ต้องปรบมือดังๆ ที่ระดับ “ผู้บังคับบัญชา” สนใจและต้องการยกระดับคุณภาพชีวิต ยกระดับสวัสดิการต่างๆ ให้ “ตำรวจ” ด้วยการเปิดร้านกาแฟ “ปันรักษ์ คาเฟ่” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตครอบครัวตำรวจ
มีสมาคมแม่บ้านตำรวจเป็น โต้โผใหญ่ ได้รับการสนับสนุนจาก “ผบ.ปั๊ด” พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข แม่ทัพใหญ่สีกากี อย่างเต็มที่
ประเดิมตัดริบบิ้นเปิดสาขาแรกไปแล้วเมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา บริเวณอาคารจุลละพราหมณ์ ภายในกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน กรุงเทพฯ
“ผบ.ปั๊ด” มาเป็นประธานในพิธีเปิดร้านกาแฟ “ปันรักษ์ คาเฟ่” ร่วมกับนายตำรวจระดับสูง ทั้ง พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย รอง ผบ.ตร., คณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงของ ตร., ผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ และคณะสมาคมแม่บ้านตำรวจ
ร้าน “ปันรักษ์ คาเฟ่” สาขาแรก เป็นความร่วมมือระหว่าง สมาคมแม่บ้านตำรวจ กับ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน
เป็นการต่อยอดมาจากร้าน “ปันรักษ์” ร้านค้าร้านแรกที่รวบรวมสินค้า ผลิตภัณฑ์คุณภาพ ของที่ระลึก ของขวัญ ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ของดีประจำจังหวัด ตลอดจนของกินแสนอร่อย จากครอบครัวตำรวจทั่วประเทศ ที่เปิดหน้าร้านอยู่ในบริเวณโรงพยาบาลตำรวจไปแล้ว เมื่อเดือนพ.ย.64
ร้าน “ปันรักษ์ คาเฟ่” จะใช้กาแฟที่ปลูกโดยนักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเบญจมะ 1 บ้านสามหมื่น ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ที่เต็มไปด้วยเรื่องราว นอกจากจะมีกาแฟแล้วยังมีผลิตภัณฑ์ของขวัญเก๋ๆ จากครอบครัวตำรวจ พนักงานในร้านก็คัดเลือกจากครอบครัวตำรวจที่มีความสนใจ มีการจัดฝึกอบรมพนักงานทุกขั้นตอน เป็นร้านกาแฟมาตรฐาน
ตามข้อมูลก่อนที่จะมาเป็นร้าน “ปันรักษ์ คาเฟ่” มีการสำรวจความต้องการความช่วยเหลือของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนทั่วประเทศ 220 แห่ง เป้าหมายคือกลุ่มนักเรียนโรงเรียนในพื้นที่ทุรกันดารห่างไกลจากความเจริญและมีสภาพความเป็นอยู่ที่ขาดแคลน พบมี 34 แห่งที่ต้องการความช่วยเหลือ
แบ่งกลุ่มประเภทการช่วยเหลือตามความต้องการของโรงเรียน 5 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.ความต้องการด้านปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็น 2.การก่อสร้าง ปรับปรุง ซ่อมแซมอาคารเรียน 3.ด้านทุนการศึกษา 4.ด้านส่งเสริมอาชีพ และ 5.การส่งเสริมพัฒนากาแฟ
จึงเป็นที่มาในการพัฒนาคุณภาพชีวิตครอบครัวตำรวจ ทั้งต้นทางการปลูกเมล็ดกาแฟตามดอย ก่อนส่งมาปลายทางผลิตเป็นกาแฟขาย
ถือเป็นโครงการที่น่าชื่นชม น่ายินดี
แต่สิ่งที่อยากสะกิดบอกไว้ ในยามที่ภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง งบประมาณขาดแคลน น้ำมันราคาแพง อย่าเพิ่งรีบขยายสาขามากนัก ให้สาขาแรกอยู่ตัวก่อนแล้วค่อยขยับขยาย
ยิ่งตอนนี้หลายโรงพัก หลายพื้นที่ ยังมีปัญหาน้ำมันรถสายตรวจไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชน หากต้องนำไปใช้อย่างอื่นเพิ่มเติมอีก
เกรงจะไม่สบายใจกันทุกฝ่าย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายพัน...ยะเยือก!
เป็นอย่างไรล่ะ “สีกากี” ปล่อยจอยทำงานในช่วงคาบเกี่ยว รอนายใหม่ รอนโยบายใหม่ แล้วไปหรี่ตา ไปปล่อยปละละเลย ไม่เข้มงวดสถานบันเทิง ไม่เข้มงวดบ่อนพนัน
สตม.ยุค 'ซือแป๋นักสืบ'
ถ้านับถอยหลังกันตอนนี้ ก็เหลืออีกแค่ 10 กว่าวัน “กรมปทุมวัน” จะเข้าสู่การผลัดใบ จากยุค ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ นรต.รุ่น 41 มาสู่ยุค ผบ.ราญ-พล.ต.อ.สำราญ นรต.รุ่น 50
ถึงคิวตั้ง 'นายพัน'
ตำรวจไทยนี่ ถ้าใครใจไม่แข็ง ปอดไม่ดี แข้งขาไม่มีเรี่ยวแรง บอกเลยว่า “อย่ามาเป็น” เชียวนะ คำสั่งแต่งตั้งระดับ “นายพล” เพิ่งเผยแพร่ผ่านประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ วาระประจำปี 2569 จำนวน 281 นาย ในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ไปเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
ใช้งาน 'บิ๊กเต่า'
จบ...เรียบร้อยโรงเรียนจีน การแต่งตั้ง "นายพลสีกากี" วาระประจำปี 2569 ตั้งแต่ระดับ รอง ผบ.ตร.หรือเทียบเท่า ยศ พล.ต.อ. ลงมาถึง ผู้บังคับการ ยศ พล.ต.ต.
คุณ-นะ-ทำ
เอาซิ...คราวนี้ไม่รู้พวกปากหอย ปากปู ยังจะวิพากษ์วิจารณ์ "โผนายพลสีกากี" กันต่อหรือเปล่า ก็ระดับรุ่นใหญ่ นรต.42 ถึงไม่ใช่พี่ใหญ่สุดในซีรีส์ 4 ของกรมปทุมวัน ณ ตอนนี้ อย่าง บิ๊กนา-พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. หนึ่งในกรรมการบอร์ดกลั่นกรอง ตร. และยังเป็น ก.ตร. ได้ออกมายืนยันการันตี โผแต่งตั้งนายพล ระดับ รอง ผบ.ตร.-ผบก.วาระประจำปี 2569 ว่า
โผวัดใจ 'ก.ตร.'
ครึกครื้นจริงๆ การแต่งตั้ง "นายพลสีกากี" รอบนี้ "โผรายชื่อ" ปล่อยออกมาเป็นรายวัน บางวันไม่ได้มารอบเดียว เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา 2 รอบ 3 รอบ


