ช่วงหลังนี้มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ มาเยือนไทยค่อนข้างถี่...และล้วนโยงกับเรื่องต่างประเทศและความมั่นคงทั้งสิ้น
ล่าสุดรัฐมนตรีกลาโหม Lloyd Austin มาพบกับนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งมีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีกลาโหมด้วย
หนีไม่พ้นว่าจะต้องพูดถึงเรื่องความมั่นคง, สงครามยูเครน และความร่วมมือในภูมิภาค Indo-Pacific ที่วอชิงตันวางตนเป็นผู้คุมเกมอยู่ขณะนี้
ปฏิเสธไม่ได้ว่ากิจกรรมของสหรัฐฯ มุ่งจะสกัดการขยายอิทธิพลและบทบาทของจีนในภูมิภาคนี้ด้วยอย่างแน่นอน
ก่อนหน้านั้นไม่กี่วันไทยก็ได้ต้อนรับคนสำคัญของกองบัญชาการทหารภาคพื้นอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ
เขาคือ พลเรือเอกจอห์น ซี. อากีลีโน ผู้บัญชาการกองบัญชาการภาคพื้นอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐอเมริกา (U.S. Indo-Pacific Command) ที่มาเยือนระหว่างวันที่ 7-9 มิถุนายนนี้
มาในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนสหรัฐฯ เข้าร่วมการหารือระหว่างผู้นำระดับสูงของสหรัฐฯ กับไทย (U.S.-Thai Senior Leader Dialogue) ครั้งแรก
การเยือนครั้งนี้เป็นการเดินทางมาไทยครั้งที่ 2 ของ พล.ร.อ.อากีลีโน ในตำแหน่งนี้
ขณะเดียวกัน Derek Chollet ที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จะเดินทางเยือนไทย สิงคโปร์ และบรูไน วันที่ 7-14 มิถุนายน
ในแต่ละจุดแวะพัก เขาจะติดตามผลการประชุมสุดยอดพิเศษสหรัฐฯ-อาเซียน เมื่อเดือนที่แล้วในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และยืนยันความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ที่จะทำงานร่วมกับพันธมิตรและพันธมิตรเพื่อฟื้นฟูเส้นทางสู่ประชาธิปไตยของพม่า
ในประเทศไทย ที่ปรึกษาโชเลต์จะพบปะกับเจ้าหน้าที่อาวุโสเพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นทวิภาคีและพหุภาคีต่างๆ ตลอดจนพบปะกับองค์กรด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ภาคประชาสังคม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ เพื่อหารือเกี่ยวกับความพยายามของสหรัฐฯ ในการสนับสนุนประชาชนชาวพม่า
ที่สิงคโปร์ โชเลต์จะเข้าร่วมการสนทนาแชงกรี-ลา และเข้าร่วมการอภิปรายเกี่ยวกับความขัดแย้งในพม่ากับเจ้าหน้าที่อาวุโส
และที่บรูไน เขาจะพบกับรัฐมนตรีต่างประเทศ II Erywan Yusof และเจ้าหน้าที่อาวุโสคนอื่นๆ รวมถึงผู้นำภาคประชาสังคม
อีกด้านหนึ่ง ในสัปดาห์เดียวกัน รองนายกรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ Wendy Sherman ก็แบ่งสายไปเยือนฟิลิปปินส์ เวียดนาม และลาวแล้ว
กระทรวงต่างประเทศที่วอชิงตันรายงานว่า การเยือนของระดับนำจากสหรัฐฯ ยังเน้นย้ำถึง “ความมุ่งมั่นอย่างลึกซึ้งของสหรัฐฯ ที่มีต่ออาเซียน และหุ้นส่วนทวิภาคีที่สำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”
ไม่ต้องสงสัยว่าจีนและรัสเซียต้องจับตาความเคลื่อนไหวล่าสุดของสหรัฐฯ ในอาเซียนด้วยความระแวดระวังท่ามกลางความตึงเครียดในยูเครน, ไต้หวันและเกาหลีเหนือ
ทั้งหมดนี้เกี่ยวอะไรกับข้อสังเกตของนักวิเคราะห์บางคนที่บอกว่าไทยกำลังถูกสหรัฐฯ ดึงเข้าไปเป็นพันธมิตรเพื่อจะสกัดจีนหรือไม่
หรือไทยเรากำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่เจ้าหน้าที่จีนบางคนเรียกว่าเป็น “NATO เอเชีย” หรือ “นาโต 2” หรือไม่
ร้อนถึง คุณธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศที่ต้องออกแถลงการณ์ยืนยันว่าข้อกล่าวหาเช่นนี้เป็นเพียง
“วาทกรรมที่ไม่มีพื้นฐานอยู่บนข้อเท็จจริง”
โฆษกกระทรวงต่างประเทศย้ำว่า
ไทยมีเพียงความร่วมมือทวิภาคีด้านความมั่นคงกับมิตรประเทศเท่านั้น และไม่ได้เป็นภาคีความร่วมมือทางทหารที่มีเป้าประสงค์ในการป้องกันร่วมกัน (collective defence) ซึ่งถือว่าการรุกรานประเทศหนึ่งเป็นการรุกรานทุกประเทศที่เป็นภาคีในสนธิสัญญา ดังเช่น สนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO)
คุณธานีพูดถึงเอกสารยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิกเป็นนโยบายยุทธศาสตร์ มีคนสงสัยว่าเป็นการดึงไทยเข้าไปร่วมด้วยหรือไม่
ท่านชี้แจงว่าสหรัฐฯ จัดทำขึ้นฝ่ายเดียวเพื่อเป็นแนวทางของการดำเนินนโยบายของสหรัฐฯ กับแต่ละภูมิภาค ไม่ใช่ความตกลงกับประเทศใดทั้งสิ้น
ส่วนกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก (Indo-Pacific Economic Framework : IPEF) มีขึ้นเพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่นคงและครอบคลุม และเสริมสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนใน ๔ เสาความร่วมมือ
ได้แก่ ๑) การค้า ๒) ห่วงโซ่อุปทาน ๓) พลังงานสะอาด การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน และโครงสร้างพื้นฐาน และ ๔) ภาษีและการต่อต้านการทุจริต โดยไม่มีการลงนามและไม่มีถ้อยคำหรือบริบทที่จะทำให้เกิดพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศ
คำถามคือ ไทยเราถูกมหาอำนาจกดดันให้ไปถือหางข้างใดข้างหนึ่งหรือไม่
คุณธานียืนยันว่าไทยดำเนินนโยบายการต่างประเทศที่สมดุลกับมิตรประเทศตลอดมา
โดยยึดความเป็นแกนกลางของอาเซียนในสถาปัตยกรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งหลายประเทศได้ลงนามในสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Treaty of Amity and Cooperation in Southeast Asia : TAC) ที่ส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาคโดยการระงับข้อพิพาทอย่างสันติ สนธิสัญญา TAC มีอัครภาคีรวมทั้งสิ้น ๔๐ ประเทศ รวมถึงสมาชิกถาวรแห่งคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติทั้ง 5 ประเทศ
โดยไทยมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นราบรื่นทั้งกับจีนและสหรัฐฯ ดังเห็นได้จากการเยือนระดับสูงกับทั้งจีนและสหรัฐฯ เช่น
เมื่อ ๑-๒ เมษายน ศกนี้ คุณดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเยือนที่เมืองหวงซาน มณฑลอานฮุย ตามคำเชิญของนายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศจีน โดยนำคณะผู้แทนด้านเศรษฐกิจของไทยร่วมคณะเดินทางด้วย เพื่อกระชับความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านระหว่างไทยกับจีน
และขับเคลื่อนการอำนวยความสะดวกด้านการค้าการลงทุน และความเชื่อมโยงด้านการคมนาคมขนส่ง รวมถึงความเชื่อมโยงระหว่าง EEC กับเขตเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำแยงซี (Yangtze River Delta : YRD)
ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจแนวหน้าของจีน และมีมณฑลอานฮุยเป็นสมาชิก และหารือถึงผลประโยชน์ร่วมกันทั้งในกรอบทวิภาคี อนุภูมิภาค (แม่โขง-ล้านช้าง) และภูมิภาค (อาเซียน-จีน) และแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาคและระหว่างประเทศที่สนใจร่วมกัน
และเมื่อ ๑๒-๑๓ พฤษภาคมที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐฯ สมัยพิเศษ ครั้งที่ ๒ ที่สหรัฐฯ เพื่อฉลอง ๔๕ ปี ความสัมพันธ์อาเซียน-สหรัฐฯ โดยผู้นำอาเซียนและประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้กำหนดทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างกันท่ามกลางความท้าทายต่างๆ เพื่อฟื้นฟูการเติบโตอย่างยั่งยืนของภูมิภาคหลังโควิด-๑๙
ทั้งหมดนี้คือแนวทางการชี้แจงของกระทรวงต่างประเทศ ซึ่งควรจะต้องมีการสื่อสารกับคนไทยที่สนใจติดตามเรื่องราวระหว่างประเทศมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
มิใช่รอให้มีการแสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลแล้วจึงออกมา “ตอบโต้” ซึ่งจะไม่เกิดความกระจ่างแจ้งเท่าที่ควร
การทูตวันนี้คือ “การทูตประชาชน” ที่ต้องมีการแลกเปลี่ยนระหว่างรัฐกับประชาชน และผู้เห็นต่างที่กว้างขวางและครบทุกมิติมากขึ้นกว่าที่ผ่านมาอย่างแน่นอน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


