เปิดทำการวันแรกปีเถาะ พุทธศักราช 2566 ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด ยังคงปักหลักที่ปลายซอยย่านคลองเตยเป็นสัปดาห์สุดท้าย จากนั้นวันที่ 10 มกราคม จะเริ่มทยอยย้ายวิกไปอยู่แถวประชาชื่น เบิกฤกษ์ปีแห่งการเปลี่ยนการสื่อสารข่าวอย่างกระปรี้กระเปร่า รับฮวงจุ้ยที่ทำการใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิม
การเมืองสภาใหญ่ว่าร้อนแล้ว แต่สภาเล็กเสาชิงช้าร้อนยิ่งกว่า แว่วว่าจะมี ม็อบเล็กๆ รวมแล้วก็น่าจะประมาณ 45 สมาชิกสภา กทม. หรือ ส.ก. จะไปปรึกษาหารือ ปรับทุกข์ ผูกมิตรกันที่โรงแรมโกลเด้น ทิวลิปฯ วาระก็ไม่มีอะไรมาก ก็แค่ซักฟอก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.นอกสถานที่ โปรยหัวกันว่ามีทั้งผู้อาวุโส เฮียเล้า-เฮียล้าน จากเพื่อไทย หนุนเนื่องด้วย ต่าย คลองเตย จากกลุ่มรักษ์กรุงเทพ ตามมาด้วยพ่อดาราดัง ภาพรวมคือปัญหาความไม่เข้าขาระหว่างฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ
ไทยโพสต์ “อิสรภาพแห่งความคิด” หลายคนออกไปพักผ่อนท่องเที่ยวธรรมชาติช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ชาร์ตแบตกลับมาเต็มร้อย ลุยงานตลอดปี 2566 บางคนถือเอาเป็นฤกษ์ดีเริ่มทำสิ่งใหม่ให้กับชีวิต เช่นเดียวกับ “ไทยโพสต์” มีการเปลี่ยนแปลงช่องทางการติดตามข้อมูลข่าวสารเล็กน้อย ย้ำอีกครั้ง ขณะนี้ได้หยุดให้บริการ Line Official เรียบร้อยแล้ว แต่...ผู้อ่านยังสามารถติดตามสาระดีๆ ผ่านเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ติ๊กต๊อก อินสตาแกรม และล่าสุดที่ช่องไทยโพสต์ในยูทูบ การเมืองเดือนแรกของปี 66 “ชวน หลีกภัย” ผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมาตลอด เตือนพรรคการเมืองและบรรดา ส.ส.อย่าย่ามใจ โดยบอกว่า “ช่วงก่อนสภาหมดวาระมีความหมาย เพราะประชาชนจับตาดูอยู่ ใครที่คิดว่าชนะแน่ๆ และชนะท่วมท้น สถานการณ์อาจจะเปลี่ยนก็ได้ จึงต้องระมัดระวังจนนาทีสุดท้าย”
๐...จะว่าไปเดือนแรกของปี 66 กับดักเพียบ เหมือนที่นายหัวชวนว่าไว้ ใครย่ามใจ ใครขี้เกียจสันหลังยาว กินแรงเพื่อน อาจโดนแฉจนอนาคตทางการเมืองดับวูบ นับจากนาทีนี้เฝ้าประชุมสภา ประชุมร่วมรัฐสภาให้ดี เพราะจะกลายเป็นเวทีพลิกเกม หรือตีแผ่ กระชากหน้ากากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ได้ โดยเฉพาะการประชุมเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญกลางเดือน และอีกครั้งปลายเดือนกับการอภิปรายทั่วไป ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (3 ม.ค.) ยังต้องระวังหลัง “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม บอกเพื่อป้องกันประชาชนอาจสับสนเข้าใจผิด ขอให้ทุกฝ่ายรับมือการอภิปราย ให้ทำการบ้าน รัฐมนตรีแต่ละกระทรวง กระทรวงใครกระทรวงมัน ให้เตรียมตอบคำถามเรื่องที่เกี่ยวกับนโยบายและเรื่องที่ฝ่ายค้านจะยกมาพูด ที่อาจมีการกล่าวหาเรื่องการทุจริตให้ได้ และอยากให้กำชับไปยังลูกพรรคให้เข้าร่วมประชุมสภา อย่าให้บรรยากาศโหรงเหรง
๐...ต่อเนื่องที่ “บัญญัติ บรรทัดฐาน” ส.ส.และผู้อาวุโสทางการเมืองอีกท่านหนึ่ง ชี้ถึงความรุนแรงของการเลือกตั้งครั้งหน้าว่า อาจเกิดเหตุการณ์แบบที่เคยเกิดขึ้นในปี พ.ศ.2500 สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่มีการใช้เงินทอง อำนาจรัฐ ใช้อิทธิพล และมีข้าราชการบางหน่วยบางสังกัดคอยเดินเวียนเทียนลงคะแนนแทนคนที่ไม่มาลง และยังมีบัตรสำรองที่ลงคะแนนแล้วอยู่ก้นหีบ สิ่งเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้ และองค์กรที่ต้องตระหนักถึงอันตรายคือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นอกจากนี้ยังมองอีกว่าจะเกิดภาคความขัดแย้งแบ่งฝ่ายรุนแรงมากขึ้น การด้อยค่ากันเองจนเกินเหตุผล ระหว่างฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ หรือพรรคการเมือง การทำการเมืองแบบแบ่งฝ่าย เช่น การแบ่งฝ่ายทางความคิด เศรษฐกิจ สังคม การเมือง อนุรักษนิยม เสรีนิยม สังคมนิยม เป็นเรื่องธรรมดา แต่การแบ่งฝ่ายที่รู้สึกจะนำไปสู่ความขัดแย้งอย่างรุนแรงของสังคมไทย คือการแบ่งเป็นพวกเขาพวกเรา ถ้าเป็นพวกเราถูกหมด ถ้าเป็นพวกเขาผิดหมด มันจะนำไปสู่อันตราย และท้ายที่สุดประชาชนจะเข้าร่วมกระบวนการแบ่งฝ่ายด้วย
๐...ย้ำข่าวดีอีกรอบหนึ่ง “รองโฆษกอ้น” ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แจ้งเตือนว่า 10 ม.ค.ที่จะถึง กฎหมายใหม่เกี่ยวกับการซื้อรถยนต์และมอเตอร์ไซค์มีผลบังคับใช้ โดยสาระสำคัญว่า ประชาชนที่เช่าซื้อยานพาหนะต่างๆ จะได้รับการคิดดอกเบี้ยที่เป็นธรรมกว่าเดิม โดยอัตราดอกเบี้ยจะต้องไม่เกินอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี รถยนต์ใหม่ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ต่อปี รถยนต์ใช้แล้วต้องไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี และรถจักรยานยนต์ต้องไม่เกินร้อยละ 23 ต่อปี และยังให้มีการพิจารณาปรับปรุงอัตราดอกเบี้ยทุกๆ 3 ปี เพื่อสร้างความเป็นธรรมและสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจด้วย รวมทั้งมีส่วนลดดอกเบี้ยกรณีผู้เช่าซื้อจะปิดบัญชีชำระค่างวดก่อนครบสัญญาเป็นขั้นบันได ส่วนเบี้ยปรับจะคิดได้ไม่เกิน 5% ต่อปี และให้คิดเบี้ยปรับจากยอดหนี้ที่ผิดนัดชำระเท่านั้น
ปราชญ์ศรี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
น้ำลด การเมืองผุด! หลังเพลาไปช่วงมหาวิปโยคใต้ เวลานี้กลับมาร้อนฉ่าอีกรอบ ช่วงเย็นพุธที่ผ่านมา คล้อยหลัง "นายกฯ อนุทิน" แถลงโชว์ถอนรากสแกมเมอร์เขมรยึดทรัพย์หมื่นล้าน
บันทึกหน้า 4
ต้องยอมรับว่าแม้ “มหาอุทกภัยในภาคใต้” เริ่มคลี่คลายเข้าสู่จุดการเยียวยา-ฟื้นฟูแล้วก็ตามที แต่ยอดผู้เสียชีวิตและความเสียหายก็ยังไม่นิ่งเสียทีเดียว แต่อย่างไรยอดผู้เสียชีวิตก็คงไม่ถึงพันศพตามที่ “พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล” อดีต รอง ผบ.ตร. วาดหวังแน่ๆ แล้ว
บันทึกหน้า 4
หลังวิกฤตน้ำท่วม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา คลี่คลาย น้ำตาก็ท่วมเมือง เมื่อชาวหาดใหญ่เห็นสภาพบ้านเรือนของตัวเองกลายเป็นซากปรักหักพัง ทรัพย์สินที่สร้างมาพังพาบไปกับกระแสน้ำแทบสิ้นเนื้อประดาตัว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ร่วมประชาสัมพันธ์กิจกรรมความร่วมมือ “รวมใจไทย ฟื้นแดนใต้” ซึ่งรัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์เป็นแกนกลางในการประสานงานร่วมกับภาคเอกชนและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
ภายใต้วิกฤตหาดใหญ่ครั้งนี้ ผู้นำรัฐบาลอย่าง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ถูกเรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบ แม้ต้นตอของปัญหาไม่ได้มาจากเขาคนเดียว
บันทึกหน้า 4
ขึ้นต้นเดือนสุดท้ายของปี บรรยากาศสังคมไทยยังคงซึมๆ เศร้าๆ อยู่กับเหตุและเภทภัยที่พี่น้องชาวใต้กำลังเผชิญ "น้ำลดตอผุด" ถูกขุดขึ้นมาเป็นรายวัน เหมือนมีใครบางคนกำลังช่วงชิงสถานการณ์หวัง "ตีกิน" สร้างดรามา แต่งคอนเทนต์ไล่ล่าเอาคะแนนนิยมคืนจากรัฐบาลที่นำโดยพรรคภูมิใจไทย
บันทึกหน้า 4
น้ำใจไทยไม่เคยเหือดแห้ง ถนนทุกสายจากทั่วประเทศมุ่งสู่ใต้ โดยเฉพาะ "มหาวิปโยคหาดใหญ่" ไม่ใช่แค่ทั้งเมืองจมบาดาล ทรัพย์สินเสียหาย แต่รวมถึงชีวิตที่ประเมินค่าไม่ได้ ซึ่งมีการอัปเดตตัวเลขช่วงเย็น 27 พ.ย.



