6 อุตฯเมกะเทรนด์

สวัสดีปี 2566 เริ่มต้นปีใหม่กันด้วยสิ่งดีๆ โอกาสดีๆ จึงอยากจะนำเสนอสิ่งที่น่าจะเป็นช่องทางดีๆ ให้กับทุกคนได้รับรู้ โดยเฉพาะภาคธุรกิจอุตสาหกรรม เพื่อที่จะทำให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวได้ ซึ่งเป็นคำแนะนำดีๆ จากกระทรวงอุตสาหกรรม หรือที่ตอนนี้มีแนวทางปรับตัวเองเช่นเดียวกัน ให้กลายเป็นองค์กรที่ชื่อว่า "MIND" โดยกระทรวงอุตฯ ภายใต้การนำของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้เปิดเผย 6 เมกะเทรนด์ที่จะเข้ามามีบทบาทในการดำเนินธุรกิจในอีก 3 ปีข้างหน้า

ซึ่งผู้ประกอบการควรพัฒนาสินค้าและบริการให้สอดคล้องกับเมกะเทรนด์และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตทางธุรกิจ ซึ่งแบ่งเป็น 3 แนวทาง โดยแนวทางแรกคือ 2 เทรนด์ต้องเร่งทำ ได้แก่

1.Digitalization หรือระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ทุกธุรกิจต้องปรับตัวให้ทันกับการค้าในรูปแบบออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ เนื่องจากตลาดสินค้าและบริการในปัจจุบันกลายเป็น "ตลาดของผู้บริโภค" ที่ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้สินค้ามีการหมุนเวียนเร็วขึ้น

ผู้ประกอบการจึงต้องปรับตัว นำสินค้าเข้าสู่หน้าร้านออนไลน์ให้ไว ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการความรวดเร็ว และ 2.Globalization หรือโลกาภิวัตน์ ที่เชื่อมโยงทุกสรรพสิ่งเข้าด้วยกัน เป็นโอกาสและความท้าทายที่ทุกธุรกิจต้องเผชิญ ผู้ประกอบการควรศึกษาการเข้าสู่ตลาดแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสเติบโตและขยายตลาดให้กว้างขึ้น พร้อมบริหารจัดการความเสี่ยง ควบคุมปัจจัยการผลิตอย่างระมัดระวัง

แนวทางที่ 2 คือ 2 เทรนด์ต้องเร่งเสริม ได้แก่ 1.New Technologies ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทั้งทางด้านเทคโนโลยีการส่งผ่านข้อมูลดิจิทัล และเทคโนโลยีการประหยัดพลังงานและสิ่งแวดล้อม ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้การทำธุรกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งความรวดเร็ว แม่นยำ ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการประหยัดงบประมาณได้มากขึ้น และ 2.Collaborative Business Models การผสานความร่วมมือทางธุรกิจเพื่อความยั่งยืนของธุรกิจ การร่วมมือและช่วยเหลือพึ่งพากัน เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยกระจายความเสี่ยงและผลกำไรของกิจการระหว่างกันเป็นกลุ่มก้อน ซึ่งจะส่งผลดีต่อทุกภาคส่วน

และแนวทางที่ 3 คือ 2 เทรนด์ต้องเร่งตระหนัก ได้แก่ 1.Aging Societies หรือสังคมผู้สูงวัย จากข้อมูลขององค์การสหประชาชาติ (UN) คาดการณ์ว่าปี 2593 ผู้สูงอายุทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 2 เท่าตัวจากปัจจุบัน เป็นตัวเลขมากกว่า 3,400 ล้านคน คิดเป็น 30% ของประชากรโลก ภาคธุรกิจไม่ควรละเลยโอกาสทางการตลาดที่ตอบโจทย์กลุ่มผู้สูงอายุ หรือกลุ่มชี้นำการบริโภค ซึ่งเป็นกลุ่มคนวัยทำงาน ลูกหลานที่มีอำนาจในการตัดสินใจซื้อสินค้าเพื่อผู้สูงอายุมากขึ้น และ 2.BCG Economy บีซีจี โมเดล เทรนด์ธุรกิจใหม่ที่ผู้ประกอบการควรพัฒนาสินค้าและบริการ รวมทั้งวางเป้าหมายการทำธุรกิจให้เติบโตควบคู่ไปกับการปกป้องสิ่งแวดล้อม และลดปัญหาโลกร้อนไปพร้อมกัน

ซึ่งโมเดลธุรกิจนี้จะได้รับการตอบรับทั้งทางตรง โดยการสนับสนุนจากทางภาครัฐ และทางอ้อมจากความตื่นตัวของผู้บริโภคเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ส่งเสริมให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งเห็นได้จากการปรับตัวของประเทศผู้นำ รวมถึงบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆ สะท้อนให้เห็นว่าเทรนด์ดังกล่าวกำลังมาแรงในยุคปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม กระทรวงอุตสาหกรรม นอกจากจะแนะนำเทรนด์แล้ว ก็พร้อมผลักดันและส่งเสริมผู้ประกอบการทุกธุรกิจให้สามารถร่วมเดินทางไปตามเทรนด์ของภาคอุตสาหกรรม ดังนั้นหากภาคธุรกิจต้องการสร้างโอกาสในการเติบโตและประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องมีการปรับตัวเข้าหาเทรนด์ใหม่ๆ เสมอ ซึ่ง 6 เมกะเทรนด์ข้างต้นจะเข้ามาบทบาทในการเปลี่ยนแปลงการดำเนินธุรกิจไทยใน 3 ปีข้างหน้า

เป็นความท้าทายที่ผู้ประกอบการต้องตระหนักและปรับเปลี่ยนการผลิตสินค้าและบริการให้สอดคล้องกับเมกะเทรนด์ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างความเติบโตทางธุรกิจไปพร้อมกับการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย แต่การออกมาแนะนำเทรนด์แบบนี้ก็ถือว่าเป็นผลดีให้กับธุรกิจเช่นเดียวกัน ที่จะทำให้สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว วางแผนการดำเนินงานที่ครอบคลุมจนนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่หรือรายย่อย.

ณัฐวัฒน์ หาญกล้า

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฝากการบ้านรัฐบาล

โฉมหน้าของรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีมีผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุน พร้อมกันนี้อยากเห็นการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อให้การบริหารประเทศและการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง

เปิดเทรนด์และนิยาม‘การท่องเที่ยว’ปี69

การเดินทางเป็นเรื่องเฉพาะตัวมาโดยตลอด ทว่าในปี 2569 การเดินทางจะเปลี่ยนไปจากแผนการเดินทางเดียวที่เข้ากับผู้ร่วมทริปทุกคนให้เป็นแผนการเดินทางที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น

ถึงเวลาพลิกฟื้น‘เอสเอ็มอี’

ท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจที่เปราะบาง เศรษฐกิจไทยในปี 2569 ถูกประเมินว่าจะเติบโตเพียง 1.8% สะท้อนการชะลอตัวที่ชัดเจนและต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม ASEAN-6 โดยเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่อัตราการเติบโตอาจต่ำกว่า 2%

ญี่ปุ่นไม่ถอยชูไทยฐานหลักในอาเซียน

ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังผันผวน ทั้งจากสงครามการค้า นโยบายประเทศมหาอำนาจ และความไม่แน่นอนรอบด้าน การตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนต่างชาติถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า “ประเทศไหนยังน่าเชื่อถือ”

‘LISA Effect’บูมท่องเที่ยวไทย

ปัจจุบัน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญ ท่ามกลางพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ควบคู่กับแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์

ปี69อุตฯยานยนต์ยังเหนื่อย

ในช่วง 2-3 ปีนี้ อุตสาหกรรมรถยนต์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี จากเครื่องยนต์สันดาปไปสู่ไฟฟ้ามากขึ้นและเป็นไปอย่างรวดเร็ว ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่มีความผันผวนจากปัจจัยท้าทายรอบด้าน