ต้องบอกว่าเพลานี้เป็น “ดวงเปลี่ยนผ่าน” ทางการเมือง เสียจริงๆ ยิ่ง “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่ง มีอำนาจเต็มอยู่ในมือว่าด้วยการยุบสภาผู้แทนราษฎรประกาศชัดแจ้งแบบไม่มีกั๊กแล้วว่าอยู่ไม่ครบวาระ 23 มีนาคม 2566 โดยจะยุบสภาก่อน ซึ่งอาจเป็นช่วงต้นเดือน แต่ก็มีบางสื่อบางสำนักฟันธงมาแล้วว่า 15 มี.ค. ซึ่งหากจริงดังว่าก็เท่ากับกลางเดือนนะจ๊ะไม่ใช่ต้นเดือน แต่ที่แน่ๆ ดูเหมือน “รังสี” ของการประกาศยุบสภาก็สร้างผลสะเทือนไปหลายพรรคการเมืองทีเดียว ...๐
โดยที่คึกคักปรอทแตกที่สุดในยามนี้ ต่างก็โฟกัสที่ “ก้าวไกล” เมื่อคนเคยรักเคย ก่อตั้ง ตั้งแต่ “คริส โปตระนันทน์” ที่ออกมาสาวไส้ว่าด้วย “โปลิตบูโร” และต่อมา “ปิยบุตร แสงกนกกุล” ก็ออกมาทวงถามจุดยืนในหลายๆ เรื่อง ของพรรค โดยเฉพาะการปฏิรูปสถาบันและมาตรา 112
แต่ดูเหมือนที่ทำให้หัวหน้าพรรคอย่าง “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกลจะเบรกแตกจนถึงขั้นอัดกลับปิยบุตรว่า “มือไม่พายอย่าเอาเท้าราน้ำ” ก็ต้องเป็นการโพสต์เฟซบุ๊กในรูปบทความที่ชื่อ “แลนด์สไลด์ที่พรรคก้าวไกลแก้ไม่ออก” เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ...๐
งานนี้ เมื่อ “อาจารย์ป๊อก” เจอฟาดหางกลับมาก็ไม่ยอมเช่นกัน โดยประกาศว่านับแต่นี้จะมีการแฉโพยคนจับเสือมือเปล่า และคนที่เอาดีเข้าตัว เอาชั่วใส่คนอื่น ซึ่งก็เรียกว่าเป็นหมัดตรงไปยัง “พิธา” ซึ่งก็ไม่รู้ว่าอาจารย์ที่จบ กฎหมายจากดินแดนน้ำหอมจะกล้าแฉจริง หรือแค่สร้างราคาก่อนเงียบหายเข้ากลีบเมฆไป ...๐
ในขณะที่ “รังสิมันต์ โรม” ลูกหม้ออนาคตใหม่และก้าวไกลก็พยายามมองโลกในแง่ดี บอกว่าเป็นแค่ความเห็นต่างเท่านั้น หากมีการพูดจากันก็น่าจะเคลียร์กันได้ แต่เมื่อถามถึงกรณี “คริส” และ “โปลิตบูโร” ในพรรค “รังสิมันต์” ถึงกับรีบบอกปัดว่าคนละเรื่องเดียวกัน แหม! ที่อภิปรายจับแพะชนแกะว่าด้วยหลานนายกฯ ส.ว.ทรงเอ และทุนสีเทา กลับบอกว่าเป็นเรื่องเดียวกันได้ อย่างนี้เขาเรียกว่า 2 มาตรฐานความเที่ยงธรรมหรือไม่จ๊ะ ...๐
นี่ยังไม่นับรวมถึงป้ายหาเสียงของพรรคก้าวไกลอีก โดยเฉพาะป้ายที่บอกว่า หยุด 3 ป. เพราะถือเป็นการใส่ร้ายป้ายสี และเป็นการพาดพิงถึงบุคคลอื่นหรือไม่ เพราะหากมีคนยื่นตีความก็น่าจะเป็นเรื่องเป็นราวให้ต้องคิดไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะพรรคก้าวไกลซึ่งบอกสังคมเสมอๆ ว่าคนเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นอยู่ในสถานะใด แต่ทำไมถึงหาเสียงโจมตี 3 ป.ในนามบุคคลให้ไม่อยู่ในแวดวงการเมืองเล่า ชาวบ้านร้านถิ่นเขาเลยถามว่า แล้วกรณีหัวหน้าพรรคที่ใช้ความรุนแรงกับภรรยาอย่างนี้ทำไมมีที่ยืนในสังคมได้ เพราะอย่าลืมว่ารากฐานของประเทศก็มาจากครอบครัวมิใช่เหรอ ...๐
ไม่ใช่ “ก้าวไกล” อย่างเดียวที่ออกทะเล เพราะดูเหมือนอานิสงส์อภิปรายมาตรา 152 ว่าด้วย “ทุนสีเทา” ยังสร้างคลื่นลูกใหญ่ไปยังพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของว่าที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ “แพทองธาร ชินวัตร” เพราะเล่นเอาคุณพ่ออย่าง “ทักษิณ ชินวัตร” หรือโทนี่ วู้ดซัม ถึงต้องออกมาแก้ต่างแทน แต่ มิใช่แก้ไขในเรื่องของตัวเลขข้อเท็จจริงแต่ประการใด โดยเป็นการแก้ด้วยสำนวนโวหารมากกว่าว่า คนพูดว่าขายบ้านแถมสัญชาติน่าจะไม่ใช่คน น่าจะเป็นควาย พร้อมทั้งให้เหตุผลว่า “บ้านหลังหนึ่งมันกี่ตังค์กันเชียว กำไรได้กี่ตังค์เอง ใครเขาจะไปแถมสัญชาติ ขายบ้านแค่แถมมอเตอร์ไซค์คันเดียวยังไม่กล้าแถมเลย เพราะไม่คุ้มหรอก” อ้าว บ้านราคา 50-200 ล้านบาท แต่พี่โทนี่บอกกี่ตังค์ แล้วที่สำคัญขายกันแทบยกโครงการแบบนี้ บอกแทบไม่ได้กำไร พิโธ่! แล้วทุกวันนี้บริษัทอสังหาริมทรัพย์เขาอยู่กันได้อย่างไรเล่า ขายบ้านขายคอนโดฯ ได้กำไรแค่กระพี้แล้วทำไมมีทรัพย์สินบานทะเร่อขนาดนั้น หรือหน้าฉากขายบ้านไม่เอากำไร แต่ลับหลังทำหน้าที่ฟอกเงินฟอกตัวกันเล่าคุณพี่ ...๐
ไม่ใช่มีแค่พรรคฝ่ายค้านที่ลมเพลมพัดเท่านั้น พรรคร่วมรัฐบาลก็ใช่ย่อย โดยเฉพาะศาลฎีกาได้พิพากษาคดีหมายเลขดำที่ คมจ.2/2565 ระหว่าง ป.ป.ช.กับ “กนกวรรณ วิลาวัลย์” อดีต รมช.ศึกษาธิการ จากค่ายภูมิใจไทยแล้ว ซึ่งศาลก็ได้ลงดาบ ผู้คัดค้านเรื่องการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงในเรื่องการออกโฉนดรุกที่อุทยานฯ โดยให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป รวมถึงไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี งานนี้ก็เรียกว่าเรื่องร้อนของแต่ละพรรคยังระอุรับยุบสภาและเมษาฮาวายเสียจริงๆ ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
ช่วงนี้สังคมไทยมี คดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญอย่างต่อเนื่อง เป็นข่าวฉาวไปทั่วโลก ล่าสุด นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต ในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี หลังก่อเหตุนายฉลอง
บันทึกหน้า 4
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด วิกฤตการณ์ทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นถือเป็นบททดสอบสำคัญของกระทรวงมหาดไทยภายใต้การกำกับดูแลของ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ออกมาประกาศความคืบหน้าในการดำเนินการทางอาญาต่อกลุ่มผู้ทุจริต
บันทึกหน้า 4
เป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ต้องเริ่มต้นด้วยการแสดงความเสียใจและอาลัยจากใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุโศกนาฏกรรมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ...เหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์จบลง แต่คำถามของสังคมยังวนเวียนหลอกหลอน “เราจะทำอย่างไร...ไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก?!?”
บันทึกหน้า 4
ไร้นักการเมืองโกง! ยังเป็นประเด็นคาใจที่ฝ่ายค้านตั้งคำถามทุกวัน ตัดตอนจบแค่บิ๊กข้าราชการ "รังสิมันต์ โรม" รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรรมและสิทธิมนุษยชน
บันทึกหน้า 4
ต้องบอกว่า “ดีลลับโมนาโก” แม้จะได้รับการปฏิเสธทั้งจาก “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) รวมถึง “แพทองธาร ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ปัจจุบันรั้งเก้าอี้ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทยไปแล้ว แต่เมื่อมีควันย่อมมีไฟอย่างไรอย่างนั้น จึงทำให้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยถึงกับประกาศกลางวงประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพุธที่ 5 สิงหาคม
บันทึกหน้า 4
ผลการตรวจสอบการทุจริตข้อสอบกรมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เป็นที่ยุติแล้ว โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย บอกว่า ในส่วนของรัฐบาลดำเนินการทุกอย่างที่ควรทำหมดแล้ว จบแล้ว


