จับตา‘ค้าชายแดน’เฟื่องฟู

แม้หลายฝ่ายจะประเมินว่าปีนี้ "ส่งออก" อาจจะเจอปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ที่ทำให้ความต้องการบริโภคสินค้าชะลอตัวลงไปบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็ยังเชื่อมั่นว่า "ส่งออก" จะยังเป็นอีกเครื่องยนต์สำคัญในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยล่าสุด สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือสภาผู้ส่งออก ได้มีการปรับคาดการณ์ตัวเลขการส่งออกไทยในปี 2565 เพิ่มเป็น 6-8% จากเดิมที่ 5% โดยแนวโน้มการส่งออกในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ก็ยังมีทิศทางที่ดีต่อเนื่องด้วย และยังบอกว่ามีลุ้นที่ตัวเลขส่งออกจะขยายตัวแตะระดับ 10% ได้อีกด้วย

เช่นเดียวกับ กระทรวงพาณิชย์ ที่ล่าสุดยืนยันว่ายังไม่มีความจำเป็นต้องปรับเป้าหมายการส่งออกในปี 2565 ใหม่ แต่จะพยายามผลักดันให้การส่งออกของไทยโตได้เกินกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ ซึ่งขณะนี้ผ่านมา 6 เดือน (ม.ค.-มิ.ย.65) การส่งออกขยายตัวแล้ว 12.7% เกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ถึง 3 เท่า

โดยอีกส่วนที่น่าสนใจคือ "การค้าชายแดนและผ่านแดน" จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ พบว่า ในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมามีมูลค่าถึง 160,469 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.86% เป็นการส่งออกมูลค่า 102,242 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.42% และการนำเข้า 58,228 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.88% และในช่วง 6 เดือน มีมูลค่า 849,292 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.18% เป็นการส่งออกมูลค่า 506,827 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% และนำเข้า 342,465 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.27%

ขณะที่ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี (tta analytics) ประเมินว่าภาพรวมสถานการณ์ส่งออกทางค้าชายแดนและผ่านแดนทั้งปี 2565 จะมีมูลค่า 1.02 ล้านล้านบาท ใกล้เคียงกับการส่งออกของปี 2564 เนื่องจากทั้งไทยและประเทศเพื่อนบ้านต่างมีมาตรการผ่อนปรนการข้ามแดนและผ่านแดนระหว่างกัน ทำให้เป็นโอกาสของการค้าชายแดนที่จะสามารถฟื้นตัวได้ ซึ่งเมื่อพิจารณาถึงแนวโน้มดีมานด์ของประเทศคู่ค้าเพื่อนบ้าน คาดว่าการส่งออกไป "มาเลเซีย" ซึ่งเป็นประเทศคู่ค้าอันดับหนึ่งด้านการค้าชายแดน ยังคงขยายตัวต่อเนื่องตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ และการกลับมาทยอยเปิดด่านเพิ่มขึ้นทั้งสองฝั่ง เช่นเดียวกับ "กัมพูชา" ที่มีแนวโน้มนำเข้าจากไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ได้แก่ กลุ่มสินค้าเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ รถยนต์ รถจักรยานยนต์และอะไหล่

ส่วนการส่งออกไป "สปป.ลาว" และ "เมียนมา" ซึ่งเป็นประเทศคู่ค้าที่คิดเป็นสัดส่วนรวมกันอยู่ที่ 31% คาดว่าจะมีแนวโน้มโตต่อเนื่อง แต่ไม่เป็นอัตราเร่ง โดย สปป.ลาวนั้นกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจด้านการเงินอย่างหนัก อัตราเงินเฟ้อในเดือน มิ.ย.พุ่งสูงถึง 23.6% ส่งผลกระทบไปถึงการค้าชายแดนไทย-สปป.ลาว แต่อย่างไรก็ดี จากการที่ สปป.ลาวจำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปจากไทย รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ทำให้การส่งออกไปยังชายแดน สปป.ลาวยังคงมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง

ขณะที่การส่งออกไปชายแดน "เมียนมา" ที่เติบโตดีเฉลี่ยเดือนละ 1.2-1.3 หมื่นล้านบาทในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ แม้จะอยู่ในช่วงความไม่สงบทางการเมือง และธนาคารกลางเมียนมาออกมาตราการควบคุมปริมาณเงินตราต่างประเทศ แต่ผลกระทบต่อการค้าชายแดนยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างจำกัด จากการที่รัฐบาลเมียนมายังอนุญาตให้ใช้เงินบาทเพื่อการค้าชายแดนกับไทย และการส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภคยังคงขยายตัว เป็นแรงหนุนให้การส่งออกทางการค้าชายแดนทั้งปี 2565 มีมูลค่า 6.5 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 15%

ส่วนการค้าผ่านแดนพบว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมามีบทบาทสำคัญเพิ่มขึ้นมากจากสัดส่วน 17% ของภาพรวมการส่งออกการค้าชายแดนและผ่านแดนเร่งขึ้นเป็น 43% ในปี 2564 จากการที่จีนขึ้นแท่นเป็นคู่ค้าส่งออกอันดับหนึ่งแซงห้ามาเลเซียเป็นครั้งแรก และในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ทิศทางการส่งออกชายแดนยังคงขยายตัวได้ ขณะที่การส่งออกผ่านแดนลดลงจากการที่จีนมีนโยบาย ZERO COVID-19 ได้ฉุดยอดส่งออกให้ลดลงมาก

อย่างไรก็ดี ttb analytics คาดว่าทางการจีนจะเริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ซึ่งจะช่วยทำให้การส่งออกของไทยผ่านแดนไปจีนตอนใต้ทยอยฟื้นกลับมา รวมทั้งยังมีปัจจัยบวกจากการเปิดให้บริการรถไฟความเร็วสูงจีนถึง สปป.ลาว ซึ่งจะช่วยเพิ่มยอดการส่งออกทางการค้าผ่านแดนทั้งปีนี้อยู่ที่ 3.7 แสนล้านบาท.

ครองขวัญ รอดหมวน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทยยังขาดความคล่องตัวทางดิจิทัล

ทักษะในเรื่องของดิจิทัลนับว่ามีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากในยุคนี้ แต่ในช่วงที่ผ่านมาจากรายงานของ Workday หรือรายงานดัชนีความคล่องตัวทางดิจิทัลของ IDC-Workday

ถามหาความรับผิดชอบ

เชื่อหรือไม่? เรื่อง นกแอร์ ลื่นไถลตกรันเวย์เมื่อวันที่ 30 ก.ค.65 อาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางด้านการบินของไทยได้เลย!