ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ เทรนด์รับมือภัยคุกคาม

เมื่อเทรนด์การทำงานในองค์กรต่างๆ ทั่วโลกเปลี่ยนเป็นแบบไฮบริด เกิดการเพิ่มขึ้นของดิจิทัลฟุตพรินต์มากมาย นำไปสู่การคุกคามและโจมตีทางไซเบอร์ อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ Cyber Security Agency (CSA) ของประเทศสิงคโปร์ ประกาศว่ามีบริษัทสิงคโปร์ที่ตกเป็นเหยื่อของการโจมตีจากมัลแวร์เรียกค่าไถ่ในปีที่แล้วมากขึ้นถึง 54% และเชื่อว่าการคุกคามทางไซเบอร์มีแต่จะซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่องค์กรต่างๆ จะต้องพิจารณาแผนรับมือและตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ ในฐานะส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางธุรกิจระยะยาว เพื่อที่จะดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างมั่นคง

โดย Zoom ได้คาดการณ์และเปิดเผยแนวโน้มสำคัญด้านความปลอดภัยด้านไซเบอร์ไว้หลายด้านด้วยกัน อย่างแรกเลยคือ ผู้ดูแลด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์จะหันมาให้ความสำคัญกับความสามารถในการรับมือกับภัยทางไซเบอร์ขององค์กรมากขึ้น เพราะความปลอดภัยด้านไซเบอร์เป็นมากกว่าการป้องกัน

แต่ยังรวมถึงการกู้คืนและการทำให้เกิดความต่อเนื่องเมื่อเกิดเหตุร้ายทางไซเบอร์ ไม่เพียงแต่ลงทุนทรัพยากรเพื่อป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ แต่ยังลงทุนในคน กระบวนการ และเทคโนโลยีเพื่อลดผลกระทบ และทำให้การดำเนินการยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเกิดเหตุโจมตีทางไซเบอร์

ส่วนข้อต่อมา จะเห็นได้ว่าทีมความปลอดภัยต้องเพิ่มการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น เพราะต่อไปจะสามารถระบุแหล่งที่มาของผู้คุกคามได้ยากขึ้น ซึ่งทำให้องค์กรต่างๆ ยากที่จะป้องกันอย่างเหมาะสม ในปีหน้าคาดว่าจะเห็นการโจมตีที่ซับซ้อนมากขึ้นโดยใช้เทคโนโลยี AI และ Deep-Fake รูปแบบใหม่ ขณะที่ความไม่เสถียรที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งห่วงโซ่อุปทานของซอฟต์แวร์ จะสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะต่อการโจมตีขนาดใหญ่ เราเห็นการโจมตีของห่วงโซ่อุปทานครั้งใหญ่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ห่วงโซ่อุปทานของซอฟต์แวร์จึงมีความสำคัญมากขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทจำนวนมากขึ้นจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการเสริมความแข็งแกร่งให้กับแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัย ตั้งแต่การพิจารณาแนวทางแบบ Zero-trust ไปจนถึงการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมของบริการโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการปรับปรุง Release Process การใช้บุคคลที่สามมากขึ้นทำให้จำเป็นต้องควบคุมความปลอดภัยตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานของซอฟต์แวร์เพิ่มขึ้น เช่น การประเมินความเสี่ยงโดยบุคคลที่สาม การจัดการข้อมูลประจำตัวและการเข้าถึง และการแพตช์ที่ทันท่วงที

นอกจากนี้ การเพิ่มการพึ่งพาผู้ให้บริการระบบคลาวด์อาจทำให้บริษัทถูกโจมตีมากขึ้นได้ ด้วยความยืดหยุ่นของระบบคลาวด์ องค์กรต่างๆ จำนวนมากจึงใช้เทคโนโลยีคลาวด์กับงานด้านใหม่ๆ และงานที่มีความเฉพาะเจาะจง อย่างไรก็ตามในการทำเช่นนี้องค์กรกำลังทำให้ตัวเองตกเป็นเป้าของการโจมตี จึงต้องคิดหากลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อปรับใช้เทคโนโลยีความปลอดภัยบนคลาวด์และกลยุทธ์การป้องกัน นอกจากนี้ผู้ดูแลด้านไอทียังจำเป็นต้องมีกระบวนการที่แข็งแกร่งในการประเมินผู้ให้บริการคลาวด์ และทำความเข้าใจกับเทคโนโลยีแบ็กเอนด์ที่พวกเขาใช้อีกด้วย

โดยยังมีข้อมูลจาก Trend Micro ระบุอีกว่า ทั่วโลก Ransomware มีอัตราเติบโตสูงถึง 75% และมากกว่า 1,200 องค์กรที่ตกเป็นเหยื่อของการโจมตี ใน 6 เดือนแรกของปีที่ผ่านมา ดังนั้นสิ่งที่องค์กรควรตระหนักและหันมาให้ความสำคัญมากกว่าการป้องกันการโจมตี คือ การเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ หรือการทำ BCP (Business Continuity Planning) ด้าน Cybersecurity เพื่อให้องค์กรสามารถรับมือกับภัยคุกคามได้ทุกรูปแบบ ขณะเดียวกันองค์กรจะต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ด้านการป้องกันภัยไซเบอร์ หรือผู้นำองค์กรระดับ Chief Information Security Officer (CISO) มาเป็นผู้วางรากฐานการป้องกันองค์กรให้แข็งแกร่งอีกทางหนึ่งด้วย

อย่างไรก็ดี Trend Micro กล่าวอีกว่า ปัจจุบันองค์กรยังมองการทำ BCP ด้าน Cybersecurity น้อยมาก สวนทางกับการเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ที่มาพร้อมกับช่องโหว่ใหม่ ซึ่งบางครั้งทรัพย์สินทางไซเบอร์ เช่น ข้อมูลหรือระบบถูกโจมตี แต่ฝ่าย IT ยังไม่รู้ว่าองค์กรถูกโจมตีแล้ว ขณะที่บางองค์กรโดนโจมตีและต้องเลือกทำ System Restore จากชุดข้อมูล 1-3 เดือนก่อนหน้า นอกจากนี้ยังตรวจสอบไม่ได้ว่าถูกโจมตีจากไหน และมีช่องโหว่อยู่ที่ใดบ้าง แน่นอนว่าองค์กรในยุคนี้ควรจะมีคนที่เข้าใจเรื่อง Cybersecurity โดยเฉพาะ หรือผู้บริหารในตำแหน่ง CISO ที่มีความเชี่ยวชาญ สามารถตัดสินใจได้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจากการโดนโจมตี และเป็นผู้วางกลยุทธ์ BCP ด้าน Cybersecurity ให้กับองค์กรเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยคุกคามที่เข้ามาได้ตลอดเวลา.

รุ่งนภา สารพิน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปลด 5 จุดล็อก SME ไทย

วันนี้โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างรวด เร็วมาก ทั้งภาวะโลกร้อน ภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยน แปลงทางเทคโนโลยี วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME ซึ่งเปรียบเหมือนรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทยที่มีจำนวนกว่า 3.28 ล้านราย ขับเคลื่อนGDP ถึง 35%และจ้างงานคนไทยถึง 13.6 ล้านคน หรือมากกว่า 99.5%ของธุรกิจทั้งประเทศ จึงไม่อาจปล่อยให้ผู้ประกอบการเผชิญหน้ากับพายุเศรษฐกิจโลกเพียงลำพังได้ เราต้องการเปลี่ยนมุมมองระดับโลกให้กลายมาเป็นแนวทางที่นำมาลงมือปฏิบัติจริงได้ในท้องถิ่น เพื่อยกระดับความยืดหยุ่นและการเติบโตที่สมดุล

AI ยิ่งเก่ง...คนมีประสบการณ์ยิ่งได้เปรียบ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ได้เปลี่ยนวิธีการทำงานของผู้คนอย่างรวดเร็ว งานที่เคยใช้เวลาหลายชั่วโมงสามารถสรุป วิเคราะห์

‘หนี้สูง-ศก.เปราะบาง’ฉุดฝันมีบ้าน!?!?

‘บ้าน’ ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่อยู่อาศัย แต่ยังสะท้อนถึงคุณภาพชีวิต ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และความหวังของผู้คนในการสร้างอนาคตของตัวเอง อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความฝันในการมีบ้านเป็นของตัวเองกลับกลายเป็นเรื่องที่ท้าทายมากขึ้นสำหรับประชาชนจำนวนไม่น้อย ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องและปัจจัยรอบด้านที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย

‘พลังงาน-Ai'แกนหมุนใหม่ศก.อาเซียน

นับเป็นเวลาเกือบสองทศวรรษที่ประเทศไทยห่างหายจากการเป็นศูนย์กลางจัดงานประชุมพลังงานระดับโลก แต่การกลับมาเปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ของ “Gastech 2026” ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมนานาชาติไบเทค (BITEC) ระหว่างวันที่ 14-17 ก.ย.2569 นี้ ถือเป็น "การกลับมาเป็นเจ้าภาพครั้งสำคัญในรอบ 18 ปี" ที่เต็มไปด้วยความหมายเชิงยุทธศาสตร์

ไทยปักหมุดฮับเวลเนสโลก

ปัจจุบันกระแสการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก ท่ามกลางพฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพกายและใจควบคู่ไปกับการพักผ่อน

เพิ่มสภาพคล่อง ใช้สินเชื่ออย่างฉลาด

SME หรือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่มาจากฐานรากหรือประชาชนคนทั่วไปที่ประกอบธุรกิจ ซึ่งเป็นอีกภาคธุรกิจที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของไทย ซึ่งมูลค่าทางเศรษฐกิจของ SME ต่อ GDP ประเทศมีมากกว่า 35% และยังเป็นแหล่งการจ้างงานที่สำคัญของแรงงานในประเทศ โดยมีสัดส่วนการจ้างงาน 71% ของการจ้างงานทั้งประเทศ