
ไม่เสียแรงที่ได้ “กุนซือ” มาช่วยให้คำปรึกษา มาช่วยให้คำแนะนำ เพราะ 9 โครงการ “ของขวัญปีใหม่ จากตำรวจไทยสู่ประชาชน” ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบแก่ประชาชนและข้าราชการตำรวจ ตามที่ ผบ.เด่น-พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ แม่ทัพใหญ่สีกากี แกะกล่องออกมา ต้องบอกว่าไม่ธรรมดา ล้วนครอบคลุมทั่วถึงครบด้าน ทั้ง 1.โครงการประชาอุ่นใจ ตำรวจเข้มแข็ง เน้นการป้องกันอาชญากรรม เช่น โครงการฝากบ้าน 4.0 หรือ 2.โครงการชุมชนยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร 3. โครงการเสริมภูมิคุ้มกัน ป้องกันภัยออนไลน์ ผลิตตำรวจทุกสถานีตำรวจ ข้าราชการและประชาชน 4,584 คน ให้เป็นครูวัคซีนไซเบอร์ 4.โครงการขับดี ปลอดภัย
ใส่ใจทุกการเดินทาง 5. โครงการแก้ปัญหาหนี้สินของข้าราชการตำรวจ 6.โครงการลบประวัติล้างความผิดคืนชีวิตให้ประชาชน 7.โครงการแทนความห่วงใยห่างไกลโควิด 8.โครงการศูนย์ไกล่เกลี่ยประจำสถานีตำรวจ และ 9. โครงการยกระดับการบริการประชาชนของสถานีตำรวจ ซึ่งหากทั้ง 9 โครงการสำเร็จตามที่ ผบ.เด่น คาดหวังไว้ ก็น่าจะเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ให้กับ ประชาชนและ ลูกน้องตำรวจ ทั่วประเทศ เป็นผลงานโบแดงบนเก้าอี้ “ผบ.ตร.” ห้วงเวลา 1 ปี ที่ดำรงตำแหน่ง
บัญชีแต่งตั้ง นายพล นอกฤดู ที่เพิ่งผ่านตราประทับคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่มี บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากจะแต่งตั้งทดแทนตำแหน่งว่างจากการเข้าโครงการสับเปลี่ยนกำลังพล หรือเออร์ลีรีไทร์ และการแต่งตั้งในตำแหน่งที่ถูกกำหนดขึ้นมาใหม่แล้ว ตรวจแถวรายชื่อ 54 นายที่ได้รับการแต่งตั้งโยกย้าย แม้ตำแหน่งจะไม่ใช่ระดับเกรดเอ แต่ไฟสปอตไลต์ก็จับไปที่การแก้ปัญหาต่างๆ ที่ผ่านมาของ ตร. อย่างการขยับ พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ รอง ผบช.ภ.8 ที่ฟ้องศาลปกครองว่าการแต่งตั้งโยกย้ายระดับนายพลตำรวจวาระประจำปี 2565 ที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ช่วงปฏิบัติราชการแทนนายกฯ นั่งประธาน ก.ตร. เป็นการโยกย้ายโดยมิชอบ ได้ขึ้นเป็นจเรตำรวจ (สบ 8) ติดยศ พล.ต.ท. เช่นเดียวกับ พล.ต.ต.แวสาแม สาและ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส ที่ถูกกล่าวหาว่ามีความเชื่อมโยงให้การช่วยเหลือบุคคลค้ายาเสพติดและอาวุธปืนในพื้นที่ จ.นราธิวาส จนผู้การฯ ต้องขึ้นโรงพักฟ้องร้องผู้ที่พาดพิงถึง คำสั่งนี้ถูกโยกมาเป็น ผบก.กมค.ภ.1 เปิดทางให้ พ.ต.อ.อนุรุธ อิ่มอาบ รอง ผบก.สส.ภ.9 ขึ้นเป็น ผบก.ภ.จว.นราธิวาส เช่นเดียวกับ พล.ต.ต.กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ซึ่งถูกตั้งกรรมการสอบวินัยและดำเนินคดีอาญา มาตรา 157 กรณีสับเปลี่ยนตัวผู้ต้องหา โดนโยกมาเป็น ผบก.ประจำ บช.ส. แล้วให้ พ.ต.อ.กัมพล ลีลาประภาภรณ์ รอง ผบก.ภ.จว.จันทบุรี ขึ้นเป็น ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ๐
จากบัญชีแต่งตั้ง นายพล นอกฤดู มาที่คิว นายพัน วาระประจำปี 2565 วงประชุม ก.ตร. ขยายเวลาการแต่งตั้งออกไปเป็นครั้งที่ 2 ไปถึงวันที่ 31 ม.ค.2566 ตามที่ “ผบ.เด่น” เสนอ ด้วยเหตุผลการตรวจสอบคุณสมบัติและการประเมินผลต่างๆ ของตำรวจที่จะได้รับการแต่งตั้งไม่สามารถดำเนินการได้ทัน ประกอบกับช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นช่วงต้นปีเราไม่อยากให้มีการปรับเปลี่ยนกำลังพลในช่วงนี้ แต่ที่น่าสนใจตอนนี้ หลังจาก บิ๊กโจ๊ก-พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.ดูแลงานสืบสวนสอบสวน ไล่บี้งานสืบสวนคดีต่างๆ ทั่วประเทศ เรียก ผกก.โรงพัก ผกก.สืบ รอง ผกก.และ สว.สืบ ที่เกี่ยวข้องกับคดีต่างๆ มาสอบถามความคืบหน้าทางคดี ชนิดจี้ก้น ใครอืด ใครยืดยาด ใครไม่ทำงาน ใครไม่ตามคดี โดนคำสั่งให้มาช่วยราชการกันเป็นแถว จนตอนนี้ตำรวจหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ นายพัน ฝ่ายธุรการ ฝ่ายอำนวยการ เริ่มต้องหาเชือก หาเหล็กมาดามเก้าอี้ เพราะเกรงว่าการแต่งตั้ง สว.-รอง ผบก. วาระประจำปีครั้งนี้ จะมีพวก นักสืบ เข็ดขยาดวิ่งมาลง ฝ่ายธุรการ แทน ๐
แม้การแต่งตั้ง สว.-รอง ผบก.วาระประจำปี 2565 จะขยายเวลาการจัดทำบัญชีไปถึงวันที่ 31 ม.ค.2566 หรืออีก เดือนข้างหน้า แต่พอบัญชีแต่งตั้ง นายพล นอกฤดู ลงตัวเรียบร้อย บัญชี นายพัน ก็เริ่มมีความเคลื่อนไหว เริ่มมีการขยับ ล่าสุดตอนนี้ เริ่มมีการรวบรวม ตั๋วนโยบาย กันแล้ว โดยมีสัญญาณส่งไปถึงระดับรองและผู้ช่วย ให้เร่งจัดทำบัญชีเสนอขึ้นมาตามโควตาที่จัดสรรเอาไว้ ซึ่งหากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ปลายเดือนธ.ค. น่าจะรวบรวมได้ทุกห้อง ก่อนที่จะนำเข้าไปวางตามหลุมต่างๆ เพื่อส่งให้แต่ละพื้นที่ดำเนินการไปตามนโยบาย ๐
ก่อนอื่นขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ ร.ล.สุโขทัย ผ่านมา 6 วัน ย่างเข้าวันที่ 7 ในภารกิจค้นหาผู้สูญหาย ทุกเหล่าทัพระดมสรรพกำลังที่เหมาะสมกับสภาพปัญหา และพื้นที่เข้าช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง ไม่เฉพาะแค่ทำตามภาระหน้าที่ที่ควรจะเป็นแต่ทำกันสุดกำลัง ระดับ ผบ.เหล่าทัพเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 22 คงรู้ดีว่า งานเข้า เพื่อนจ๊อด-พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เต็มๆ หลังมีการแถลงข่าวแล้วมีดรามาคำตอบเรื่อง “เสื้อชูชีพ” แต่โจทย์ใหญ่ที่อยู่ข้างหน้าคือการค้นหาผู้ที่สูญหายนำกลับมาสู้ครอบครัวและคนที่เขารักอย่างเร็วที่สุด ส่วนสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้จะเกิดจากองค์บุคคล องค์วัตถุ สภาพดินฟ้าอากาศ โดยยกระดับการสอบสวนให้ พล.ร.อ.ชลธิศ นาวานุเคราะห์ เสธ.ทร. ในฐานะที่คุมศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ (ศปก.ทร.) เป็นประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง แล้วให้ พล.ร.อ.อะดุง เอี่ยมพันธ์ ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ (ผบ.กร.) ประธานในการวางแผนและกู้เรือ ๐
นักสืบโซเชียลในเพจอาวุธ มีเหล่าบรรดาตักศิลาด้านเรือรบ ทหารเรือเก่า เข้ามาตั้งข้อสังเกต แจ้งเบาะแส ข้อมูลสำคัญกันมากมาย ทำให้สังคมได้เห็นประเด็นสำคัญที่ต้องสืบหากันต่อ แต่ไม่น้อยก็มีเกรียนคีย์บอร์ดที่ อินการเมืองเข้ามาขยายประเด็นโจมตีไปถึงระดับนโยบาย คนเสพข้อมูลก็คงต้องฟังหูไว้หู เพราะเป็นธรรมชาติในโลกเสมือนที่เราต้องทำความเข้าใจ และใช้ระบบกลั่นกรองส่วนตัว หรือวิจารณญาณในการแยกแยะเข้ามาช่วย แต่เมื่อประมวลและตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังแล้ว ก็ต้องยอมรับว่า กองทัพเรือ มีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการภายใน ตามวัฒนธรรมการทำงานแบบไทยๆ กับการคุ้นเคยกับคำว่า “หยวนๆ-ไม่เป็นไรน่า-แค่นี้เอง-ทำแค่หน้าที่พอ เดี๋ยวเกินหน้าเกินตา” ทำให้มาตรฐานต่างๆ ที่กำหนดไว้ถูกละเลย กลายเป็นความประมาทที่ไม่ตั้งใจ ซึ่งถ้าเหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นตัวจุดประกายให้ ทร. ได้เริ่มสังคายนาโครงสร้างใหม่ ทั้งระบบงบประมาณ การบริหารจัดการของหน่วย การวางตัวบุคคลเข้าไปบริหารงาน ให้ได้มาตรฐานที่ควรจะเป็น ก็เชื่อว่าในช่วง 10 เดือนที่เหลือในชีวิตราชการของ พล.ร.อ.เชิงชาย จะเปลี่ยนจากการได้รับก้อนหิน มาเป็นดอกไม้แทนอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเหล่าบรรดาครูๆ ที่เป็นอดีตผู้บังคับบัญชา ที่เฝ้ามองดูอยู่ด้วยใจจดจ่อ ก็น่าจะเอาใจช่วย “น้องจ๊อด” ให้ฝ่าคลื่นลมครั้งนี้ไปได้ ๐
พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และเหล่าบรรดา 4 เสือ ทบ. ตรวจเยี่ยมกำลังพลในพื้นที่ชายแดน และหน่วยทหารในพื้นที่ต่างจังหวัดและกรุงเทพมหานครฯ มอบของขวัญ และให้กำลังใจ ช่วงเทศกาลปีใหม่ กับสื่อมวลชนเอง “บิ๊กบี้” เพิ่งลงมาพบปะในปีแรก อวยพรกันแบบโอภาปราศรัย พร้อมมอบของที่ระลึกให้เป็นไดอารี่ และปฏิทิน พร้อมด้วยพ็อกเกตบุ๊ก “สถาบันกษัตริย์ ความจริงที่ถูกบิดเบือน” ของ ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ ให้เป็นของขวัญพิเศษ ว่าด้วย 4 บทสำคัญ คือ ราชาธิปไตยที่มี รธน., ราชาธิปไตยในการบริหารราชการแผ่นดิน ร.9, พระราชอำนาจในการตักเตือนยับยั้ง โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง, พระปิยมหาราชผู้สร้างประเทศไทย
ช่วงเช้าของวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) พล.ต.ณัฐเดช จันทรางศุ ผบ.พล.1 รอ. ได้จัดพิธีอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติ จำนวน 45 รูป ณ วัดสุคันธาวาส อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เพื่อถวายพระพรชัยมงคล ซึ่งเป็นกำลังพลที่สมัครใจเข้าร่วมอุปสมบทถวายเป็นเวลา 7 วัน และทั้ง 45 รูป จะปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัด มหากุศลอันยิ่งใหญ่ที่มาจากศรัทธาของทุกดวงใจในครั้งนี้ มุ่งหวังให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงหายจากพระอาการประชวร.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ผบช.นพศิลป์' สั่ง ตร.จัดกำลังคุมเข้มเคานต์ดาวน์ปีใหม่ ยกระดับความปลอดภัยสูงสุด
พล.ต.ท.นพศิลป์ นำทัพตำรวจวางกำลังเข้ม 522 นาย คุมความปลอดภัยงาน Asiatique Thailand Countdown 2026 คืนแห่งความสุข ต้องมาพร้อมความปลอดภัย ยกระดับมาตรการป้องกันเหตุและอำนวยความสะดวกจราจรขั้นสูงสุด
ระทึก! ตร.ไล่ล่า 3 พ่อค้ายา ซิ่งหนีตาย เจอฉลามบกรวบ
พ.ต.ท.อภิชาติ วงษ์ศรี สารวัตรใหญ่ สถานีตำรวจทางหลวง 3 กองกำกับการ 5 (ทล.3 กก.5) สั่งการให้ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ยุทธ จตุรชัยภิญโญ สว.ทางหลวง, ร.ต.ต.สินจัย เจียรเพชร
แห่ฝากบ้านกับตำรวจ 3 พันหลัง 'บิ๊กต่าย' สั่งตรวจตราเข้ม
พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569 นี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)
พรปีใหม่ 2569
จะปีนั้น-ปีนี้...ใช่ปีใหม่ แค่ เวลา เลื่อนไหลไปตามวิถี ไม่ว่า ใหม่ หรือ เก่า ก็เท่านี้ เท่าที่ สิ่งนี้-สิ่งนี้ ...จะเป็นไป
สดุดี 'ทหาร-ตำรวจ'
สัปดาห์สุดท้ายปลายปี 2568 และกำลังจะก้าวเข้าสู่ "ปีใหม่" พุทธศักราช 2569 แวดวง "กากีกะสีเขียว" ตลอดปีที่ผ่านมา มีเรื่องราวมากมายหลากหลาย โดยเฉพาะสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
โปรดเกล้าฯ เรียกคืนเครื่องราชฯ อดีตข้าราชการตำรวจ 6 ราย
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิ

