ไม่ต้องอ้อมค้อมกันอีกต่อไป...สหรัฐฯ ประกาศว่าจะยกระดับความร่วมมือทางทหารกับญี่ปุ่น
เพื่อสกัดอิทธิพลจีนและเกาหลีเหนือ
ด้วยการเพิ่มศักยภาพการ “ตอบโต้” ทางทหารของญี่ปุ่นถึงระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
แถลงการณ์ร่วมของผู้นำทั้ง 2 ใช้คำว่า counter-strike capability
หมายถึงการที่ญี่ปุ่นจะสร้างแสนยานุภาพทางทหารครั้งสำคัญถึงขั้นที่สามารถจะโจมตีฐานยิงขีปนาวุธของฝ่ายตรงกันข้ามในดินแดนของศัตรู
นั่นหมายความว่า สหรัฐฯ จะช่วยญี่ปุ่นเพิ่มศักยภาพถึงขั้นที่ยิงถล่มดินแดนของจีนและเกาหลีเหนือได้
ในกรณีที่หาก 2 ประเทศนี้เปิดฉากโจมตีญี่ปุ่นก่อน
อ่านแถลงการณ์ร่วมของ 2 ผู้นำแล้วจะพบว่า เป็นภาษาที่แข็งกร้าวและมุ่งไปที่จีน, รัสเซียและเกาหลีเหนืออย่างตรงไปตรงมา
นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ฟูมิโอะ คิชิดะ พบกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ที่ทำเนียบขาวเมื่อวันศุกร์ โดยไบเดนแสดงการสนับสนุนแผนการของโตเกียวที่จะเสริมศักยภาพการป้องกันที่ “เป็นตัวของตัวเอง”
หมายความว่าไม่ต้องพึ่งพาชาติอื่นหากเกิดการสู้รบ
ตอนเริ่มการประชุมไบเดนพูดถึงแผนการป้องกันใหม่ของญี่ปุ่นว่า :
“ผมขอพูดให้ชัดเจนแบบจะจะเลยว่าสหรัฐอเมริกามีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ ทั่วถึง และสมบูรณ์ต่อพันธมิตร และที่สำคัญกว่านั้นคือต่อการ (สหรัฐฯ จะช่วย) ปกป้องคุ้มกันญี่ปุ่น"
ไบเดนพูดถึงข้อผูกมัดของสหรัฐฯ ต่อญี่ปุ่นในเรื่องความมั่นคงด้วยคำว่า
Fully, thoroughly, completely
ซึ่งเป็นการตอกย้ำมั่นคงอย่างที่ไม่เคยใช้กับประเทศอื่นมาก่อน มีความหมายว่า “ครบถ้วนทุกกระบวนการ...” หรือสุดๆ กันเลยทีเดียว
คราวนี้ถือว่าคิชิดะเหยียบวอชิงตันเป็นครั้งแรกในฐานะนายกรัฐมนตรี
เปิดฉากด้วยการแสดงจุดยืนด้านการทหารที่กร้าวว่า
"ปัจจุบันญี่ปุ่นและสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่ท้าทายและซับซ้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา"
และย้ำถึงความตั้งใจของญี่ปุ่นว่าด้วยยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติที่เป็นคำประกาศนโยบายระดับชาติที่เพิ่งปรับแก้ครั้งใหญ่ล่าสุด
มีเนื้อหาที่เด่นชัดว่าจะเป็นการผลักดันให้เพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหมอย่างมีนัยสำคัญ โดยปรับเพิ่มงบประมาณทางทหารจาก 1% เป็น 2% ของผลผลิตมวลรวม หรือ GDP ของประเทศ
รวมถึงการพัฒนาความสามารถในการโจมตีตอบโต้ (counter-strike) ซึ่งรวมถึงความสามารถในการโจมตีฐานยิงขีปนาวุธของศัตรู
หมายถึงการเข้าถล่มโจมตีถึงบ้านของฝ่ายตรงกันข้าม
ระหว่างการแลกเปลี่ยนกับไบเดนนั้น คิชิดะยืนยันว่าแนวทางของโตเกียวสอดคล้องและเหมาะสมกับกลยุทธ์ด้านความปลอดภัยของรัฐบาลสหรัฐฯ
เรียกมันว่าเป็นการมุ่งเน้นที่การ “ป้องปรามแบบบูรณาการ”
แถลงการณ์ร่วมที่ออกหลังการประชุมย้ำว่า "พันธมิตรด้านความมั่นคงของเราแข็งแกร่งขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน"
“เราสามารถสร้างความไว้วางใจส่วนตัวต่อกันให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น”
คิชิดะกล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังการประชุม "เรายังสามารถยืนยันความร่วมมือที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในพันธมิตรญี่ปุ่น-สหรัฐฯ"
แถลงการณ์ร่วมระบุว่า "อินโด-แปซิฟิกเผชิญกับความท้าทายที่เพิ่มขึ้น ตั้งแต่การกระทำที่ไม่สอดคล้องกับระเบียบสากลตามกฎกติกาของจีน ไปจนถึงการยั่วยุโดยเกาหลีเหนือ"
นั่นคือการระบุว่า จีนเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่ง...ตามมาด้วยเกาหลีเหนือ
อีกทั้งยังชี้นิ้วไปที่จีนเป็นการเฉพาะเจาะจงว่าวอชิงตันกับโตเกียวถือว่าปักกิ่งกำลังจะพยายามที่จะ “เปลี่ยนแปลงสถานะที่เป็นอยู่เพียงฝ่ายเดียว” (unilaterally change the status quo) รอบหมู่เกาะเซนกากุ ซึ่งญี่ปุ่นเป็นผู้ดูแลและจีนอ้างเป็นของตน
จีนเรียกหมู่เกาะเดียวกันนี้ว่าชื่อ “เตียวหยู” และอ้างหลักฐานประวัติศาสตร์ว่าอยู่ใต้การปกครองของจีนมายาวนานก่อนที่ญี่ปุ่นจะเข้าครอบครอง
ที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากันก็คือประเด็นที่ไบเดนกับคิชิดะย้ำถึงความสำคัญของความมั่นคงในช่องแคบไต้หวัน
“เราเน้นย้ำว่าจุดยืนพื้นฐานของเราในไต้หวันยังคงไม่เปลี่ยนแปลง และย้ำถึงความสำคัญของการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพทั่วช่องแคบไต้หวันในฐานะองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ของความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองในประชาคมระหว่างประเทศ”
ญี่ปุ่นอ้างว่าหากจีนใช้กำลังบุกไต้หวันจะมีผลกระทบต่อความมั่นคงของตนด้วยอย่างปฏิเสธไม่ได้
และเมื่อคิชิดะประกาศเมื่อเร็วๆ นี้ว่ายืนอยู่ข้างเดียวกับประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ของไต้หวัน ก็เท่ากับเป็นการท้าทายจีนอย่างเปิดเผย
จีนถือว่าโตเกียวแสดงอาการยั่วยุและแทรกแซงกิจการภายในอย่างเห็นได้ชัด
สหรัฐฯ กับญี่ปุ่นยังตกลงที่จะแบ่งปันข่าวกรองระหว่างกันและกับเกาหลีใต้เกี่ยวกับการยิงขีปนาวุธโดยเกาหลีเหนือ
ในขณะที่เปียงยางยังคงเดินหน้าโครงการพัฒนานิวเคลียร์และขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง
แถลงการณ์จะไม่เอ่ยถึงสงครามยูเครนไม่ได้เช่นกัน
วอชิงตันและโตเกียวตกลงที่จะคงมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียและสนับสนุนยูเครน รักษาแนวร่วมของ Group of 7 หรือกลุ่มประเทศที่ร่ำรวยที่สุดของโลก 7 ประเทศ
“เรากล่าวอย่างชัดเจนว่า การใช้อาวุธนิวเคลียร์ของรัสเซียในยูเครนจะเป็นการกระทำที่เป็นปรปักษ์ต่อมนุษยชาติและไม่สมเหตุสมผลแต่อย่างใด” แถลงการณ์ร่วมระบุ
ถ้อยแถลงยังประกาศด้วยว่า ทั้ง 2 ประเทศจะเสริมสร้าง "ความได้เปรียบร่วมกัน" ในภาคส่วนต่างๆ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ อวกาศ พลังงานนิวเคลียร์ และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
ประเด็นโรคระบาดโควิดก็เป็นส่วนหนึ่งของความกังวลร่วมของ 2 ประเทศ
แถลงการณ์ร่วมเรียกร้องให้จีน "รายงานข้อมูลลำดับจีโนมทางระบาดวิทยาและไวรัสที่โปร่งใสเพียงพอเกี่ยวกับการแพร่กระจายของโควิด-19 เพื่อให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทั่วโลกเตรียมพร้อมเพื่อลดการแพร่กระจายและระบุสายพันธุ์ใหม่ที่เป็นไปได้"
เป็นการซัดใส่จีนอีกหนึ่งดอก
ก่อนจะไปถึงวอชิงตันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา คิชิดะเดินสายไปเยี่ยมเยือนผู้นำประเทศกลุ่ม G-7 ก่อนการประชุมสุดยอดของกลุ่มที่ฮิโรชิมาในเดือนพฤษภาคมนี้
โดยแวะหลายประเทศในยุโรปที่เป็นสมาชิก G-7 และแคนาดา
ไบเดนกับคิชิดะย้ำว่า "จะร่วมกันทำงานอย่างใกล้ชิดต่อไปเพื่อให้การประชุมสุดยอดประสบความสำเร็จ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ G-7 ในการสนับสนุนระเบียบระหว่างประเทศบนพื้นฐานของหลักนิติธรรม"
จีนและเกาหลีเหนือย่อมไม่อาจจะอยู่เฉยๆ ได้กับถ้อยแถลงที่ฟาดฟันตรงๆ จาก 2 ประเทศที่อ้างความเป็นเจ้าของ “ระเบียบโลกที่เกาะเกี่ยวบนพื้นฐานกติกาสากล”
จีนถามย้ำเสมอว่า “กติกาสากลที่ว่านี้เป็นอย่างไร ใครเป็นคนเขียนขึ้นมา และทำไมกติกาสากลจึงทำให้โลกปั่นป่วนได้ขนาดนี้”
คอยติดตามปฏิกิริยาร้อนๆ จากปักกิ่ง, มอสโกและเปียงยางอีกไม่นานเกินรอ!.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


