ว่าด้วย...อนุสสติจากด๊อกเตอร์ไซรรงค์!!!

ว่ากันว่า...ด๊อกเตอร์“ไซรรงค์ สุวรรณคีรี” อดีตโฆษกรัฐบาล“ป๋าเปรม” อดีตรองนายกฯ และอดีตอะไรต่อมิอะไรอีกเยอะแยะมากมาย หรือสรุปว่าถือเป็น“นักการเมือง”ชื่อดังของบ้านเรา ท่านน่าจะ“แหลงฝรั่ง”ได้ชัดเจนแจ่มแจ้ง ยิ่งกว่า “แหลงกลาง” หรือ“แหลงกรุงเทพฯ”ไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า อันเนื่องมาจากความไม่มี “ทองแดง”ในภาษาฝรั่งนั่นเอง เลยน่าจะช่วยให้ท่านค่อยๆสปีคอิงลิชอย่างคล่องแคล่ว ว่องไว ขึ้นไปตามลำดับ...

-----------------------------------------------------

อย่างที่ท่านได้เล่าเอาไว้ชนิดออกรส ออกชาด น่ารัก น่าใคร่ น่าสนใจและน่าคิดสะกิดใจ ในข้อเขียน บทความ ชิ้นล่าสุดว่าด้วยเรื่อง“นักเรียนนอก(คอก) เห็นขี้ดีกว่าไส้”ที่ถูกโพสต์อยู่ในเว็บไหนต่อเว็บไหนก็มิอาจทราบได้ แต่“ไทยโพสต์”ของหมู่เฮาฉบับวันวาน ได้หยิบเอามาเป็นข่าว เป็นคราว

ซึ่งออกจะให้สาระและประโยชน์มิใช่น้อย เพราะไม่ใช่แต่เฉพาะประเทศไทย สังคมไทยเท่านั้น แต่อาจเรียกได้ว่า...สังคมโลกทั้งโลกนั่นแหละ ที่ต่างก็ถูก“ครอบงำ”ด้วยแนวคิดและทัศนะคติแบบฝรั่ง มานับเป็นร้อยๆปีเอาเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าในแง่วัฒนธรรม ประเพณี ค่านิยมต่างๆ ไปจนถึงระบบการศึกษา เศรษฐกิจ ระบบการเมือง-การปกครอง ชนิดยิ่งสามารถลอกเลียนแบบให้เหมือนฝรั่ง คล้ายฝรั่ง ยิ่งขึ้นไปเท่าไหร่ ยิ่งเป็นอะไรที่“หรอยจังฮู้”ยิ่งขึ้นไปเท่านั้น...

-------------------------------------------------

โดยอาจไม่ถึงกับมากมายซักเท่าไหร่นัก...ที่พยายามนึกในใจ คิดในใจ ตระหนักในความรู้สึก เหมือนดังที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ท่านทรงมีพระราชดำรัสแนะนำต่อบรรดานักเรียนไทยในต่างประเทศ หรือบรรดา“นักเรียนนอก”เมื่อนมนากาเลมาแล้ว ตามที่ “ด๊อกเตอร์ไซรรงค์”ท่านได้หยิบยกมาอ้างอิง ประมาณว่า “ให้พึงนึกในใจ...ว่าเราไม่ได้มาเรียนเพื่อที่จะเป็นฝรั่ง แต่เรามาเรียนเพื่อที่จะเป็นคนไทยที่รู้เสมอฝรั่ง” อะไรทำนองนั้น ความพยายามแหลงฝรั่ง คิดอย่างฝรั่ง หรือทำอะไรต่อมิอะไรให้เหมือนฝรั่ง คล้ายฝรั่ง ให้มากๆเข้าไว้ จึงกลับกลายเป็นความโก้เก๋ ความเท่ หรือกระทั่งนำมาซึ่งความยิ่งใหญ่ เกรียงไกร ระดับอาจถือเป็น “มาตรฐานแห่งความถูกต้อง”เอาเลยถึงขั้นนั้น!!!

-----------------------------------------------

เรียกว่า...ไม่ว่าจะเป็นนักรัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ฯลฯ หรืออะไรศาสตร์ๆก็แล้วแต่ ถ้าหากสามารถลอกเลียนแบบ หรือสามารถ “ก๊อปปี้”ฝรั่งในแต่ละเรื่อง แต่ละกรณี แล้วเอามา “ยัดใส่”ไว้ในสังคมไทย ในหมู่ประชาชนคนไทย ไม่ว่าในรัฐธรรรมนูญ ในกรรมวิธีแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ ในระบบการศึกษา หรือในความคิด-ความอ่านทางสังคม จนทำให้เด็กไทยจำนวนมิใช่น้อย แทบลืมเลือนวันสำคัญๆของสังคม ไม่ว่าวันเข้าพรรษา วันอาสาฬหบูชา ฯลฯ หันไปชื่นชม ยินดี กับ“วันวาเลนตีน”กันไปเป็นแถบๆ หรือทำให้ไม่ว่าจะเป็น “นักเรียนนอก”ประเภทอ๊อกซะฝ่ง อ๊อกซะฟอร์ดหรือ“นักเรียนไทย”ที่ต้องร่ำเรียนจากครูบาอาจารย์ซึ่งจบจากเมืองนอก ต่างกลายไปเป็นผู้ที่มีทัศนะคติแบบที่“ด๊อกเตอร์”ทางเศรษฐศาสตร์อีกรายหนึ่ง คือด.ร.“ฌรงค์ เพ็ชรประเสริฐ”คนใต้ที่แหลงฝรั่งได้แคล่วคล่องพอๆกับ “ด๊อกเตอร์ไซรรงค์”เช่นกัน ท่านได้ให้คำนิยามเอาไว้ว่า คือผู้ที่มี “ทัศนะทาส” หรือ “โคโลเนียน เมนทาลิตี้”อะไรประมาณนั้น...

-----------------------------------------------

การยัดเยียด“ความเป็นฝรั่ง”ไว้ในส่วนต่างๆของสังคมไทย...ว่าไปแล้วคงไม่ต่างไปจากความพยายาม “ตัดเท้าให้กับเกือก”ทำนองนั้น คือแทนที่จะตัด “เกือก”ให้เข้ากับ “เท้า” แต่กลับพยายามบีบ พยายามรัด พยายามเจียนโน่น เจียนนี่ จนบรรดา “ความเป็นไทย”อันเป็นสิ่งที่ “ฝรั่ง”จำนวนมิใช่น้อย ตื่นตะลึง พรึงเพริด ชื่นใจ ประทับใจ ต่อน้ำใจ-ไมตรี ต่อความโอบอ้อม เอื้อเฟื้อ ความกรุณา-ปราณี ความเห็นอก-เห็นใจในเพื่อนมนุษย์ไม่ว่าชาติไหน เผ่าพันธุ์ไหนก็แล้วแต่ มันเลยหดๆหายๆ แทบไม่เหลือติดสังคมยิ่งเข้าไปทุกที มิหนำซ้ำอาจถูกแทนที่ด้วยความหยาบความกระด้าง ความเห็นแก่ตัว หรือความเป็นตัวกู-ของกู ก่อนค่อยๆวิวัฒนาการไปเป็นความถ่อย ความทราม ความไม่นับญาตินับมิตร ความไม่คิดจะนับถือครูบาอาจารย์ ไม่รู้จักความกตัญญู-กตตเวที ไปจนไม่รู้ “กาละ-เทศะ” ฯลฯ กันจนได้...

----------------------------------------------------

อันนี้นี่แหละ...ที่มันเลยกลายเป็นตัวก่อให้เกิด “ปัญหา”ไม่ว่าในทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือสังคม ยิ่งเข้าไปทุกที ชนิดไม่ใช่แต่เฉพาะประเทศไทย สังคมไทยเท่านั้น แต่ทั่วทั้งโลกนั่นแหละ...ที่ความพยายามทำอะไรให้เหมือนฝรั่ง คล้ายฝรั่ง กลายเป็นตัว“สร้างปัญหา”ให้กับสังคมนั้นๆ ทำให้ “ความเห็นแก่ตัว”แพร่ระบาดไปทั่วทั้งโลกมานับเป็นศตวรรษๆ อย่างเช่นครั้งที่เกิดการปฏิวัติโค่นล้มประเทศโบร่ำ-โบราณ อย่างประเทศอิหร่าน โดยผู้นำทางศาสนา ที่ถูกเรียกขานกันในนามท่าน“อยาตอลเลาะห์ โคมัยนี”อดีตประมุขทางจิตวิญญาณรายนี้ ท่านก็ฟันธง ฟันเฟิร์ม เอาไว้อย่างชัดเจน ว่าไม่ใช่เฉพาะ “ปัญหาของอิหร่าน”เท่านั้น แต่ของโลกทั้งโลก ไม่ว่าโลกสังคมนิยม หรือทุนนิยมก็ตามที ล้วนมีที่มาจากความพยายามทำอะไรให้เหมือนฝรั่ง คล้ายฝรั่ง เข้าไว้นั่นแหละเป็นหลัก จนท่านอดไม่ได้ต้องเขียนจดหมายไปชี้แนะ ชี้นำ อดีตผู้นำประเทศโซเวียตรัสเซีย ด้วยตัวเอง กันถึงที่...

-----------------------------------------------------------

ไม่ต่างอะไรไปจากอภิมหาพระ อย่าง“ท่านพุทธทาสภิกขุ”ของหมู่เฮานั่นแหละ ที่พร้อมจะฟันธง ฟันเฟิร์ม เอาไว้เช่นเดียวกันว่า“การศึกษาแบบฝรั่ง” คือการศึกษาแบบ “หมาหางด้วน”เอาเลยถึงขั้นนั้น!!! แม้แต่สิ่งที่ดูสูงส่ง วิเศษวิโส ในสายตาฝรั่ง ที่เรียกขานกันในนาม“เสรีภาพ”(แบบฝรั่ง) ท่านยังถือเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับคุณลักษณะทางสังคมของชาวไทยและชาวตะวันออก แบบชนิดมิบังอาจมิบังควรนำมาลอกเลียนแบบใดๆโดยเด็ดขาด แต่ก็นั่นแหละ...ภายใต้“ทัศนะทาส”ที่ครอบงำสังคมไทยมานานแล้ว การย้อนกลับไปแก้ปัญหาต่างๆ มันจึงต้องใช้เวลา ใช้ความพยายามชนิดเป็นรุ่นๆ เป็นเจเนอเรชั่นๆเอาเลยก็ไม่แน่ และคงหนีไม่พ้นต้องอาศัยสิ่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในวัฒนธรรม ประเพณี ค่านิยมทางสังคมฯลฯ รวมทั้งต้องอาศัยคำชี้แนะ ชี้นำ ของล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 นั่นเอง เป็นตัวสรรค์สร้าง“เครือข่ายป้องกันทางสังคม”ขึ้นมาใหม่ให้จงได้...

-------------------------------------------------------------

ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก “Peter Howard”... “We have become industrial and technical giants but we have remained moral and spiritual pigmies. – คนในยุคปัจจุบันได้กลายเป็นยักษ์ใหญ่ทางอุตสาหกรรมและวิชาการด้านเทคนิค แต่ในทางจริยธรรมแล้ว เรายังเป็นได้แค่...คนแคระ!!!”

---------------------------------------------------------------

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สุดยอดประชาธิปไตย

ตื่นเต้นกันใหญ่... อเมริกาเชิญตั้ง ๑๑๐ ประเทศ ไปร่วมประชุม Summit for Democracy แต่ไม่เชิญไทย

6 เดือนคดีไม่คืบ

เกิดอะไรขึ้นกับ “คดีนายทหารเรือ” ที่เข้าไปถ่ายภาพน้องๆ เยาวชนหญิงนักกีฬายิมนาสติกในเชิงอนาจารและคุกคามทางเพศ

บทเรียนจากการต่อสู้ของพวกเด็กๆ

ท่าทาง...น่าจะเละเป็นโจ๊ก เป็นเต้าหู้ตกโต๊ะ เอาเลยถึงขั้นนั้น สำหรับบรรดานักเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อต่อต้าน โค่นล้ม มาตรา 112 ทั้งหลาย

รัฐบาลล้วงตับ?

เป็นข่าวใหญ่โต "แอปเปิล" ส่งข้อความแจ้งเตือนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือไอโฟนหลายราย