
ไม่ว่าจะผ่านวิกฤตต่างๆ มาอย่างหนักมากมาย แต่หนึ่งในธุรกิจที่ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องและยังสามารถที่จะเติบโตได้อยู่ตลอดเวลาก็คือ ธุรกิจอาหารสัตว์ เนื่องจากยังมีดีมานด์หรือความต้องการในตลาดอย่างต่อเนื่อง เพราะยังไงคนก็ยังต้องให้อาหารกับสัตว์อยู่เสมอ แม้ว่าจะเป็นสัตว์ที่เลี้ยงไว้เพื่อขายก็ตาม
ซึ่งจากข้อมูลของ Kantar บริษัทวิจัยชั้นนำด้านข้อมูลเชิงลึกและที่ปรึกษาทางการตลาดระดับโลก เปิดรายงาน Kantar: Thailand Pet Food Market Trends หรือการวิเคราะห์ตลาดอาหารสัตว์ในประเทศไทยเอง ก็พบว่าจํานวนครัวเรือนที่เป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้น หากเทียบไตรมาสที่ 3 ของปี 2022 กับไตรมาสที่ 3 ปี 2021 ในระดับภูมิภาค จํานวนครัวเรือนที่มีสัตว์เลี้ยงในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเติบโตเร็วกว่าในพื้นที่อื่นๆ
ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าวทำให้ธุรกิจอาหารสัตว์เป็นธุรกิจที่น่าสนใจในแง่ของการลงทุนใหม่ๆ มาเสมอ และไม่ใช่แค่ในประเทศไทยเท่านั้น เนื่องจากล่าสุด น.ส.ชนิดา อินปา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองชิงต่าว สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้รายงานสถานการณ์ของตลาดอาหารสัตว์ในจีนต่อกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ว่ามีลู่ทางที่น่าสนใจในการขยายการลงทุนในตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยเข้าสู่ตลาดจีน
ซึ่งปัจจุบันมีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รองรับความต้องการเลี้ยงสัตว์ของชาวจีน ทำให้อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงมีการเติบโตขึ้นตามไปด้วย ในปัจจุบันผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงและของใช้ในชีวิตประจำวันของสัตว์เลี้ยง ครองส่วนแบ่งตลาดในสัดส่วนที่มากที่สุด โดยผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงในจีนปี 2019 มีมูลค่า 105,800 ล้านหยวน หรือประมาณ 560,740 ล้านบาท และปี 2021 มูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 140,100 ล้านหยวน หรือประมาณ 742,530 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยน 1 หยวน เท่ากับ 5.3 บาท) ซึ่งเพิ่มขึ้นจากจำนวนประชากรฐานะโสดมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ทำให้มีความต้องการสัตว์เลี้ยงมากขึ้น
ทั้งนี้ อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงของจีนส่วนแบ่งตลาดส่วนใหญ่ถูกครองโดยบริษัทต่างชาติ โดยอาหารหลัก Royal Canin ครองส่วนแบ่งตลาด 13% รองลงมา Myfoodie 8% PureNatural 7% และ Orijen Cat & Kitten 5% และอาหารว่าง Myfoodie ครองส่วนแบ่งตลาด 18% รองลงมา Wanpy, FancyFeast และ Frisian ครองส่วนแบ่งประมาณ 5% แต่อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ของจีนเริ่มมีการพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ทำให้เข้ามาช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงมากขึ้น
ด้วยเหตุนี้เอง นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมฯ จึงเห็นถึงลู่ทางที่สำคัญ โดยมองว่า "ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในจีนเป็นตลาดที่น่าจับตาสำหรับผู้ประกอบการไทย เพราะยังมีโอกาสอีกมาก โดยการเปิดตลาดสามารถทำได้หลายช่องทาง ทั้งผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชื่อดังในจีน หรือช่องทางอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน ด้วยการร่วมมือกับพันธมิตร คู่ค้าที่น่าเชื่อถือได้ในจีน และเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการค้ากับเทศกาลสำคัญของแพลตฟอร์มออนไลน์ การทำคลิปวิดีโอสั้น การร่วมกับผู้มีชื่อเสียงท้องถิ่นในการแนะนำสินค้า รวมทั้งการเข้าร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติระดับประเทศทั้งในเมืองหลวงและเมืองรองต่างๆ เพื่อทดสอบตลาดในระยะเริ่มต้น"
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันสามารถพบเห็นอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยวางจำหน่ายอยู่บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจีนบ้างแล้ว อาทิ JD.com และ TaoBao เป็นต้น แต่ยังมีแบรนด์ที่ไม่หลากหลายเท่าที่ควร จึงเป็นโอกาสที่ดีที่ผู้ประกอบการอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยรายใหม่ๆ จะเข้าสู่ตลาดได้เพิ่มขึ้น
ซึ่งการเข้าสู่ตลาดจะต้องศึกษาพฤติกรรมการบริโภคของผู้บริโภคชาวจีนในการเลือกซื้ออาหารสัตว์เลี้ยง ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณสมบัติของอาหารสัตว์เลี้ยงให้ตรงความต้องการของผู้บริโภคในตลาดจีน ที่มีความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และมีสารอาหารเสริมครบถ้วน ต้องการผลิตภัณฑ์ไฮเอนด์ที่มีความเป็นธรรมชาติหรือออร์แกนิก เพราะสินค้ากลุ่มนี้ผู้เลี้ยงสัตว์วัยหนุ่มสาวชาวจีนให้ความสำคัญมาก เนื่องจากมีผลต่อสุขภาพสัตว์เลี้ยง
ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เห็นโอกาสของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีในประเทศไทย หากมุ่งมั่นและสามารถนำผลิตภัณฑ์ไปตีตลาดจีนได้ก็น่าจะทำเงินได้ไม่น้อย แถมอาจจะโตเร็วจนสามารถก้าวขึ้นไปเป็นองค์กรระดับใหญ่ได้อีกด้วย.
ณัฐวัฒน์ หาญกล้า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฝากการบ้านรัฐบาล
โฉมหน้าของรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีมีผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุน พร้อมกันนี้อยากเห็นการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อให้การบริหารประเทศและการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง
เปิดเทรนด์และนิยาม‘การท่องเที่ยว’ปี69
การเดินทางเป็นเรื่องเฉพาะตัวมาโดยตลอด ทว่าในปี 2569 การเดินทางจะเปลี่ยนไปจากแผนการเดินทางเดียวที่เข้ากับผู้ร่วมทริปทุกคนให้เป็นแผนการเดินทางที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น
ถึงเวลาพลิกฟื้น‘เอสเอ็มอี’
ท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจที่เปราะบาง เศรษฐกิจไทยในปี 2569 ถูกประเมินว่าจะเติบโตเพียง 1.8% สะท้อนการชะลอตัวที่ชัดเจนและต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม ASEAN-6 โดยเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่อัตราการเติบโตอาจต่ำกว่า 2%
ญี่ปุ่นไม่ถอยชูไทยฐานหลักในอาเซียน
ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังผันผวน ทั้งจากสงครามการค้า นโยบายประเทศมหาอำนาจ และความไม่แน่นอนรอบด้าน การตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนต่างชาติถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า “ประเทศไหนยังน่าเชื่อถือ”
‘LISA Effect’บูมท่องเที่ยวไทย
ปัจจุบัน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญ ท่ามกลางพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ควบคู่กับแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์
ปี69อุตฯยานยนต์ยังเหนื่อย
ในช่วง 2-3 ปีนี้ อุตสาหกรรมรถยนต์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี จากเครื่องยนต์สันดาปไปสู่ไฟฟ้ามากขึ้นและเป็นไปอย่างรวดเร็ว ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่มีความผันผวนจากปัจจัยท้าทายรอบด้าน

