เอ๊ะยังไง! เก้าอี้ “ผบ.ตร.” หรือ “ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ” คนที่ 13 แห่ง “กรมปทุมวัน” ยิ่งใกล้คลอด ยิ่งใกล้ถึงวันประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ(ก.ต.ช.) เพื่อคัดเลือกผู้เหมาะสมดำรงตำแหน่ง
ผบ.ตร.คนใหม่
ต่อคิวจาก “บิ๊กปั๊ด”พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ที่จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 ก.ย.2565
ดูจะมีแรงเหวี่ยง ดูจะมีแรงสวิง ดูจะมีร่องรอย
“ฝุ่นตลบ”!!!
ทั้งๆที่ในช่วงโค้งสุดท้าย ชื่อ “บิ๊กเด่น”พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผบ.ตร. พุ่งทะยานแซงหน้าแคนดิเดตรายอื่นๆ
ด้วยแรงสนับสนุนที่ต่างก็รับรู้กันอยู่ว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา “บิ๊กเด่น” ทำงานเข้าตา “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และ“บิ๊กปั๊ด”พล.ต.อ.สุวัฒน์ อย่างมาก
ไม่น่าจะมีอะไรพลาด ไม่น่าจะมีใครมาแซงได้
เกือบทุกสำนักต่าง “ฟันธง” ผบ.ตร.คนที่ 13 ชื่อ “พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์”
ทว่าจู่ๆช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา มีบางสิ่งบางอย่างที่น่าสนใจ ในทำนองสัญญาณที่เคยหายไปเกือบเดือน เริ่มขยับ เริ่มมีการเชื่อมต่ออีกครั้ง พร้อมๆเสียงกระเส็นกระสาย ผูกสัมพันธ์เชื่อมโยง
“เซนต์คาเบรียลคอนเนคชั่น”!!!
ทำให้ชื่อ “บิ๊กรอย”พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. แคนดิเดตอีกราย ที่เคยดาวน์ ที่เคยเงียบไปพักใหญ่ เริ่มกลับมาส่องประกาย กลับมาเจิดจรัส
มีลุ้นเก้าอี้ “ผบ.ตร.” อีกครั้ง!!!
แต่ถึงจะปาดหน้า “บิ๊กเด่น” นั่งเก้าอี้ “ผบ.ตร.” หรือไม่ ณ ชั่วโมงนี้ คงเป็นอะไรที่ตอบยาก
เพราะภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีสิ่งใดที่ตํารวจไทยทําไม่ได้
แคนดิเดตทั้ง 2 ราย จากรั้วสามพราน ใครจะได้เป็น “ผบ.ตร.คนใหม่”
“บิ๊กเด่น”พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบงานความมั่นคง(มค.) นักเรียนเตรียมทหารรุ่น 22 และ นรต.รุ่น 38 เกษียณปี 2566 ปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร์จาก City University ประเทศสหรัฐอเมริกา, หลักสูตร Pacific Training Initiative (PTI) ของ F.B.I, หลักสูตรการควบคุมฝูงชน ของ Tacoma Police Department ประเทศสหรัฐอเมริกา
“บิ๊กรอย”พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบงานป้องกันปราบปราม (ปป.) นักเรียนเตรียมทหารรุ่น 24 และ นรต.รุ่น 40 เกษียณปี 2567 ปริญญาโท MPA จากสหรัฐอเมริกา,สูตรหลัก FBI จากสหรัฐอเมริกา, หลักสูตรสืบสวนจากสหรัฐอเมริกา-ออสเตรเลีย ระหว่างปี 2561-2564
ดูแล้วน่าจะสู้กันถึงฎีกา!!!
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อย่าขยันแค่ชิงเก้าอี้!
เมื่อตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ไม่ได้กำหนดกฎ กติกา "ล็อกสเปก" คุณสมบัติผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." แบบยึดเรียงลำดับอาวุโส หรือยึดแค่ความรู้ความสามารถ
นักวิ่งตาเป็นมัน!
โหมโรงแต่งตั้ง “นายพลสีกากี” รวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม กันตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย. หลัง ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แม่ทัพใหญ่สีกากี ขยับปากกาลงนามประกาศลำดับอาวุโสระดับ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และรอง จตช. ลงมาถึง รอง ผบก. ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในแต่ละระดับครั้งที่ 1
โหมโรงชิง 'ผบ.ตร.'
หากยึดตามคำสัมภาษณ์ โฆษกตำรวจ-พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ หลังประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.
‘ตั้งนอกวาระ’ หัวทิ่ม!
เข้าใจวงประชุม ก.ตร. ที่นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล มานั่งหัวโต๊ะประธาน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ต้องถอนวาระแต่งตั้งข้าราชการตำรวจนอกวาระประจำปี ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเสนอชื่อ พล.ต.ท. นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) โรงพยาบาลตำรวจ ขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร.
ปี๊บคลุมหัวตำรวจ
อุ้ย! ขาสั่น มือสั่น ไม่กล้าจะเขียนถึง "ตำรวจโจร" ที่อาศัยเครื่องแบบ อาศัยกฎหมายในมือไปทำผิดเยี่ยงโจร กลัวจะต้องขึ้นโรง ขึ้นศาล ได้ไปกินข้าวผัด ได้ไปกินโอเลี้ยง
แก้หนี้ ตร.กี่โมง
ต้องตั้งคำถามตัวโตๆ อีกครั้ง "หนี้สินตำรวจ" จะแก้กันได้กี่โมง หลังจากได้ยิน ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้นำตำรวจ พูดตอนหนึ่งในระหว่างเป็นประธานการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำชับด้านสวัสดิการสั่งปรับปรุงระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจทั่วประเทศ


