การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน และการตั้งวงสนทนากับ “คู่เจรจา” ที่กรุงพนมเปญ กัมพูชา ในช่วงวันที่ 12-13 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีหลายแง่มุมที่ควรจะย้อนกลับไปอ่านทำความเข้าใจ
โดยเฉพาะท่าทีลีลาของมหาอำนาจ เช่น สหรัฐฯ และจีนต่ออาเซียน
สังเกตได้ว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ และนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง ของจีน ต่างก็แสดงความมุ่งมั่นที่จะแสดงความเป็นมิตรและหุ้นส่วนกับอาเซียนอย่างชัดเจน
สะท้อนถึงการที่มหาอำนาจทั้ง 2 แข่งกันสานประโยชน์กับอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม
เพราะจะว่าไปแล้ว อาเซียนวันนี้เป็นกลุ่มก้อนของประเทศในเอเชียที่มีเสถียรภาพมากที่สุด
อีกทั้งยังเป็นกลุ่มประเทศที่ไม่มีความขัดแย้งโดยตรงกับมหาอำนาจใด
และพร้อมจะเสนอตัวเป็นสะพานเพื่อเชื่อมโยงประเทศต่างๆ ที่มีความขัดแย้งกันอยู่
แม้ว่าอาเซียนเองจะมีปัญหาของความเป็นเอกภาพในหลายๆ ประเด็นระดับโลก และยังต้องหาทางออกจากวิกฤตพม่าอย่างเป็นรูปธรรม แต่ในภาพรวมแล้วอาเซียนก็ยังมี “เสน่ห์” ของความเป็นกลไกภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคนี้อย่างปฏิเสธไม่ได้
ผมสนใจคำกล่าวของนายกฯ หลี่ เค่อเฉียง ของจีนต่ออาเซียนในประเด็นต่างๆ ที่สะท้อนถึงความคาดหวังและแนวทางของจีนต่อกลุ่มประเทศนี้
จึงขอนำเอาคำปราศรัยของนายกฯ จีนที่สถานทูตจีนประจำประเทศไทยได้ถอดความเป็นภาษาไทยบันทึกไว้เป็นหลักฐานเพื่อการวิเคราะห์จุดยืนของปักกิ่งต่ออาเซียน
และเพื่อนำไปเปรียบเทียบกับท่าทีของสหรัฐฯ ต่ออาเซียนในโอกาสต่อไป
เนื้อหาของคำปราศรัยวันนั้นบอกว่าอย่างนี้
เช้าวันที่ 13 พฤศจิกายน 2565 ตามเวลาท้องถิ่น นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง เข้าร่วมการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 17 ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา
นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง กล่าวว่า สถานการณ์ระหว่างประเทศและระดับภูมิภาคในปัจจุบันมีความซับซ้อน ความท้าทายที่เกิดจากความเสี่ยงด้านพลังงาน อาหาร และการเงินเกิดขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง
ในเวลาเดียวกัน ภูมิภาคนี้ยังคงรักษาสันติภาพและเสถียรภาพโดยภาพรวม และการบูรณาการทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคก็ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดระบบห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานที่มั่นคง เสียงเรียกร้องสันติภาพและการพัฒนาของประชาชนในภูมิภาคมีความเข้มแข็งมากขึ้น ดังนั้นประเทศต่างๆ ในภูมิภาคควรเคารพซึ่งกันและกัน กระชับความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อรับมือกับความเสี่ยงและความท้าทาย นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง เสนอข้อเสนอ 3 ข้อ ดังนี้
ประการแรก ยึดมั่นในหลักการประสานยุทธศาสตร์และดำเนินการปฏิสัมพันธ์ที่สร้างสรรค์ ในฐานะเป็นฟอรัมเชิงยุทธศาสตร์ที่นำโดยผู้นำ
การประชุมสุดยอดควรกลายเป็นเวทีสำหรับการเจรจาพูดคุย และมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการเจรจาและการปรึกษาหารือระหว่างประเทศในภูมิภาค เพิ่มเพิ่มพูนความไว้วางใจซึ่งกันและกัน และจัดการกับความแตกต่างอย่างเหมาะสม ไม่ควรสร้างความแตกแยกและไม่ควรอย่างยิ่งที่จะเดินไปสู่การปะทะกัน จีนยินดีที่จะทำงานร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการขยายและกระชับความร่วมมือเชิงปฏิบัติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และร่วมกันทำให้รากฐานแห่งสันติภาพและเสถียรภาพที่ยั่งยืนในเอเชียตะวันออกให้มีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น
ประการที่สองคือ การยึดมั่นในความร่วมมือที่เอื้อประโยชน์ร่วมกัน และร่วมมือกับความเสี่ยงและความท้าทาย ยึดมั่นในทิศทางที่ถูกต้องของโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจ ยึดมั่นการเปิดเสรีและการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน ดำเนินการตามข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมระดับภูมิภาค รักษาความปลอดภัย ความมั่นคง และความราบรื่นของห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน และส่งเสริมกระบวนการรวมกลุ่มเศรษฐกิจของภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง รักษาความมั่นคงด้านพลังงานและอาหาร ร่วมกันแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสภาพแวดล้อมทางนิเวศวิทยา และส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนของภูมิภาค
ประการที่สามคือ การยึดมั่นในหลักการส่งเสริมความเป็นศูนย์กลางของอาเซียนและสร้างกรอบระดับภูมิภาคที่ครอบคลุม กรอบความร่วมมือเอเชียตะวันออกที่นำโดยอาเซียนครอบคลุมผลประโยชน์ของทุกฝ่าย และสอดคล้องกับความเป็นจริงในภูมิภาค
กรอบนี้สามารถปรับให้เหมาะสมและปรับปรุงอย่างต่อเนื่องตามการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ แต่ศูนย์กลางของอาเซียนซึ่งเป็นฐานรากจะไม่สั่นคลอน ทุกฝ่ายควรสนับสนุนบทบาทผู้นำของอาเซียนในความร่วมมือในเอเชียตะวันออก จีนสนับสนุนการธำรงไว้ซึ่งเอกภาพและความร่วมมือของอาเซียน และประชาคมระหว่างประเทศควรสร้างสภาพแวดล้อมภายนอกที่เอื้ออำนวยสำหรับสิ่งนี้ด้วย
นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง กล่าวว่า การปกป้องเสรีภาพในการเดินเรือในทะเลจีนใต้เป็นผลประโยชน์ร่วมกันของทุกฝ่าย ในฐานะผู้ค้าสินค้ารายใหญ่ที่สุด 60% ของการค้าของจีนผ่านทะเลจีนใต้ จีนมีจุดยืนชัดเจนว่าจะรักษาสันติภาพ เสถียรภาพของทะเลจีนใต้ และเส้นทางการเดินเรือที่ปราศจากสิ่งกีดขวางในทะเลจีนใต้ จีนยินดีที่จะเร่งผลักดันการหารือ "จรรยาบรรณในทะเลจีนใต้" (COC) โดยเร็วตามจิตวิญญาณของประกาศจรรยาบรรณในทะเลจีนใต้ (DOC) ที่ลงนามไปแล้ว ซึ่งมีผลบังคับใช้ 20 ปี และหลักการกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งรวมไปถึงอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล สนับสนุนประเทศในภูมิภาคในการสร้างทะเลจีนใต้ให้เป็นทะเลแห่งสันติภาพ มิตรภาพ และความร่วมมือ
นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง เน้นย้ำว่าความสำเร็จในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจีนในช่วง 40 ปีที่ผ่านมาของการปฏิรูปและการเปิดประเทศนั้นได้รับประโยชน์จากสภาพแวดล้อมภายนอกที่สงบสุข และสภาพแวดล้อมในภูมิภาคที่มีเสถียรภาพ ซึ่งสอดคล้องกับผลประโยชน์หลักของจีน จีนดำเนินนโยบายการต่างประเทศที่ยึดมั่นในหลักการสันติภาพ อิสรภาพอย่างแน่วแน่ ยึดมั่นในวิถีแห่งการพัฒนาอย่างสันติ ดำเนินยุทธศาสตร์การเปิดประเทศที่เอื้อประโยชน์ร่วมกันอย่างแน่วแน่ สร้างโอกาสสำหรับการพัฒนาของทุกประเทศในโลกผ่านการพัฒนาของจีนเอง จีนยินดีที่จะเสริมสร้างการเจรจาและความร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อร่วมกันสร้างบ้านสวนที่สวยงามของเอเชียตะวันออก และร่วมกันรักษาสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองของโลก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


