‘โควิด’ป่วนธุรกิจประกัน

 “ประกันภัยโควิด-19 แบบเจอ จ่าย จบ” เป็นอีกประเด็นที่น่าจะได้รับความสนใจในขณะนี้ ภายหลังจาก สมาคมประกันวินาศภัย ได้ออกมาเปิดเผยถึงตัวเลขค่าสินไหมทดแทนรวมจากการรับประกันภัยโควิด-19 ณ วันที่ 15 พ.ย.2564 อยู่ที่ 37,000 ล้านบาท ขณะที่เงินกองทุนของบริษัทประกันวินาศภัยที่รับประกันภัยโดยรวมนั้น อยู่ที่ 132,000 ล้านบาท และด้วยสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงยืดเยื้อจนถึงปัจจุบัน รวมถึงความเป็นไปได้การเกิดการระบาดระลอกใหม่ ทำให้คาดการณ์ว่าค่าสินไหมทดแทนสะสม ณ สิ้นปี 2564 จะเพิ่มสูงถึง 40,000 ล้านบาท คิดเป็น 30% ของเงินกองทุนทั้งหมด 

และอาจเพิ่มสูงถึง 60-70% ของเงินกองทุน หากเกิดการระบาดระลอกใหม่เหมือนที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลกในเวลานี้ ซึ่งอาจส่งผลให้บริษัทประกันวินาศภัยหลายบริษัทอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เรียกได้ว่ายอดเคลมพุ่งจากปีก่อนหน้าเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ จากสถิติผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย มีอัตราติดเชื้อ 2.8% ของประชากร แต่อัตราผู้ติดเชื้อของผู้ที่มีประกันภัยโควิด-19 สูงถึง 3.8% ของผู้ถือกรมธรรม์ ซึ่งสูงกว่าอัตราการติดเชื้อของประชากรไทยทั่วไปถึง 35.7% และจากข้อมูลของบริษัทซึ่งอยู่ใน 5 อันดับของบริษัทที่รับประกันภัยโควิด-19 แบบเจอ จ่าย จบ แสดงให้เห็นว่า ผู้มีกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 แบบเจอ จ่าย จบ มีอัตราการติดเชื้อสูงถึง 4.2% ซึ่งสูงกว่าอัตราการติดเชื้อของประชากรไทยทั้งหมดที่ 46%

โดยจากแรงกดดันดังกล่าว ส่งผลให้ “อานนท์ วังวสุ” นายกสมาคมประกันวินาศภัย ออกมาระบุว่า อยากให้มีการยกเลิกคำสั่งนายทะเบียน เพื่อขอบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 แบบเจอ จ่าย จบ เพราะปัจจุบันธุรกิจประกันวินาศภัยกำลังเผชิญกับความเสี่ยงเชิงระบบ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของระบบประกันภัย พร้อมทั้งอยากให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิด Outward Risks ซึ่งเป็นความเสี่ยงกับภาคธุรกิจประกันภัย ที่จะส่งผลกระทบต่อระบบการเงินหรือระบบเศรษฐกิจโดยรวมในที่สุด

แม้จะต้องออกมายอมรับว่าบางกรณีอาจจะมีการเคลมที่ล่าช้า เนื่องจากหลายบริษัทต้องเจอกับปัญหายอดเคลมที่เพิ่มขึ้น 200-300 เท่าต่อวัน จนส่งผลกระทบต่อสภาพคล่อง แต่ก็ยังคงยืนยันชัดเจนว่า “จะไม่มีการเบี้ยวจ่ายค่าชดเชยอย่างแน่นอน” พร้อมยกเหตุผลว่า เพราะโควิด-19 เป็นความเสี่ยงอุบัติใหม่ ไม่มีประวัติการรับประกันในอดีต จึงนับว่าเป็นความเสี่ยงมาก เมื่อยอดเคลมต้องใช้เงินกองทุนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หวั่นกระทบต่อธุรกิจ

ขณะที่ผลประกอบการของธุรกิจประกันภัยในไตรมาส 3/2564 พบว่า บริษัทประกันวินาศภัยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ กว่า 10 บริษัท จากทั้งหมด 15 บริษัท ต้องเผชิญปัญหาการขาดทุนรวมกว่า 5,782 ล้านบาท แม้ว่าจะมีอีกหลายบริษัทที่ผลประกอบการยังคงเติบโตได้ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างกดดันเช่นนี้

ขณะที่ฝั่ง คปภ.เองยังคงยืนยันเรื่องการ “ห้ามยกเลิกเงื่อนไขการใช้สิทธิบอกเลิกกรมธรรม์ประกันโควิด-19 สำหรับบริษัทประกันวินาศภัย” แต่อนุญาตให้ 16 บริษัทที่ขายประกันแบบ เจอ จ่าย จบ สามารถเสนอทางเลือกที่น่าสนใจในการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขความคุ้มครองตามกรมธรรม์โควิดเดิม หรือตามกรมธรรม์ภัยอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เอาประกันภัยได้ ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า “ลูกค้าต้องสมัครใจเท่านั้น!”

สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คปภ. ระบุว่า คปภ.ยังยืนยันเหมือนเดิม ที่ห้ามไม่ให้บริษัทประกันภัยยกเลิกประกันแบบเจอ จ่าย จบ เพราะหากยกเลิกจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน เนื่องจากบริษัทประกันอาสารับความเสี่ยงให้กับประชาชน เมื่อไม่มีการระบาดบริษัทก็ได้กำไร แต่หากยกเลิกในช่วงที่มีการระบาดก็จะเป็นการโยนความเสี่ยงให้กับประชาชน

พร้อมทั้งยังประเมินด้วยว่า ในปี 2565 แนวโน้มการเรียกค่าสินไหมของประกันโควิด-19 แบบเจอ จ่าย จบ จะยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งตรงนี้อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อสถานะและสภาพคล่องของบริษัทประกันอีกด้วย

เรียกว่าเป็นประเด็นที่หนักหน่วงสำหรับอุตสาหกรรมในยุคการระบาดของโควิด-19 ที่จำเป็นต้องเร่งปรับตัว และหาทางออกจากปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น เพราะหากปล่อยไว้ให้ลุกลาม ผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ใช่แค่กับอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง แต่อาจส่งผลถึงภาพรวมของระบบการเงินและระบบเศรษฐกิจได้.

 

ครองขวัญ รอดหมวน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปลด 5 จุดล็อก SME ไทย

วันนี้โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างรวด เร็วมาก ทั้งภาวะโลกร้อน ภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยน แปลงทางเทคโนโลยี วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME ซึ่งเปรียบเหมือนรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทยที่มีจำนวนกว่า 3.28 ล้านราย ขับเคลื่อนGDP ถึง 35%และจ้างงานคนไทยถึง 13.6 ล้านคน หรือมากกว่า 99.5%ของธุรกิจทั้งประเทศ จึงไม่อาจปล่อยให้ผู้ประกอบการเผชิญหน้ากับพายุเศรษฐกิจโลกเพียงลำพังได้ เราต้องการเปลี่ยนมุมมองระดับโลกให้กลายมาเป็นแนวทางที่นำมาลงมือปฏิบัติจริงได้ในท้องถิ่น เพื่อยกระดับความยืดหยุ่นและการเติบโตที่สมดุล

AI ยิ่งเก่ง...คนมีประสบการณ์ยิ่งได้เปรียบ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ได้เปลี่ยนวิธีการทำงานของผู้คนอย่างรวดเร็ว งานที่เคยใช้เวลาหลายชั่วโมงสามารถสรุป วิเคราะห์

‘หนี้สูง-ศก.เปราะบาง’ฉุดฝันมีบ้าน!?!?

‘บ้าน’ ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่อยู่อาศัย แต่ยังสะท้อนถึงคุณภาพชีวิต ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และความหวังของผู้คนในการสร้างอนาคตของตัวเอง อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความฝันในการมีบ้านเป็นของตัวเองกลับกลายเป็นเรื่องที่ท้าทายมากขึ้นสำหรับประชาชนจำนวนไม่น้อย ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องและปัจจัยรอบด้านที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย

‘พลังงาน-Ai'แกนหมุนใหม่ศก.อาเซียน

นับเป็นเวลาเกือบสองทศวรรษที่ประเทศไทยห่างหายจากการเป็นศูนย์กลางจัดงานประชุมพลังงานระดับโลก แต่การกลับมาเปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ของ “Gastech 2026” ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมนานาชาติไบเทค (BITEC) ระหว่างวันที่ 14-17 ก.ย.2569 นี้ ถือเป็น "การกลับมาเป็นเจ้าภาพครั้งสำคัญในรอบ 18 ปี" ที่เต็มไปด้วยความหมายเชิงยุทธศาสตร์

ไทยปักหมุดฮับเวลเนสโลก

ปัจจุบันกระแสการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก ท่ามกลางพฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพกายและใจควบคู่ไปกับการพักผ่อน

เพิ่มสภาพคล่อง ใช้สินเชื่ออย่างฉลาด

SME หรือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่มาจากฐานรากหรือประชาชนคนทั่วไปที่ประกอบธุรกิจ ซึ่งเป็นอีกภาคธุรกิจที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของไทย ซึ่งมูลค่าทางเศรษฐกิจของ SME ต่อ GDP ประเทศมีมากกว่า 35% และยังเป็นแหล่งการจ้างงานที่สำคัญของแรงงานในประเทศ โดยมีสัดส่วนการจ้างงาน 71% ของการจ้างงานทั้งประเทศ