คุมเข้มดูแล PM 2.5

สุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งในยุคที่การแพร่ระบาดโควิดยังไม่หมดไปทั้ง 100% นั้น ยิ่งต้องดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างมาก และยิ่งไปกว่านั้น ในสังคมเมืองอย่างกรุงเทพฯ หรือในจังหวัดอื่นๆ ของประเทศไทยที่กำลังประสบกับปัญหาของมลพิษ โดยเฉพาะ PM 2.5 อันเป็นปัญหาที่แก้ไม่หายสักที ประชาชนคนไทยก็ยิ่งต้องดูแลตัวเองอย่างมากขึ้นไปอีก ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่สามารถโยนความรับผิดชอบไปที่ใครคนใดคนหนึ่งได้ แต่อาจจะมีบางส่วนงานที่จำเป็นต้องดูแลอย่างเข้มข้น

โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และคมนาคม ที่จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญหากมีการดูแลในเรื่องดังกล่าวอย่างเต็มที่ เพราะใน 3 ส่วนนี้เป็นกลุ่มใหญ่ที่ถือว่าทำให้เกิดมลภาวะได้ง่ายและกระจายเป็นวงกว้างอยู่ทั่วประเทศ แน่นอนว่าหากยังไม่มีการจำกัด ควบคุมหรือดูแล ก็จะยิ่งส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นไปอีก!

แต่ที่ผ่านมาเรามักจะเห็นโครงการของหลายๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตบเท้าเดินหน้าแก้ปัญหา PM 2.5 กันมารัวๆ บ้างก็ได้รับผลดี บ้างก็ยังไม่เห็นเป็นรูปธรรม ก็อาจจะต้องรอความคืบหน้าและความชัดเจนต่อไป ที่แน่ๆ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ทำครั้งเดียวแล้วจบ แต่ต้องทำอย่างต่อเนื่องและขยายวงกว้างให้มากขึ้นและครอบคลุมไปยังหลายๆ งานที่เกิดขึ้นในทุกกิจกรรม

ซึ่งล่าสุดนี้มีอีกหนึ่งหน่วยงานสำคัญที่ถือว่าเป็นผู้กำกับ ดูแล และจัดการกลุ่มอุตสาหกรรมกว่าครึ่งในประเทศไทย อย่างการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ก็ยังให้ความสำคัญกับเรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง และก็ได้ออกมาย้ำเตือนถึงมาตรฐานตามแผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษมาตั้งแต่ปี 2549 พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังและควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (EMCC) ในพื้นที่มาบตาพุด เพื่อการบริหารจัดการ เฝ้าระวัง ติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม และประชาสัมพันธ์ด้านสิ่งแวดล้อม

โดยเน้นย้ำไปที่การจัดการสารอินทรีย์ระเหย (Volatile Organic Compounds: VOCs) โดย กนอ. ได้บูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และชุมชน โดยนำมาตรการหลักปฏิบัติที่ดี (Code of Practice) มาใช้กำกับดูแลการประกอบกิจการเกี่ยวกับการจัดการสารอินทรีย์ระเหย ซึ่งเป็นการใช้ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ กรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และผู้เชี่ยวชาญการศึกษา

ทั้งนี้ในปี 2565 กระทรวงอุตสาหกรรมได้นำหลักปฏิบัติที่ดีประกาศใช้เป็นกฎหมาย จำนวน 3 ฉบับ โดย กนอ.ได้นำประกาศดังกล่าวมาใช้ในการบริหารจัดการโรงงานในพื้นที่กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดคอมเพล็กซ์ ซึ่งประกอบด้วย 6 นิคมอุตสาหกรรม และ 1 ท่าเรืออุตสาหกรรม คือ นิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทปาร์ค (Smart Park), นิคมอุตสาหกรรมเอเซีย, นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอตะวันออก (มาบตาพุด), นิคมอุตสาหกรรมผาแดง, นิคมอุตสาหกรรมอาร์ไอแอล (RIL), นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด มาอย่างต่อเนื่อง

ด้าน วีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้กล่าวว่า กนอ.เข้มงวดในการควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อมในนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรืออุตสาหกรรมในกำกับดูแล แต่เราก็ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการบริหารจัดการพื้นที่ สร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคประชาชน เพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ ซึ่งไม่เฉพาะเรื่องของ VOCs เท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงเรื่องของการปรับปรุงกฎหมายหรือกฎระเบียบเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ รวมถึงการส่งเสริม ยกระดับ และสร้างแรงจูงใจให้กับโรงงาน เช่น การให้รางวัลธงขาวดาวเขียว และรางวัล Eco Factory เป็นต้น

แน่นอนว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่แค่ใครจะทำเพียงคนเดียวได้ต้องร่วมมือกับทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวหน้า รวมไปถึงประชาชนในพื้นที่ก็จะต้องดูแลตัวเองอย่างดีที่สุด ไม่นำตัวเองเข้าไปอยู่ในจุดเสี่ยง รวมทั้งประเมินสภาพแวดล้อมรอบตัว และหาแนวทางป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5 รวมถึงไม่เอาตัวเองไปเกี่ยวข้องหรือเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดมลภาวะได้ เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดีในอนาคต.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ถอดบทเรียนแบรนด์ดังดันยอดขายด้วยData

ในยุคที่ “ข้อมูลลูกค้า” คือหัวใจในการเอาชนะความท้าทายที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทยต้องเผชิญ ทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ต้นทุนที่สูงขึ้น และการแข่งขันที่เข้มข้น

จับตา'ส่งออกไทย’อ่วมพิษสงคราม

ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง นับเป็นปัจจัยเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลก เนื่องจากภูมิภาคดังกล่าวเป็นแหล่งผลิตพลังงานหลักและเป็นจุดเชื่อมโยงของเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ ความขัดแย้งทางการเมืองและความไม่มั่นคงด้านความปลอดภัยส่งผลให้เกิดความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ อัตราแลกเปลี่ยน และต้นทุนโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางของการค้าโลก และการเคลื่อนย้ายสินค้าในระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

แปลงเกษตรสู่ฐานชีวภาพ

ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหารและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิภูมิอากาศ “เกษตรกรรมแบบดั้งเดิม” กำลังถูกเขย่าด้วยกระแสเทคโนโลยีดิสรัปชัน ประเทศไทยในฐานะอู่ข้าวอู่น้ำของโลกจึงไม่อาจหยุดนิ่งอยู่กับเพียงการส่งออกวัตถุดิบขั้นต้น แต่กำลังเร่งสปีดสู่การเป็น “อุตสาหกรรมฐานชีวภาพ” (Bio-based Industry) ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสร้างมูลค่าเพิ่มมหาศาล

สงกรานต์ส่อแววหงอย

เมื่อเริ่มเข้าสู่เดือนเมษายนของทุกปี บรรยากาศแห่งความสุขและการรอคอยก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง กับเทศกาล “สงกรานต์” หรือ วันปีใหม่ไทย ถือเป็นช่วงเวลาของวันพักผ่อนหยุดยาวที่หลายคนเฝ้ารอ

ท่องเที่ยวกับการปรับเกมรับวิกฤต

เริ่มต้นเพียงไตรมาสแรกของปี 2569 ก็ดูเหมือนจะมีวิกฤตให้รับมือกันหลายอย่าง โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่มักจะมีผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจอยู่ตลอดจากสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น

เศรษฐกิจไทยปีม้าส่อหลุดต่ำ 2%

ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน หลังสหรัฐและอิสราเอลโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและกลุ่มผู้นำของอิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในภูมิภาค ทำให้เกิดความเสี่ยงที่ความขัดแย้งในระดับภูมิภาคจะขยายวงมากขึ้น