เป็นข่าวช็อกโลกพอสมควรเมื่อพม่าประหารชีวิตนักเคลื่อนไหวต่อต้านอำนาจรัฐบาลทหารเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ในความผิดที่เกี่ยวกับกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายและกฎหมายความมั่นคง
ทั้งๆ เป็นที่รู้กันว่า 2 คนนี้คือฝ่ายยืนอยู่ตรงกันข้ามกับพลเอกอาวุโสมิน อ่องหล่าย ที่ก่อรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ปีที่แล้ว
มิใช่ “ผู้ก่อการร้าย” หรือ “อาชญากร” แต่อย่างใด
คนทั้งโลกรวมทั้งคนพม่าเองได้รับทราบข่าวทางการเรื่องนี้ผ่านสื่อกระบอกเสียงของรัฐบาล New Light of Myanmar เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมาเท่านั้น
ไม่มีการแจ้งล่วงหน้าแม้ให้กับญาติพี่น้องของผู้ที่กำลังจะถูกแขวนคอว่าคำอุทธรณ์จากองค์กรต่างๆ ทั้งในประเทศ, ในอาเซียนและต่างประเทศนั้นไร้ผลโดยสิ้นเชิง
4 คนที่ถูกประหารชีวิตในคุกอินเส่งรวมถึงสองนักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยที่โดดเด่น
คืออดีตสมาชิก ส.ส.สันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ของอองซาน ซูจี ชื่อ โก เพียว เซยา ทู (Ko Phyo Zeya Thaw)
และโก จิมมี (Ko Jimmy) นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยผู้มีประสบการณ์เคลื่อนไหวทางการเมืองมายาวนาน เริ่มตั้งแต่ยุค 88 Generation movement เมื่อปี 1988
คนแรกเป็นอดีตศิลปินนักร้องชื่อดังในวง Acid ซึ่งเป็นวงฮิบฮอปแรกของเมียนมา
ต่อมาเขาเข้าร่วมพรรค NLD ในฐานะคนรุ่นใหม่ที่ต้องการมีบทบาทเปลี่ยนแปลงประเทศ ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ในเขตเนปยีดอว์ เมืองหลวงของประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นเขตทหาร
นักวิเคราะห์ที่เฝ้ามองสถานการณ์เมียนมามาตลอดมองว่า
โทษประหารชีวิตเป็นการแก้แค้นโดยรัฐบาลเผด็จการต่อฝ่ายตรงข้ามของการปกครอง
ทั้ง 2 คนถูกตัดสินประหารชีวิตในเดือนมกราคม โดยศาลทหารภายใต้กฎหมายต่อต้านการก่อการร้าย
ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้บงการและมีส่วนร่วมในการต่อสู้ด้วยอาวุธต่อต้านระบอบการปกครองและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง
ทั้ง 2 และนักโทษการเมืองอีก 2 คนได้รับอนุญาตให้คุยกับครอบครัวผ่านวิดีโอเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ไม่ได้แจ้งว่าจะดำเนินการประหารชีวิตด้วยการแขวนคอในวันรุ่งขึ้น
มิหนำซ้ำยังปิดบังความจริง โดยโฆษกของรัฐบาลทหารปฏิเสธว่าเรื่องจะลงมือประหารชีวิตเป็นเพียง “ข่าวลือ”
อ้างว่าการประหารชีวิตจะไม่ดำเนินไปอย่างเร่งด่วน เพราะยังต้องให้นักโทษประหารเข้ารับการตรวจร่างกายและผ่านขั้นตอนอื่นๆ
U Moe Zaw Oo รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของรัฐบาลสามัคคีแห่งชาติของเมียน ซึ่งเป็น “รัฐบาลคู่ขนาน” ประกอบด้วยนักการเมืองที่ถูกโค่นโดยรัฐประหารมาบอกกับสื่อพม่าว่า รัฐบาลทหารพม่ากระทำในสิ่งที่ “ไม่สามารถให้อภัยได้”
“รัฐบาลทหารพม่าต้องรับรู้ว่าการประหารชีวิตผู้เห็นต่างทางการเมืองนั้นจะยิ่งทำให้เรามุ่งมั่นที่จะโค่นล้มระบอบการปกครองมากขึ้น” เขากล่าว
Ko Phyo Zeya Thaw อายุ 41 ปี และ Ko Jimmy หรือที่รู้จักในชื่อ Kyaw Min Yu อายุ 53 ปี เป็น 2 นักเคลื่อนไหวที่เป็นที่ชื่นชมของชนชั้นกลางและหนุ่มสาวพม่าไม่น้อย
เพราะเป็นตัวแทนของการต่อสู้กับเผด็จการทหารอย่างยาวนานมาตลอดแม้จะถูกไล่ล่าตามจับ, ถูกคุกคามและต้องหนีการจับกุมแบบหัวซุกหัวซุนมาตลอดก็ตาม
หลังมีคำสั่งประหารชีวิตจากศาลทหารของเมียนมามาแล้ว ก็มีความเคลื่อนไหวจากอาเซียนที่จะขอให้ผู้นำทหารพม่าทบทวนคำพิพากษานั้น
เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นประธานหมุนเวียนของสมาคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชาติต่างๆ (อาเซียน) ซึ่งเมียนมาเป็นสมาชิกอยู่ ได้ขอให้หัวหน้ารัฐบาลทหารมิน อ่องหล่าย “ทบทวน” และ “ละเว้น” การดำเนินการตามคำสั่งประหารชีวิต
ฮุน เซน บอกในจดหมายถึงมิน อ่องหบ่าย ว่ากรณีนี้ได้สร้าง “ความกังวลอย่างมากในหมู่สมาชิกอาเซียนและหุ้นส่วนภายนอก”
ผู้ถูกประหารทั้ง 4 คนคือ Ko Phyo Zeya Thaw, Ko Jimmy, Ko Hla Myo Aung และ Ko Aung Thura Zaw กลายเป็นผู้ต่อต้านรัฐบาลทหารพม่ากลุ่มแรกที่จะถูกประหารชีวิต นับตั้งแต่ Salai Tin Maung Oo แกนนำนักศึกษาชาติพันธุ์ Chin ถูกแขวนคอโดยระบอบเผด็จการของนายพล Ne Win ที่เรือนจำ Insein ในย่างกุ้ง ในปี 1976
ดังนั้นการประหารชีวิตนักเคลื่อนไหวพม่าครั้งนี้จึงถือเป็นกรณีแรกใน 46 ปี
จึงยังเป็นคำถามว่า มิน อ่องหล่าย มีแรงจูงใจอันใดที่จะใช้วิธีการที่รุนแรงกับกลุ่มผู้ต่อต้าน
ทั้งๆ ที่เคยรับปากกับผู้นำอาเซียนอื่นๆ ว่าจะพยายามหาทางนั่งลงเจรจาหาทางออกร่วมกันเพื่อให้ประเทศกลับสู่เส้นทางสันติภาพ
ทำให้เกิดคำถามว่า ผู้นำอาเซียนอื่นๆ รวมทั้งประเทศไทยเราจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร
เพราะประชาคมโลกจะต้องตั้งคำถามเราว่า เมื่อผู้นำทหารเมียนมาไม่ยอมทำตามฉันทามติ 5 ข้อเลยแม้แต่ข้อเดียว จะยังต้องเกรงใจผู้นำทหารเมียนมาอีกหรือ
เพราะ มิน อ่องหล่าย ปฏิเสธคำร้องขอของอาเซียนผ่านกัมพูชาโดยสิ้นเชิง
โดยอ้างว่าจะต้องทำตามกฎหมายของพม่าเอง ไม่อาจจะทบทวนคำตัดสินของศาลทหารของตนได้
วันนี้เมียนมาตกอยู่ในสภาะวุ่นวายปั่นป่วนทางสังคมและการเมืองตั้งแต่รัฐประหารปีที่แล้ว
และอยู่ในสถานการณ์ที่ผู้เชี่ยวชาญขององค์การสหประชาชาติบางคนเรียกว่าเป็น “สงครามกลางเมือง” จนถึงขณะนี้
ตัวเลขไม่เป็นทางการบอกว่า รัฐบาลทหารพม่าได้สังหารผู้คนไปแล้วกว่า 2,000 คน เพียงเพราะปฏิเสธการปกครองของทหารในประเทศของตน
และด้วยการรวมตัวของประชาชนเกือบทุกภาคส่วน การลุกขึ้นต่อต้านระบอบทหารทั้งด้วยวิธีอารยะขัดขืน และด้วยการฝึกอาวุธทำให้เกิดการจลาจลในระดับที่ประเทศนี้ไม่เคยเห็นตั้งแต่ได้รับเอกราชในปี ค.ศ.1948
น่ากลัวว่าการประหารชีวิตนักเคลื่อนไหวครั้งนี้จะกระพือให้เกิดกระแสของการต่อต้านภายในประเทศหนักหน่วงขึ้นจนกลายเป็นสงครามกลางเมืองเต็มรูปแบบ
นับตั้งแต่รัฐประหารปีที่แล้ว รัฐบาลทหารได้ตัดสินประหารชีวิตประชาชนแล้ว 113 คน อันสืบเนื่องจากบทบาทของผู้ลุกขึ้นในการต่อต้านรัฐบาลเผด็จการทหาร
ขณะที่เขียนอยู่นี้ผมยังรอปฏิกิริยาจากประเทศอาเซียนอื่นๆ ที่คงจะต้องคิดหนักว่าจะทำอย่างไรกับเมียนมาต่อไป
เพราะสิ่งที่ มิน อ่องหล่าย ทำครั้งนี้เท่ากับตบหน้าใส่อาเซียนฉาดใหญ่
ทำให้อาเซียนถูกมองว่าเป็น “เสือกระดาษ” ไร้น้ำยาและไม่มีบารมี แม้จะขอให้ผู้นำประเทศสมาชิกทบทวนคำสั่งประหารชีวิตที่รังแต่จะสร้างความเสียหายหนักขึ้นกับเมียนมาเอง...และอาเซียนก็จะถูกแรงกระเพื่อมอย่างหนักต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


