
จากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ราคาอาหารสดบางชนิดในท้องตลาดก็ปรับตัวเพิ่มขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้มอบหมายทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลกลไกราคาสินค้าต่างๆ ให้พิจารณาดำเนินแนวทางเพื่อดูแลค่าครองชีพของประชาชนในระยะนี้ ดูแลความสามารถในการใช้จ่ายของประชาชนให้ต่อเนื่องในช่วงการฟื้นฟูเศรษฐกิจจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
ซึ่งขณะนี้พบว่ามีหลายหน่วยงานก็ได้ให้นโยบายหน่วยงานภายใต้การดูแลออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือประชาชนแล้ว
โดยในส่วนของกระทรวงคมนาคมได้หาแนวทางช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนในช่วงที่ราคาน้ำมันสูงขึ้น ซึ่งล่าสุดบริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ได้ขยายเวลาโครงการ “บขส.วิถีใหม่ห่างไกล Covid-19 ฉีดวัคซีน 2 เข็ม ลด 20%” จนถึงวันที่ 30 พ.ย.2564
โดย บสข.จะให้ส่วนลด 20% สำหรับค่าโดยสาร (ไม่รวมค่าธรรมเนียม) ให้กับผู้ใช้บริการที่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบ 2 เข็ม และเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง โดยผู้ใช้บริการสามารถชำระค่าโดยสาร บขส.ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังได้ที่ช่องจำหน่ายตั๋วของ บขส.ทั่วประเทศ แต่สิทธิ์ดังกล่าวไม่สามารถใช้กับการจองตั๋วล่วงหน้าได้
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกระทรวงคมนาคมล่าสุด นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ได้หารือร่วมกับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) โดยมี ปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการบริหาร นายพงษ์สฤษดิ์ ตันติสุวณิชย์กุล กรรมการบริหาร เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ในการกำหนดมาตรการเยียวยาให้กับประชาชนจากกรณีการปรับอัตราค่าผ่านทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ตามสัญญาสัมปทาน ในวันที่ 15 ธ.ค.2564 ที่จะมาถึงนี้
สืบเนื่องจากในปัจจุบันสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอันเป็นผลกระทบมาจากโควิด-19 อาจส่งผลกระทบต่อภาระค่าครองชีพของประชาชนผู้ใช้ทางพิเศษ โดยจากผลการประชุมหารือครั้งนี้ เห็นควรให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) และ BEM มีแนวทางการกำหนดมาตรการเยียวยาให้กับประชาชน เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนอันอาจเกิดขึ้น ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลได้แสดงความห่วงใยต่อกรณีการปรับค่าผ่านทางดังกล่าว จึงขอให้ทางบริษัท BEM ได้พิจารณาให้ความร่วมมือกับภาครัฐ และช่วยเหลือประชาชนโดยการออกมาตรการในการส่งเสริมการตลาด หรือชะลอการขึ้นค่าผ่านทางที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 15 ธ.ค.2564 นี้ด้วย
การพูดคุยเป็นไปได้ด้วยดี โดยผู้แทนบริษัท BEM ได้ช่วยออกมาตรการส่งเสริมทางการตลาด เพื่อมิให้ประชาชนได้รับผลกระทบต่อการปรับขึ้นค่าผ่านทางในช่วงดังกล่าว โดยออกเป็นลักษณะของการส่งเสริมการตลาด หรือ Promotion ในรูปแบบผู้ใช้ทางที่ใช้คูปองชำระค่าผ่านทางในอัตราราคาเดิมที่ใช้อยู่ เป็นระยะเวลา 1 ปี (15 ธ.ค.2564-15 ธ.ค.2565) โดยทาง BEM จะทำหนังสือยืนยันมาตรการดังกล่าวแจ้งมายังการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เพื่อประชาสัมพันธ์ผู้ใช้ทางพิเศษในช่วงดังกล่าวต่อไป
นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการนำระบบเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (M-Flow) บนทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 9 ที่ด่านทับช้าง 1 ด่านทับช้าง 2 ด่านธัญบุรี 1 และด่านธัญบุรี 2 รวมถึงทางพิเศษฉลองรัช ที่ด่านจตุโชติ ด่านสุขาภิบาล 5-1 และด่านสุขาภิบาล 5-2 ของ กทพ.ในอนาคต โดยเปิดทดลองใช้เสมือนจริงแบบครบวงจรในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา
แน่นอนว่ากรมทางหลวงยังได้เตรียมโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อจูงใจให้ประชาชนเข้ามาใช้ระบบ ซึ่งเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนในช่วงเวลาที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด เป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีและกระทรวงคมนาคม ว่าจะต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ก็ต้องมาลุ้นกันว่าหลังจากนี้กระทรวงคมนาคมจะออกมาตรการอะไรมาอีกเพื่อช่วยเหลือประชาชนในการลดค่าครองชีพต่อไป.
กัลยา ยืนยง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฝากการบ้านรัฐบาล
โฉมหน้าของรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีมีผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุน พร้อมกันนี้อยากเห็นการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อให้การบริหารประเทศและการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง
เปิดเทรนด์และนิยาม‘การท่องเที่ยว’ปี69
การเดินทางเป็นเรื่องเฉพาะตัวมาโดยตลอด ทว่าในปี 2569 การเดินทางจะเปลี่ยนไปจากแผนการเดินทางเดียวที่เข้ากับผู้ร่วมทริปทุกคนให้เป็นแผนการเดินทางที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น
ถึงเวลาพลิกฟื้น‘เอสเอ็มอี’
ท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจที่เปราะบาง เศรษฐกิจไทยในปี 2569 ถูกประเมินว่าจะเติบโตเพียง 1.8% สะท้อนการชะลอตัวที่ชัดเจนและต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม ASEAN-6 โดยเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่อัตราการเติบโตอาจต่ำกว่า 2%
ญี่ปุ่นไม่ถอยชูไทยฐานหลักในอาเซียน
ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังผันผวน ทั้งจากสงครามการค้า นโยบายประเทศมหาอำนาจ และความไม่แน่นอนรอบด้าน การตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนต่างชาติถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า “ประเทศไหนยังน่าเชื่อถือ”
‘LISA Effect’บูมท่องเที่ยวไทย
ปัจจุบัน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญ ท่ามกลางพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ควบคู่กับแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์
ปี69อุตฯยานยนต์ยังเหนื่อย
ในช่วง 2-3 ปีนี้ อุตสาหกรรมรถยนต์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี จากเครื่องยนต์สันดาปไปสู่ไฟฟ้ามากขึ้นและเป็นไปอย่างรวดเร็ว ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่มีความผันผวนจากปัจจัยท้าทายรอบด้าน

