวรอง ผบก.และ ผกก. ส่วนอีก 2 วันคือ วันที่ 10-11 พ.ย. จะเป็นคิวรอง ผกก.และ สว. โดยใช้สนามกีฬาศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เป็นสถานที่ทำการทดสอบ

การทดสอบสมรรถภาพครั้งนี้ กองปราบปราม ผู้รับผิดชอบการจัดทดสอบแบ่งสถานีทดสอบไว้ 4 สถานี คือ สถานีลุงนั่ง สถานีดันพื้น สถานีวิ่ง 2.4 กิโลเมตร และสถานีวิ่งเร็ว 300 เมตร

เข้มข้นตามระเบียบ ตามกฎ ตามกติกา การทดสอบสมรรถภาพ ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2561-2580 ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4.2 กลยุทธ์ที่ 4.2.7 เสริมสร้างและพัฒนาสมรรถนะทางการกีฬาและร่างกายให้แก่ตำรวจ

เพื่อให้ตำรวจทุกนายตระหนัก ตื่นตัวในการออกกำลังกาย เสริมสร้างสุขภาพและการป้องกันดูแลประชาชนตามหน้าที่

ซึ่งการทดสอบสมรรถภาพครั้งนี้ก็เหมือนทุกๆ ปีที่ตำรวจดำเนินการตามยุทธศาสตร์ ไม่มีอะไรผิดแปลก เพียงแต่การทดสอบสมรรถภาพปีนี้ ในส่วนของ บช.ก.มีกระแสลือกันกว้างขวางว่าจะมีผลต่อการแต่งตั้ง "นายพัน" ที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้

เลยน่าสนใจ น่าติดตาม และที่สำคัญทำให้ "ตำรวจสอบสวนกลาง" ระดับ "นายพัน" ตื่นตัว

ส่วนผลของการทำสอบร่างกายจะมีผลต่อการแต่งตั้งตามที่มีข่าวลือหรือไม่ ยังไม่มีใครออกมายืนยันฟันธง แต่ถ้าตามบุคลิก "บิ๊กก้อง" นายพลหนุ่มเลือดใหม่แห่งสอบสวนกลาง จะเป๊ะไปทุกๆ เรื่องตามสไตล์สายเลือดทหาร

หากจะนำผลการทดสอบร่างกายมาประกอบการแต่งตั้งโยกย้ายระดับ "นายพัน" ในสังกัด บช.ก. ก็น่าจะมีแต่ผลดี เพราะหน่วย "สอบสวนกลาง" ถือเป็นหน่วยเฉพาะ มีภารกิจสำคัญ ภารกิจพิเศษ ตำรวจทุกนายที่อยู่ต้องมีประสิทธิภาพทั้งร่างกายและจิตใจ ถ้าใครไม่พร้อมก็ต้องถอยออกไป

ก็เปิดให้ "วิ่ง" กันเต็มที่แล้ว ไม่วิ่ง ไม่ดันพื้นที่ ไม่ลุกนั่งกันเอง ไม่ได้ตำแหน่งที่ต้องการจะโทษใครได้...จริงมั้ย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อย่าขยันแค่ชิงเก้าอี้!

เมื่อตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ไม่ได้กำหนดกฎ กติกา "ล็อกสเปก" คุณสมบัติผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." แบบยึดเรียงลำดับอาวุโส หรือยึดแค่ความรู้ความสามารถ

นักวิ่งตาเป็นมัน!

โหมโรงแต่งตั้ง “นายพลสีกากี” รวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม กันตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย. หลัง ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แม่ทัพใหญ่สีกากี ขยับปากกาลงนามประกาศลำดับอาวุโสระดับ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และรอง จตช. ลงมาถึง รอง ผบก. ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในแต่ละระดับครั้งที่ 1

โหมโรงชิง 'ผบ.ตร.'

หากยึดตามคำสัมภาษณ์ โฆษกตำรวจ-พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ หลังประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.

‘ตั้งนอกวาระ’ หัวทิ่ม!

เข้าใจวงประชุม ก.ตร. ที่นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล มานั่งหัวโต๊ะประธาน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ต้องถอนวาระแต่งตั้งข้าราชการตำรวจนอกวาระประจำปี ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเสนอชื่อ พล.ต.ท. นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) โรงพยาบาลตำรวจ ขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร.

ปี๊บคลุมหัวตำรวจ

อุ้ย! ขาสั่น มือสั่น ไม่กล้าจะเขียนถึง "ตำรวจโจร" ที่อาศัยเครื่องแบบ อาศัยกฎหมายในมือไปทำผิดเยี่ยงโจร กลัวจะต้องขึ้นโรง ขึ้นศาล ได้ไปกินข้าวผัด ได้ไปกินโอเลี้ยง

แก้หนี้ ตร.กี่โมง

ต้องตั้งคำถามตัวโตๆ อีกครั้ง "หนี้สินตำรวจ" จะแก้กันได้กี่โมง หลังจากได้ยิน ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้นำตำรวจ พูดตอนหนึ่งในระหว่างเป็นประธานการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำชับด้านสวัสดิการสั่งปรับปรุงระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจทั่วประเทศ