ภารกิจเสร็จสิ้นเรียบร้อย การอำนวยความปลอดภัยและการจราจรช่วงการประชุมเอเปกที่ผ่านมา “ผบ.เด่น” พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ แม่ทัพใหญ่สีกากี พร้อมตำรวจทุกนายที่ร่วมปฏิบัติงาน
ได้รับคำชื่นชมจากทุกฝ่าย
โดยเฉพาะ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม วันที่มานั่งเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ช่วงท้ายได้ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกระดับในการปฏิบัติหน้าที่ จนประสบความสำเร็จ
พร้อมให้กำลังใจตำรวจทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง
เมื่อเสร็จสิ้นการประชุมเอเปก ตามเงื่อนไข ก.ตร.ที่อนุมัติให้ขยายระยะเวลาการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในระดับ รองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) ถึงสารวัตร (สว.) หรือ “นายพัน” วาระประจำปี 2565
จากเดิมที่ต้องเสร็จสิ้นภายใน 30 พ.ย. ออกไปเป็นให้แล้วเสร็จภายใน 31 ธ.ค.65 หลีกทางให้การประชุม “เอเปก” เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
พอทุกอย่างเรียบร้อยเข้าสู่เดือนธันวาคม ก็ถึงคิว "กรมปทุมวัน" ปรับโหมดเข้าสู่การแต่งตั้ง “นายพัน” ที่เหล่าสีกากีรอคอย
ขั้นตอนการแต่งตั้ง ตอนนี้ผ่านพ้นการดำเนินงานทางธุรการเบื้องต้น ที่สำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประกาศลำดับอาวุโส ระดับ รอง ผบก.-สว. ไปเป็นที่เรียบร้อย ทั้ง 2 รอบ
รอเพียงหนังสือสั่งการจัดทำบัญชีแต่งตั้ง “นายพัน” วาระประจำปี 2565 หรือที่มักเรียกกันว่า “กฎเหล็ก” จาก “ผบ.เด่น” เท่านั้น
ทั้งวัน ว. เวลา น. ในแต่ละขั้นตอนการจัดทำบัญชี ข้อมูลตำรวจที่ต้องหาหรือถูกฟ้อง คดีอาญา คดีแพ่ง หรือคดีปกครอง หรือถูกดำเนินการทางวินัย หรือถูกดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง หรือข้อมูลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือคณะกรรมการ ป.ป.ท.ชี้มูลความผิด
ข้อมูลตำรวจที่เกี่ยวข้องกรณีมีการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 22/2558 ลง 22 ก.ค.58 เรื่อง มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทาง และการควบคุมสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายสถานบริการ เป็นต้น
จากนั้นทุก "กองบัญชาการ" และหน่วยขึ้นตรง ตร. ก็ได้ฤกษ์จัดทำบัญชีแต่งตั้ง รอง ผบก.-สว.
และจะเป็นการแต่งตั้งระดับ “นายพันสีกากี” ครั้งสุดท้ายที่จะยึดตามเกณฑ์การแต่งตั้งตาม พ.ร.บ.ตำรวจฉบับเก่า เพราะหลังผ่านพ้น 180 วัน จากที่ พ.ร.บ.ตำรวจฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ หรือประมาณเดือน ม.ค.66 ไปแล้ว เกณฑ์การแต่งตั้งตำรวจจะต้องใช้แบบใหม่
หลักเกณฑ์แต่งตั้ง “สว.-รอง ผบก.” ปีนี้ จึงยังคงยึดหลักเกณฑ์แต่งตั้งปี 2561 ตามเดิม คือ การเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นใช้หลักอาวุโส 33% ที่เหลือเป็นความรู้ ความสามารถ
เช่นเดียวกับสูตรการครองตำแหน่งเพื่อเลื่อนสูงขึ้น รอง สว. เลื่อนเป็น สว. ต้องครองตำแหน่งอย่างน้อย 7 ปี สว. เลื่อนเป็น รอง ผกก. ต้องครองตำแหน่งอย่างน้อย 6 ปี รอง ผกก. เลื่อนเป็น ผกก. ต้องครองตำแหน่งอย่างน้อย 4 ปี ผกก. เลื่อนเป็น รอง ผบก. ต้องครองตำแหน่งอย่างน้อย 5 ปี.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อย่าขยันแค่ชิงเก้าอี้!
เมื่อตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ไม่ได้กำหนดกฎ กติกา "ล็อกสเปก" คุณสมบัติผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." แบบยึดเรียงลำดับอาวุโส หรือยึดแค่ความรู้ความสามารถ
นักวิ่งตาเป็นมัน!
โหมโรงแต่งตั้ง “นายพลสีกากี” รวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม กันตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย. หลัง ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แม่ทัพใหญ่สีกากี ขยับปากกาลงนามประกาศลำดับอาวุโสระดับ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และรอง จตช. ลงมาถึง รอง ผบก. ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในแต่ละระดับครั้งที่ 1
โหมโรงชิง 'ผบ.ตร.'
หากยึดตามคำสัมภาษณ์ โฆษกตำรวจ-พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ หลังประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.
‘ตั้งนอกวาระ’ หัวทิ่ม!
เข้าใจวงประชุม ก.ตร. ที่นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล มานั่งหัวโต๊ะประธาน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ต้องถอนวาระแต่งตั้งข้าราชการตำรวจนอกวาระประจำปี ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเสนอชื่อ พล.ต.ท. นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) โรงพยาบาลตำรวจ ขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร.
ปี๊บคลุมหัวตำรวจ
อุ้ย! ขาสั่น มือสั่น ไม่กล้าจะเขียนถึง "ตำรวจโจร" ที่อาศัยเครื่องแบบ อาศัยกฎหมายในมือไปทำผิดเยี่ยงโจร กลัวจะต้องขึ้นโรง ขึ้นศาล ได้ไปกินข้าวผัด ได้ไปกินโอเลี้ยง
แก้หนี้ ตร.กี่โมง
ต้องตั้งคำถามตัวโตๆ อีกครั้ง "หนี้สินตำรวจ" จะแก้กันได้กี่โมง หลังจากได้ยิน ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้นำตำรวจ พูดตอนหนึ่งในระหว่างเป็นประธานการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำชับด้านสวัสดิการสั่งปรับปรุงระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจทั่วประเทศ


