แนวคิดญี่ปุ่นมีอาวุธนิวเคลียร์ของตนเอง

     ไม่ว่าเป้าหมายลึกๆ ของญี่ปุ่นคืออะไร ตลอดเวลาที่ผ่านมารัฐบาลญี่ปุ่นมักจะอ้างว่าอยากมีอาวุธนิวเคลียร์เพื่อป้องปรามเกาหลีเหนือ และเอ่ยถึงภัยจากจีนมากขึ้น ยึดเป้าหมายที่มีมาเนิ่นนานคือคาบสมุทรเกาหลีปลอดนิวเคลียร์ ตีความตรงๆ ว่าทั้งเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ต้องไม่มีนิวเคลียร์

     ทุกวันนี้ทางการเกาหลีเหนือประกาศว่าตนมีอาวุธนิวเคลียร์เพื่อป้องกันสหรัฐ รัฐบาลสหรัฐยอมรับเช่นนั้น ไม่กี่วันก่อนออกข่าวทดสอบระบบปล่อยนิวเคลียร์ขนาดเล็ก (tactical nuclear)

ภาพ: ขีปนาวุธจรวดร่อน Type 12 ของญี่ปุ่น
เครดิตภาพ: https://nihonkoku-shoukan.fandom.com/wiki/Type-12_Surface-to-Ship_Missile

หากวันใดที่เกาหลีใต้มีอาวุธนิวเคลียร์ด้วย ยิ่งไม่มีเหตุผลที่เกาหลีเหนือจะปลดอาวุธของตน โอกาสที่คาบสมุทรจะปลอดนิวเคลียร์แทบจะกลายเป็นแค่ความฝัน

แนวคิดญี่ปุ่นมีนิวเคลียร์:

     ถ้าเกาหลีใต้มีอาวุธนิวเคลียร์ของตัวเอง รัฐบาลญี่ปุ่นคงไม่นิ่งเฉย จะขอมีอาวุธนิวเคลียร์ของตัวเองบ้าง โดยอ้างหลักการเดียวกัน คือ ไม่หวังพึ่งพาการป้องกันจากสหรัฐ จะมั่นคงกว่าถ้ามีนิวเคลียร์ของตัวเอง

     แม้ทั้งคู่เป็นประเทศเสรีประชาธิปไตย ต่างเป็นพันธมิตรทางทหารกับสหรัฐ มีภัยคุกคามร่วมหลายอย่าง 2 ประเทศมีความขัดแย้งคู่ความร่วมมือ มีความขัดแย้งที่ยืดเยื้อตั้งแต่สมัยญี่ปุ่นยึดเกาหลีเป็นอาณานิคม แม้เรื่องราวจะผ่านมาเนิ่นนานกว่าศตวรรษก็ยังเป็นประเด็นร้อนจนบัดนี้ ทุกวันนี้รัฐบาลทั้ง 2 ฝ่ายต่างไม่วางใจกันและกัน มองอีกฝ่ายในเชิงลบ ลามไปถึงการค้าการลงทุน ความขัดแย้งเล็กๆ อาจบานปลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันที ข้อนี้จะเป็นอีกเหตุผลที่หากประเทศหนึ่งมีนิวเคลียร์อีกประเทศจะขอมีด้วย

     ถ้าไปถึงจุดนั้นจะกลายเป็นว่าทั้งภูมิภาคจะเต็มด้วยนิวเคลียร์ ทำนองอินเดียกับปากีสถานที่ต่างพัฒนาอาวุธรุ่นใหม่ๆ เป็นประเด็นที่น่าคิดว่า เมื่อประเทศเสรีประชาธิปไตยอย่างเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นต่างมีอาวุธนิวเคลียร์ของตัวเอง ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกจะเป็นอย่างไร โลกจะเป็นอย่างไร

     ย้อนหลังเมื่อญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลสหรัฐตั้งใจลดขีดความสามารถกองทัพญี่ปุ่น จึงตีกรอบรัฐธรรมนูญญี่ปุ่นให้มีกองทัพเพื่อ “defense-only defense” แต่นับวันแนวคิดปรับแก้รัฐธรรมนูญแรงขึ้น ให้ประเทศอยู่ในสภาพเฉกเช่นประเทศปกติทั่วไป อันหมายถึงมีกองทัพเหมือนประเทศอื่นๆ และหากพิจารณาตามบริบทจะต้องมีกองทัพที่เข้มแข็ง สามารถต่อต้านภัยคุกคามอย่างจีน ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติญี่ปุ่นเอ่ยถึงข้อนี้เป็นประจำ เพิ่มงบกลาโหมเพื่อจีนโดยเฉพาะ พัฒนาอาวุธใหม่ๆ เช่น สิงหาคม 2022 ญี่ปุ่นประกาศพัฒนาขีปนาวุธจรวดร่อน Type 12 รุ่นใหม่ที่มีพิสัย 1,000 กิโลเมตร สำหรับยิงเรือรบและเป้าหมายตามแนวชายฝั่งจีน

     การมีอาวุธนิวเคลียร์เพื่อต้านจีนจึงไม่ใช่เรื่องแปลก

     สิงหาคม 2022 ฟูมิโอะ คิชิดะ (Fumio Kishida) นายกฯ ญี่ปุ่นประกาศเตรียมเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ทุกเครื่องอีกครั้ง พร้อมแผนสร้างเตาปฏิกรณ์รุ่นใหม่ มุ่งหน้าใช้พลังงานนิวเคลียร์เต็มที่ แม้จะเกิดเหตุโศกนาฏกรรมจากเตาปฏิกรณ์ Fukushima Daiichi เมื่อปี 2011

     ญี่ปุ่นต้องนำเข้าพลังงานจำนวนมาก เป็นเหตุขาดดุลมหาศาลเมื่อราคาพลังงานฟอสซิลถีบตัวสูง การใช้พลังงานนิวเคลียร์เป็นทางเลือกหนึ่ง (แม้เสี่ยงอันตราย) อีกเหตุผลที่เป็นไปได้คือ ลึกๆ แล้วญี่ปุ่นหวังสร้างอาวุธนิวเคลียร์ของตนเอง

     ที่สุดแล้วความคิดเห็นของชาวญี่ปุ่นคือองค์ประกอบสำคัญที่สุด ชาวญี่ปุ่นจะต้องสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญและมีอาวุธนิวเคลียร์ของตัวเอง ซึ่งจนล่าสุดเสียงสนับสนุนยังมีไม่มากพอ ในระหว่างนี้เทคนิคที่ฝ่ายขวาทำคือ ส่งเสริมปลูกฝังลัทธิชาตินิยม แก้ไขตำราเรียน (ลดทอนประวัติศาสตร์ที่พ่ายแพ้ มุ่งสร้างความภาคภูมิใจ) เพื่อคนญี่ปุ่นจะสนับสนุนแนวทางฝ่ายขวา ยกภัยคุกคามจากจีน เกาหลีเหนือ ซึ่งสมเหตุผลไม่น้อย

     ระบบการป้องกันประเทศญี่ปุ่นผูกติดกับกองทัพสหรัฐมานานแล้ว รวมถึงการถูกโจมตีด้วยนิวเคลียร์ แต่สถานการณ์บางครั้งน่าสงสัยว่าไว้ใจรัฐบาลสหรัฐได้แค่ไหน

     ผลโพลกุมภาพันธ์ 2019 คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่เห็นว่าสหรัฐคือภัยคุกคามที่น่ากลัวสุด รองมาคือภาวะโลกร้อน การโจมตีทางไซเบอร์ รัฐบาลทรัมป์เป็นเหตุให้คนญี่ปุ่นคิดเช่นนั้น เพราะดูเหมือนทรัมป์จะไม่ยึดมั่นข้อตกลงที่มีอยู่ ทรัมป์เป็นปรากฏการณ์ในบางห้วงเวลาที่แสดงความไม่แน่นอน อาจตีความว่าเป็นเฉพาะรัฐบาลเท่านั้น แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลสหรัฐในอนาคตจะไม่เป็นเช่นนี้อีก

     ลึกๆ แล้วสมาชิกพรรค LDP บางคนมีจุดยืนต่อต้านทั้งจีนกับสหรัฐ คิดว่าญี่ปุ่นต้องพึ่งพาตนเองในการป้องกันประเทศ พันธมิตรญี่ปุ่น-สหรัฐไม่มั่นคงอย่างที่เห็น ญี่ปุ่นต้องมีอาวุธนิวเคลียร์ของตัวเอง

ญี่ปุ่นที่เป็นมหาอำนาจอีกครั้ง:

     ต้นทศวรรษ 1900 รัสเซียต้องการขยายอิทธิพลลงมาทางใต้เพื่อหาเมืองท่าและทางออกทะเลในเขตน่านน้ำอบอุ่น 1904-05 ญี่ปุ่นทำสงครามกับรัสเซียและเป็นฝ่ายชนะ เป็นชัยชนะครั้งแรกที่กองทัพของชนชาติเอเชียเอาชนะยุโรป เกียรติภูมิกองทัพญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างมาก ชาติมหาอำนาจอื่นๆ ยอมรับว่าญี่ปุ่นเป็นอีกชาติมหาอำนาจหนึ่งของโลก

     ชัยชนะในสงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่นครั้งนี้สร้างขวัญกำลังใจแก่คนญี่ปุ่นอย่างมาก เกิดความฮึกเหิมอยากจะยึดครองจีน หวังเป็นชาติมหาอำนาจของเอเชียในต้นศตวรรษที่ 20

     ณ ปัจจุบัน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลภัยคุกคามจากจีน รัฐบาลสหรัฐที่วางใจไม่ได้ ญี่ปุ่นมีศักยภาพเป็นมหาอำนาจ ที่ยังขาดอยู่คือขาดกองทัพที่ยิ่งใหญ่มากพอ การที่รัฐบาลสหรัฐเปิดทางให้ญี่ปุ่นร่วมต้านจีนเป็นโอกาสสำคัญที่ญี่ปุ่นจะมีกองทัพแบบชาติมหาอำนาจ ในการนี้จำต้องมีอาวุธนิวเคลียร์ของตนเอง

     ปี 2012 นายกฯ ชินโซ อาเบะ (Shinzo Abe, 2006–07, 2012–20) เห็นควรปรับรัฐธรรมนูญที่จำกัดกองทัพ หวังให้กองทัพกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง พยายามผลักดันเรื่องนี้เป็นยุทธศาสตร์แม่บท (grand strategy) ฉบับใหม่

     หรืออาจตีความว่ากองทัพญี่ปุ่นกับพันธมิตรต้องมีพลังอำนาจมากพอจนจีนไม่กล้าประกาศปิดเส้นทางเดินเรือเดินอากาศในทะเลจีนใต้ เป็นเรื่องความอยู่รอดของชาติโดยแท้

     ในขณะที่สังคมญี่ปุ่นสนใจเรื่องการฟื้นฟูชาติให้อยู่ในฐานะเหมือนประเทศทั่วไป นักการทหารเอ่ยถึงอาวุธนิวเคลียร์ รายงาน Ground-Based Intermediate-Range Missiles in the Indo-Pacific ของ RAND เมื่อปี 2022 ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐคิดติดตั้งขีปนาวุธพิสัยกลางใน 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น เป็นเวลานานแล้วที่นโยบายการทหารญี่ปุ่นผูกกับนโยบายของสหรัฐ ปัจจุบันมีทหารอเมริกันประจำการในญี่ปุ่นราว 54,000 นาย ทั้งจากกองทัพเรือ นาวิกโยธิน และกองทัพอากาศ ถ้าคิดว่าที่สุดแล้วกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นจะร่วมหัวจมท้ายกับกองทัพอเมริกัน การสู้ด้วยอาวุธนิวเคลียร์ย่อมอยู่ในพิสัยที่ควรเตรียมพร้อม นอกจากนี้ญี่ปุ่นอยู่ในตำแหน่งที่ดีสามารถโจมตีได้ทั้งจีน เกาหลีเหนือ และเป้าหมายทางตะวันออกไกลของรัสเซีย ครอบคลุมพื้นที่ทางทะเลกว้างใหญ่

     แนวคิดติดตั้งขีปนาวุธพิสัยกลางที่ว่าเป็นอาวุธของสหรัฐ แต่หากญี่ปุ่นจะสร้างของตัวเองย่อมเป็นทางเลือกหนึ่งเช่นกัน (เหมือนกับเกาหลีใต้)

NPT สั่นคลอนหนัก:

     เป้าหมายแต่แรกของสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (Nuclear Non-Proliferation Treaty: NPT) คือจำกัดอาวุธนิวเคลียร์ให้อยู่ในมือ 5 ประเทศเท่านั้น นั่นคือสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติทั้ง 5 ประเทศ ต้นปี 2022 มีกว่า 190 ประเทศได้ลงนามในสนธิสัญญานี้ ด้านอินเดีย ปากีสถานและอิสราเอล (ที่มีอาวุธนิวเคลียร์หรือที่ถูกชี้ว่ามี) ไม่ยอมรับสนธิสัญญาดังกล่าว ส่วนเกาหลีเหนือถอนตัวออกไปเมื่อมกราคม 2003 หากเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นนับรวมเข้าอยู่ใน “nuclear club” จะยิ่งสั่นคลอน NPT เมื่อถึงตอนนั้นคงมีอีกหลายประเทศที่ขอแสดงความจำนงเข้าร่วม “nuclear club” นี้

     จะเห็นว่ายิ่งวิเคราะห์กว้างออกไปเพียงไร ความวุ่นวายปั่นป่วนจะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

     เรื่องราวแนวคิดญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ที่อยากมีอาวุธนิวเคลียร์สะท้อนสถานการณ์โลกที่ตึงเครียดกว่าเดิม ไม่ว่าจะเรียกว่าเป็นสงครามเย็นใหม่หรือไม่ ข้อเท็จจริงคือการแบ่งขั้วตามมหาอำนาจกำลังรุนแรงขึ้น อาจอธิบายว่าสถานการณ์พาไปหรือชาติมหาอำนาจกดดันให้เลือกข้าง ในแง่การป้องกันประเทศการมีอาวุธนิวเคลียร์ยังเป็นเครื่องมือป้องปรามสงครามใหญ่ได้ดี ญี่ปุ่นเป็นอีกประเทศที่คิดเช่นนี้ นี่ยังไม่รวมแนวคิดญี่ปุ่นอยากกลับมาเป็นชาติมหาอำนาจอีกครั้ง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Global Risk Report 2023:มหันตภัยโลก

ความเป็นไปของธรรมชาติสัมพันธ์กับความมั่นคงแห่งชาติ การหยุดโลกร้อนกับการอยู่เย็นเป็นสุขเป็นเรื่องเดียวกัน

Oxfam: ทางรอดของอภิมหาเศรษฐี

หากไม่แก้ความเหลื่อมล้ำจะนำสู่หายนะทางเศรษฐกิจสังคม ร้ายแรงที่สุดคือล้มล้างการทางเมือง ทางออกที่ควรจะเป็นคือเก็บภาษีพวกเศรษฐีพันล้าน ไม่ขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ฯลฯ

'มาร์กอส จูเนียร์'ฟื้นสัมพันธ์ฟิลิปปินส์-จีน

สัมพันธ์ฟิลิปปินส์-จีนภายใต้รัฐบาลชุดนี้จะเป็นไปด้วยดีแต่ไม่ทิ้งสหรัฐ เพียงแต่รัฐบาลสหรัฐไม่อาจแทรกแซงข้อพิพาททะเลจีนใต้โดยยืมมือมาร์กอส จูเนียร์

รัฐบาลเนทันยาฮูล่าสุดกับประเด็นอ่อนไหว

เนทันยาฮูเป็นนายกฯ มาแล้วหลายสมัย แต่รอบนี้แตกต่างเพราะพรรคร่วมเป็นขวาจัด ส่อแววขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน และดูเหมือนว่ารัฐบาลชุดใหม่วางแผนล่วงหน้า

สัมพันธ์จีน-ซาอุฯหน้าใหม่สู่โลกพหุภาคี

จีนไม่ใช่ผู้ส่งออกพลังงานรายใหญ่แต่กำลังเข้าไปมีส่วนร่วมกิจการด้านพลังงานของซาอุฯ โดยที่รัฐบาลซาอุฯ เปิดทางให้อุตสาหกรรมพลังงาน ซาอุฯ จึงร่วมมือกับชาติตะวันตกและจีนพร้อมกัน