
ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับวันหยุดยาว เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทางทั้งคนทั้งรถ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จึงได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคมเตรียมการรองรับการเดินทางของประชาชน เนื่องจากในเดือน ก.ค.2565 จะมีช่วงวันหยุดยาว คือวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ระหว่างวันที่ 13-17 ก.ค.2565 และวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ระหว่างวันที่ 28-31 ก.ค.2565 ดังนั้นคาดว่าจะมีประชาชนออกเดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนาทั่วประเทศเป็นจำนวนมาก
ขณะเดียวกัน ได้กำชับให้ตรวจสอบปรับปรุงแก้ไขจุดเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เช่น บริเวณจุดกลับรถ ทางแยก ทางโค้งหรือทางลาดชัน และจุดตัดถนนกับรถไฟหรือทางลักผ่าน พร้อมกำชับให้เข้มงวดการบังคับใช้กฎหมาย กำกับดูแลด้านวินัยจราจร รณรงค์ประชาสัมพันธ์
ตลอดจนเน้นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงแนวทางการป้องกันโควิด-19 โดยเฉพาะการเดินทางในระบบขนส่งสาธารณะ เช่น การสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาการเดินทาง ให้มีการจัดบริการขนส่งสาธารณะทั้งรถโดยสารสาธารณะ รถไฟ เรือโดยสารสาธารณะ และเครื่องบินให้เพียงพอต่อการเดินทาง
แน่นอนว่า ในส่วนของกระทรวงคมนาคม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ได้เตรียมการรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงวันหยุดยาวเดือน ก.ค.2565 ซึ่งมี 2 ช่วง คือ วันอาสาฬหบูชาต่อเนื่องวันเข้าพรรษา ระหว่างวันที่ 13-17 ก.ค.2565 และวันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ ระหว่างวันที่ 28-31 ก.ค.2565 โดยคาดว่าจะมีประชาชนเดินทางเพิ่มขึ้น 30% ขณะเดียวกันได้กำชับหน่วยงานในสังกัดบูรณาการร่วมกันให้ประชาชนเดินทางสะดวก ปลอดภัย และคุมเข้มโควิด-19
จะเห็นได้ว่าในช่วงที่มีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน ประชาชนมักจะออกเดินทางท่องเที่ยวกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก เนื่องจากรัฐบาลได้ผ่อนคลายมาตรการ คลายล็อกการเดินทางมากขึ้น ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่สิ่งที่ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องตระหนักและเป็นกังวลคือ เรื่องอุบัติเหตุตามท้องถนน รวมถึงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เริ่มจะกลับมาระบาดอีกครั้ง
สำหรับวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวันนั้น จากข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้ประเมินว่า ระหว่างวันที่ 13-17 ก.ค.2565 คาดว่าปริมาณการเดินทางของประชาชนด้วยรถโดยสารประจำทาง และการเช่าเหมารถโดยสารไม่ประจำทาง จะมีผู้ใช้บริการสูงขึ้น ดังนั้นสิ่งที่กรมการขนส่งทางบกต้องเตรียมความพร้อมมาตรการ เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัย เช่น จัดเตรียมรถและพนักงานขับรถที่มีความพร้อมให้เพียงพอต่อความต้องการเดินทางของประชาชน, การตรวจความพร้อมของตัวรถและพนักงานขับรถโดยสารก่อนให้บริการ ณ สถานประกอบการ, สถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอดทุกแห่ง ซึ่งรถโดยสารทุกคันที่นำออกมาให้บริการต้องมีสภาพมั่นคงแข็งแรง มีอุปกรณ์ส่วนควบคุมและอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยครบถ้วนถูกต้อง และอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา
สิ่งที่ต้องมีคือ การติดตั้งระบบ GPS Tracking ที่สามารถส่งข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบเบรก ยาง ล้อ ระบบไฟ อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งาน ภายในรถติดตั้งเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง มีถังดับเพลิง ค้อนทุบกระจกกรณีเหตุฉุกเฉิน ส่วนพนักงานขับรถ ตรวจสอบระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจต้องเป็น 0 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ตรวจสอบชั่วโมงการทำงาน สมุดประจำรถ สิ่งเหล่านี้หากมีและสามารถใช้ได้จริง แน่นอนว่าจะทำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจต่อการใช้บริการรถสาธารณะมากขึ้น
จะเห็นได้ว่า จากการเกิดอุบัติเหตุที่ผ่านมากับรถโดยสารสาธารณะเมื่อต้นปี 2565 ทำให้สูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นที่จังหวัดสระบุรี รถคันดังกล่าวขณะมาถึงที่เกิดเหตุคาดว่าคนขับหลับใน รถจึงเสียหลักชนแบริเออร์กลางถนน แล้วพุ่งชนตอม่อสะพานต่างระดับอย่างจังจนพังยับเยิน หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตรวจสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุอย่างละเอียด พบว่าพนักงานขับรถมีการเสพยา จึงเป็นสาเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ดังนั้นผู้ใช้บริการหากพบความผิดปกติสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันที เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการซ้ำรอย
เพื่อเป็นการปกป้องชีวิตตัวเองเมื่อเห็นสิ่งที่ไม่ชอบมาพากล ประชาชนสามารถแจ้งไปยังศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและสถานที่รับเรื่องร้องเรียนชั่วคราวที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร เพื่อเฝ้าระวังป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพเพื่อไม่ให้ถูกเอาเปรียบ ทั้งการฉวยโอกาสจำหน่ายตั๋วโดยสารเกินราคา รับผู้โดยสารเกินจำนวนที่นั่ง ให้ผู้โดยสารยืนบนรถ ที่สายด่วน โทร. 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง.
กัลยา ยืนยง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยาแรงหรือแค่ยาแก้ปวด?
ท่ามกลางภาวะสุญญากาศทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไทยต้องเผชิญกับมรสุม "วิกฤตซ้ำซ้อน" มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่บาดแผลเรื้อรังจากโรคระบาดที่ยังไม่ทันสมานดี กลับต้องมาถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตพลังงานโลกที่ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งพุ่งทะยานอย่างควบคุมไม่ได้ สถานการณ์ในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การกำไรลดลง แต่คือการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสภาวะที่ "สภาพคล่องติดขัด หนี้เสียติดหล่ม และหนี้นอกระบบกลายเป็นกับดัก"
กระตุ้นท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ภายหลังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก
โซลาร์รูฟท็อป ฝ่าวิกฤตค่าไฟฟ้าแพง
สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ซึ่ง คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งชาติ คาดการณ์ว่าสถานการณ์คงจะยืดเยื้อไม่จบภายในปี 2569 จะทำให้วิกฤตราคาพลังงานลากยาว ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับกับวิกฤตดังกล่าว
เมื่อ‘การมีงาน’ไม่ได้แปลว่า‘มั่นคง’?
เพิ่งจะผ่านพ้นวันที่ 1 พฤษภาคมไป ซึ่งแน่นอนว่า “แรงงาน” ในสังคมไทยนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในฐานะกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในวันแรงงานปี 2569 คำถามของคนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจไม่ใช่เพียง “ยังมีงานทำหรือไม่” หากเป็น “รายได้ที่มีอยู่ วันนี้ยังพอรับมือกับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้แค่ไหน?”
หนึ่งทศวรรษค่าจ้างขั้นต่ำไทย
ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ‘ค่าจ้างขั้นต่ำ’ ของประเทศไทยถูกวางบทบาทให้เป็นทั้งเครื่องมือคุ้มครองแรงงานและกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตัวเลขที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนภาพของความก้าวหน้าในเชิงนโยบาย
เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก
ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง

